- Advertisement -
loading...

ถึงกับงง? "หนุ่ม" เตรียมเช็คอิน จู่ๆ "สาวใหญ่" พุ่งมากระชากสร้อยคอ ชี้หน้าด่าเป็นขโมย สุดท้ายคดีพลิก รีบโพสต์เฟซบุ๊กทันที


จากกรณีเฟซบุ๊ก ร้านแมนอิเล็คทรอนิคส์ สามกองภูเก็ต ได้เล่าเรื่องราวสุดระทึกใจเมื่อครั้งนั่งรอเช็คอินกับสายการบินแห่งหนึ่งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงเวลประมาณ ตี 3 - ตี4 ของคืนวันที่ 14/06/17 โดยจากเรื่องราวดังกล่าวทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่ กระทั่งมีการแชร์เตือนภัยกันเป็นจำนวนมากในเฟซบุีก เพราะการกระทำดังกล่าวคล้ายการกระทำของมิจฉาชีพ นั่นเอง


โดยโพสต์ดังกล่าวระบุข้อความว่า

สวัสดีตอนเช้าวันพฤหัสบดี
วันนี้มาเล่าถึงเรื่องราว ที่ผมเจอมาเมื่อวาน ตอนเช้าตี4
#ตอนมิจฉาชีพบนสนามบินสุวรรณภูมิ
#ตื่นภัย !!!!!!!#ด่วน!!!!!!ๆๆ
บนสนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4. ผู้โดยสารขาเข้า วันที่ 14/06/17 เวลา ตี4
#เรื่องราวย่อๆ
ผมจะเดินทางกลับภูเก็ต เวลาตี4หัวรุ่ง ผมลากกระเป๋าเพื่อจะไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายบางกอกฯ
แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่ง เดินมาหาผมแล้วพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ ตะโกนเสียงดังมาก มาดึงกระเป๋าผมและดึงสร้อยคอ และก็พูดด้วยภาษานี้ตลอด ไม่ยอมพูดไทย ผมก็พูดไทยบอกเขาว่าของผมไม่เกี่ยวอะไรกับเขา พนักงานตอนรับก็มาช่วยพูดแต่ฟังภาษาเขาไม่รู้เรื่อง #พนักงานต้อนรับ จึงโทรไปแจ้งให้

สักพักผู้หญิงคนนั้นก็พูดไทยขึ้น ก็พูดบอกผม และพยามจะพาผมไปเคลียร์กันด้านล่าง #ว่ากระเป๋าและสร้อยคอนี้เป็นของเขา
ผมเป็นคนไปขโมยเขามา ผมพยายามพูดอธิบาย ว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย และของทั้งหมดนี้มันของผม ไม่ได้ไปลักขโมยมาจากไหน
#หญิงA :ก็พูดว่า ไม่ต้องพูดมาก และดึงกระเป๋าผมและพูดว่าไป ไปเคลียร์กันข้างล่างตำรวจอยู่ด้านล่าง พูดคุยกันสักพัก จนเจ้าหน้าที่การท่า มาพูดคุยดูแลให้ผม พร้อมกับพนักงานต้อนรับสายการบินบางกอกแอร์ฯ มาพูดคุย ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย
เพราะ เขาเห็นผมนั่งเฝ้าครอบครัวอยู่ตรงนี้นานแล้ว และต้องให้ผมรีบไปเช็คอิน เพราะเริ่มจะสายแล้ว ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่มาเพิ่มมากขึ้น
อยู่ๆมีผู้ชายมาทำเรื่องโวยวาย โยนกระเป๋าขว้างปาสิ่งของ ข้างๆๆ

