- Advertisement -
loading...

เจอตัวแล้ว!! คนขับแท็กซี่ ที่ถูก "พริตตี้สาว" อ้างว่าพยายาม "มอมยาสลบ" เธอ แต่ไปๆ มาๆ งานนี้ส่อแววคดีพลิกซะแล้ว!!


จากกรณีพริตตี้สาวได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีคนขับแท็กซี่ สีน้ำเงิน-เหลือง โดยกล่าวหาว่าพยายามมอมยาสลบ นอกจากนี้ยังได้โพสต์บอกเล่าประสบการณ์ดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น [คลิ๊กอ่าน: เกือบไปแล้ว!! พริตตี้สาวเผยนาทีระทึก! โดนโชเฟอร์แท็กซี่มอมยาในรถ ก่อนเผยวิธีการเอาตัวรอดไว้เป็นอุทาหรณ์!!]

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2560 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Anupong Ja ได้โพสต์แจ้งความคืบหน้ากรณีดังกล่าวในกลุ่มเฟซบุ๊ก ชมรมเพื่อนเตือนภัยจังหวัดระยอง ระบุว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ได้เรียกพนักงานขับรถแท็กซี่คันเกิดขึ้น มาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบชื่อคือ นายณัฐวัฒน์ พันธุเดช อายุ 43 ปี ใบอนุญาตขับรถประเภท (ท.2) เลขที่ รย.00449/57 โดยเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าใช้ยาสลบมอมผู้โดยสาร โดยบอกว่า ตนเป็นคนชอบดมยาเหลือง เพื่อแก้อาการวิงเวียน วันเวลาเกิดเหตุ ก็ได้เปิดขวดใช้ยาเหลืองดม จึงอาจทำให้ผู้โดยสาร เข้าใจผิด


ทั้งนี้ทางผู้ตรวจการสำนักงานขนส่งฯ ได้ทดลองดมยาเหลืองขวดดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าเป็นยาดมแก้วิงเวียน ที่ใช้กันทั่วไป ประกอบกับพนักงานขับรถดังกล่าวแล้ว พบว่าไม่เคยมีประวัติการร้องเรียนการให้บริการ จึงพิจารณาเห็นว่า ข้อร้องเรียน กรณีมอมยาสลบผู้โดยสาร ไม่มีมูลเพียงพอ

เช้านี้เปิดหน้าเฟสบุ๊คมาตกใจในคอมเม้นและการแชร์ของใครหลายคน ชุบโพสเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ใครหลายๆคน แต่ทำไมกัน ทำไมสัง...
Posted by Lukchub Rujirada on Friday, 26 May 2017

อย่างไรก็ตาม เพื่อความรอบคอบ โปร่งใส ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง ได้ส่งตัวพนักงานขับรถแท็กซี่ดังกล่าว ไปรายงานตัวที่ สภ.นิคมพัฒนา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกขั้นหนึ่ง



โดยภายหลังจากเรื่องราวถูกนำมาแชร์ในโลกโซเชียล ชาวเน็ตต่างก็เสียงแตก มีความคิดเห็นที่แตกต่างต่างกันไปในคนละมุมมอง โดยฝ่ายหนึ่งก็ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และยาสลบดังกล่าวมีจริงเหรอ เธอแต่งเรื่องขึ้นมาเองหรือไม่ ขณะที่อีกฝ่ายก็เห็นว่า หากแท็กซี่บริสุทธิ์ใจจริงทำไมถึงต้องรีบขับรถหนีออกไปโดยที่ยังไม่ได้เงินจากผู้โดยสาร และทางพริตตี้สาวเจ้าของเรื่องก็ได้ออกมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเธอ อยากเตือนภัยผู้หญิงไม่ได้แต่งเรื่องและไม่คิดเอาเรื่องเช่นนี้มาล้อเล่นอย่างแน่นอน





ที่มา: เฟซบุ๊ก Anupong Ja
Google Plus
- Advertisement -