จนต้องแยกเจ้าหน้าที่ ออกเป็น2ส่วนไปดูแล และมีผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินมาพูดคุยกับผู้ชายที่โวยวาย และช่วยกันเก็บของ พากันเดินออกไปจากบริเวณแถวนั้นพร้อมกับเจ้าหน้าเดินติดตามไปด้วย
#ส่วนผมต้องรีบไปเช็ค พร้อมครอบครัวเพราะได้เกี่ยวข้องอะไร กับผู้หญิงคนนี้เลย แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็สอบสวน #หญิงA :อยู่ต่อไป
ผมเลยคิดว่านี้เป็น #แก๊งมิจฉาชีพแน่นอน และมีการทำเป็นขบวนการ
เรื่องนี้ถ้าเกิดกับคนที่ รู้ไม่เท่าทันลงไปข้างล่างกับเขาคงอันตรามากครับ
#ใครคิดว่า เรื่องนี้มีประโยชน์ต่อท่านและครอบครัวหรือเพื่อนๆๆของ
ท่าน แชร์ให้ทุกๆๆคนให้รับรู้ได้ครับ เพราะมันเป็นสิ่งทีน่ากลัวจริงๆๆในสังคมนี้
#ถ้าสนใจ อ่านเรื่องราวแบบละเอียดทั้งหมด
เชิญอ่านด้านล่างได้เลยครับ ผมเขียนอธิบาย ตามเรื่องราว ที่ผมเข้าใจไว้ให้อ่านแล้วครับ
#ขอบคุณทุกๆๆท่านที่อุตสาห์รออ่านประสบการณ์ครั้งนี้ของผม


เรื่องราวแบบละเอียด ตามเนื้อความดังนี้

ผมไปนั่งรอขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิเพื่อจะกลับภูเก็ต ผมไปถึงสนามบินตอนดึกๆ ตี2ได้ครับ ผมกับลูกสาวและภรรยา เข้านั่งรอที่เก้าอี้ แถวหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน
ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เพราะเวลานั้นเคาน์เตอร์ปิดไม่สามารถโหลดได้ แล้วต้องรอตี4ถึงจะเปิดอีก จากการที่ผมได้ไปพุดคุยกับเจ้าหน้าที่มา
ผมเลยให้ลูกสาวและภรรยานอนบริเวณนั้น ส่วนผมนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ
จนถึงเวลาตี4.00น. เคาน์เตอร์เปิดเช็คอิน
ตอนนั้นคนเริ่มเข้าทยอยเช็คอินเยอะมาก
ผมรอให้คนเริ่มน้อยลง ถึงเข้าไป
#ผมได้เดินลากกระเป๋าเพื่อจะเข้าไปเช็คอิน
ให้ลูกสาวกับภรรยารอที่เดิมก่อน
#อยู่ผู้หญิง(A ชื่อสมุติ) ในรูปที่ผมถ่าย เดินมาพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้
แล้วก็เดินมาแต่ไกล ชี้ตรงกระเป๋าและตรงหน้าผม แล้วพูดโวยวายเสียงดังมาก
ผมเห็นแล้ว นึกว่าไปตัดคิวหน้าเขา เพื่อจะเข้าในไปเช็คอิน แต่ก็ไม่มีคนแล้วก็เลยไม่สนใจ
และนึกว่าเขาคุยกับใครด้านหลังผม พอหญิงAมาถึงผม ดึงกระเป๋าผมไปแล้วก็มาดึงสร้อยคอผม แต่ผมจับมือไว้ สร้อยเลยไม่ขาด และก็พูดด้วยภาษาอะไรก็ไม่รู้ บา!บา! บา!บา! ตลอด และเสียงดังมากด้วย

ผมก็ถามว่าอะไร อะไรของคุณ คุณมีปัณหาอะไร #หญิงA ก็พูด บา!บา!บา!บา! แล้วจะมาดึงสร้อยผมอีกและก็ดึงกระเป๋าผมไปอีก
มีเจ้าหน้าที่ต้อนรับบางกอกฯ มาพูดคุย แต่ฟังภาษาเขาไม่รู้เรื่อง เขาเลยไปแจ้งตำรวจให้ ในระหว่างรอ #หญิงA ก็พูดเสียงดัง แล้วจะเอากระเป๋าสีเทาผมไปแล้วจะกระโดดมาดึงสร้อยผม ผมเริ่มขึ้นแล้ว เลยพูดว่า"อะไรของมึง นี้มันของกู "
#หญิงA : พูดภาษาไทยออกมาว่า (คนไทยนี้เอง)
( นี้มันกระเป๋าของเพื่อนเขาที่ฝากมาจากกิมแฮ และสร้อยที่ผมใส่ก็เป็นของเพื่อนเขา ผมไปกรีดกระเป๋าเขา เอาสร้อยคอและแหวนของเพื่อนเขามา )

#ผมบอกว่า นี้มันของผม มึงบ้าไปแล้ว นี้มันของกู กูใส่ตั้งนานแล้ว
#หญิงA : คุณมานี้เลย ลงไปเคลียดกันข้างลง ตำรวจอยู่ด้านล่าง มาเลยลงมาเลย พร้อมกับมาดึงกระเป๋าผมไป
#ผมบอกว่า ไม่ต้องไป เดี๋ยวตำรวจก็มา รอตรงนี้ เพราะ เจ้าหน้าบางกอกฯแจ้งให้แล้ว
#หญิงA :ไม่ต้องรอ มาเลย ไปเลย ลงไปข้างลงเลย คุณลงมาเลย ตำรวจรอด้านล่างแล้ว (พร้อมกับพูดภาษา กิมแฮของมันด้วย เสียงดังมากคนมองกันเต็มเลยทำเอาผมเป็นคนผิดอะไรสักอย่างไปแบบนั้น)
สักพักเจ้าหน้าที่การท่าก็ทยอยกันมาเรื่อยๆๆมากขึ้นเกิน5นาย #หญิงA ก็พูดภาษากิมแฮของมัน ไม่พูดไทย ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่า เขาคนไทยพูดไทยได้

เจ้าหน้าที่บอกให้ #หญิงA พูดไทย
#หญิงA : เขาพูดว่า: ผมไปขโมยกระเป๋าใบสีเทาของเพื่อนเขามา และไปกรีดกระเป๋าใบสีแดงของเขา เอาสร้อยคอ+แหวนของเพื่อนเขาที่ฝากมาจากเกาหลีจะเอาไปให้แม่ที่อุดร

#เจ้าหน้าที่การท่า ถามว่าหญิงA ในกระเป๋าเพื่อนคุณมีอะไร และรอยกรีดกระเป๋าตรงใน
#หญิงA : ตอบว่า หนูไม่รู้มีอะไร (และพูด ว่าผมไปกรีดเอากระดาษที่ติดไว้กับกระเป๋าออกเพราะมีเบอร์กระเป๋าอยู่ กระเป๋าเขาพามาจากกิมแฮมี2ใบ

ตอนนี้หายไป1ใบ อีกใบคือใบทีผมถืออยู่ )
และ #หญิงA :ก็บอกเจ้าหน้าที่การท่า ให้พาผมไปเคลียดกับตำรวจด้านล่าง #เจ้าหน้าที่การท่า เลย งง??? และบอกว่าผมนี้แระเจ้าหน้าที่การท่า ที่นี้ ไม่ต้องไปไหนแล้ว คุยกับผมได้เลย #หญิงA : ก็โวยวายพูดภาษากิมแฮเช่นเคยด้วยเสียงดังและชี้มาที่ผม จนลูกสาวและภรรยาผมตกใจตื่น นั่งมองด้วยความงง??? ว่าเกิดอะไรขึ้น

#เจ้าหน้าที่การท่า ถามผมว่า.ในกระเป๋ามีอะไร ผมก็บอกไปว่า มีนู้น นี้ นั้น และที่สำคัญมีถุงใส่ Spinner ของลูกสาวแบบเทพๆๆ ไว้วางอยู่บนสุด ที่พึงซื้อมาจากสำเพ็งตี12.30และใส่ไว้ในกระเป๋าบนสุด เพราะระหว่างรอตี2กว่า ผมได้เอามานั่งเล่นกับเจ้าหน้าที่ผู้ชายของสายการบินบางกอกฯด้วย(เพราะเขาเล่นอยู่) พร้อมกับเปิดกระเป๋าให้เจ้าหน้าที่ดู

#เหตุการเริ่มสนุก เจ้าหน้าที่เริ่มมามากขึ้น เกือบ10นาย และมีการขอดูเอกสารต่างๆของ #หญิงA ดู และถามเรื่องราวของ #หญิงA
และ #หญิงA เรื่มพูดบ่น2ภาษาไป มา พร้อมกับพูดไทย ว่าสร้อยคอและแหวนเพื่อนเขาฝากมาให้แม่เขาและกระเป๋าใบนี้ก็ของเพื่อนเขา
ผมมาขโมยของเขาไปแบบนี้ เขาจะทำยังไง และจะเอาที่ไหนไปให้แม่เพื่อนเขา และก็ชี้หน้าผมว่าขโมยคนไทยด้วยกันทำไหมทำแบบนี้ พูดสารพัดพูด ด้วย2ภาษาที่เขาถนัด ภาษากิมแฮ บา บา บา...................

#อยู่ๆๆ ผู้ชายขาวๆๆ คนหนึ่ง ลากระเป๋าใบใหญ่ มาด้านข้างห่างกันไม่ถึง20เมตร โยนกระเป๋าขึ้น ลง 2-3รอบด้วยเสียงดังมาก และขึ้นไปกระโดนบนกระเป๋า เปิดกระเป๋า เอาข้าวของออกมาปาเต็มไปหมดบริเวณแถวนั้น หัวหน้างานที่สอบ #หญิงA
ให้แบ่งเจ้าหน้าที่ไปดู ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นคุยกับเจ้าหน้าที่ไม่รู้เรื่องผมคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงพูดภาษากิมแฮ อีกแน่เลย ผ่านไปสักพัก มีผู้ชาย2-3คนมาพูดคุยและช่วยเก็บข้าวของ พาผู้ชายนั้นออกไปจากจุดนั้น หายไปเลย
ส่วนผมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกให้ไปเช็คอินได้เลยเพราะ พนักงานต้อนรับแจ้งว่าจะสายแล้ว และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมแล้วตอนนี้
#ผมก็เลยไม่ได้รู้เรื่องราวต่อจากนี้อีกเลยครับ

เรื่องราวแบบละเอียดก็เป็นแบบนี้ครับ ถ้าไม่เล่าละเอียด ผมคิดว่า คำถามก็จะทยอยมา ซึ่งผมถ้าทำงานแล้วไม่ค่อยสะดวกตอบกลับทันที่ เล่าให้ฟังแบบชัดๆๆไปเลยครับ
#ผมเลยคิดว่านี้คือ เป็นแก๊งมิจฉาชีพ ที่ค่อยหากินกับนักท่องเที่ยว เพราะเวลาตอนนั้น นักท่องเที่ยวอินเดียเยอะมาก+จีนไม่เยอะ ผมตัวดำๆๆ
#หญิงA คิดว่าผมเป็นอินเดีย เลยจะพยายามทำยังไงก็ได้ ให้ผมลงเคลียร์ด้านล่างกับเขาโดยอ้างว่าตำรวจกับเขาชั้นล่าง เพราะคงมีพวกเขารออยู่
(และผมก็คิดว่าพวกที่มาทำเรื่องโยนกระเป๋าคือกลุ่มคนของเขา เพราะคงเห็นว่า #หญิงA เรื่องมีปัญหาแล้ว เลยมาสร้างประเด็นขึ้นมากครับ
เรื่องทั้งหมดนี้ ถ้าใครคิดว่ามีประโยชน์
ผมอนุญาตให้แชร์ได้ครับ

ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นการเข้าใจผิด หลังจากมีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก เพื่อนของสาวคนดังกล่าวได้ติดต่อมายังเจ้าของเฟซบุ๊ก และได้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเพื่อนตนเองสติไม่ดี โดยระบุข้อความว่า

#อัพเดทข่าว 16/06/17. เวลา 06.21น.
แจ้งความคืบหน้า จากเหตุการณ์ที่ผมได้เขียนโพสต์ไปเมื่อวาน
#เรื่องมิจฉาชีพบนสนามบินสุวรรณภูมิ.
เวลาประมาณ 19.07น.
วันที่ 15/06/17 มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาผม. ขึ้นต้นหน้าเบอร์โทร +82 10-XXXX-XXXX. เป็นเสียงน้องผู้หญิงคนหนึ่ง.
เขาแจ้งว่า. เขาโทรมาจากเกาหลี
ถามถึงเหตุการณ์ของผู้หญิงในเฟส ที่ผมโพสต์ว่าเขาเป็น #มิจฉาชีพคนนั้น.
เขาได้เห็นเฟสที่แชร์กันออกไปมาก ถึง3พันกว่าคนนั้น. ทำให้เขาได้เห็นผู้หญิงในเฟส. ว่าเป็นเพื่อนเขา. ที่ถูก ต.ม. เกาหลีจับตัวไป. และไม่ทราบว่าจับตัวไปไหน

จนมาเห็นในเฟส. ว่ามาทำแบบนี้กับผม. เขาเห็นแล้วตกใจมาก.
เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนเขาเอง. และก็อธิบายให้ผมฟังเรื่องราวต่างๆ
และขอโทษผม แทนเพื่อนเขาคนนี้ด้วยที่ไปทำกับผมแบบนั้น.
#น้องที่โทรมา เขาบอกผมว่า เพื่อนเขาคนนี้ชื่อ #คุณอุ๊ เป็นเพื่อนเขา.
เขาเป็นคนสติไม่ค่อยดี. มีอาการสติไม่ดีเป็นบางครั้ง.
เลยถูกเจ้าหน้าที่ ต.ม.เกาหลีจับตัวไปแต่ไม่ทราบว่าจับไปไหน. มาทราบอีกครั้งว่าอยู่ประเทศไทยแล้ว
#และยังฝากผมให้ช่วย. ติดต่อญาติ พี่น้องเขา หรือเจ้าหน้าที่อะไรก็ได้ ช่วยเอาตัวเขาไปดูแลให้ด้วยครับ.
#และวันเดียวกัน เวลาประมาณ 22.48

ใช้ชื่อในข้อความว่า #คุณ เปิ้ล ดาวร้าย. ได้ส่งข้อความมาหาผม และก็พูดประโยชน์คล้ายๆกับที่โทรมาหาผมตามข้อความด้านล่างนี้ครับ.
ทั้งหมดนี้ #ถ้าเป็นจริง ดังที่คุณเปิ้ล ดาวร้ายพูด.
#ผมก็ต้องขอโทษด้วยครับ. ที่เข้าใจผิดมาตลอด. แต่เหตุการณ์ตอนนั้น มันน่ากลัวมาก. ถ้าเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ทันเพื่อน.จะแย่เอาได้ครับ
#เหตุการณ์ทุกๆอย่าง ที่เกิดขึ้น ที่ผมเขียนแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆๆทราบนั้น
โปรดใช้วิจารณญาณตัดสินใจกันเองนะครับ
#ว่าเรื่องไหนจริง. #เรื่องไหนไม่จริง
#แต่ผมเจอตอนนั้น คือ. คิดว่าเป็นพวกมิจฉาชีพแน่นอนครับ
#แต่ถ้าความจริง เป็นแบบที่ คุณเปิ้ล ดาวร้าย บอกผมมา แสดงว่าผมเข้าใจ.
#ผมต้องขอโทษ มานะโอกาสนี้ด้วยครับ


ที่มา: Clicknews
Google Plus
- Advertisement -