- Advertisement -
loading...

ขนลุกซู่!! บุกพิสูจน์อาถรรพ์ อุทยานฯ "หุ่นฝังวิญญาณ" ในสำนักสงฆ์ร้าง อาจารย์ซ่วน (มีคลิป)


จากกรณีที่กลายเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อมีการกล่าวถึงสำนักสงฆ์เร้นลับที่รกร้างไร้คนดูแลของ พระอาจารย์ซ่วน ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เกจิชื่อดังในตำนานของเมืองแปดริ้ว ซึ่งเป็นอุทยานกลางแจ้งที่ถูกปล่อยรกร้าง หลังจากพระอาจารย์ซ่วนมรณภาพไปเมื่อปี 2536 เหลือทิ้งไว้เพียงรูปปั้นจำนวนมาก ยืนตระหง่านเรียงรายกันอยู่เต็มแน่นพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ภายในบริเวณผืนป่าริมคลองท่าลาด พื้นที่รอยต่อระหว่าง ม.5 และ ม.6 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะในตอนกลางคืนไม่มีใครกล้าแม้แต่ย่างกรายเข้าไป เพราะเหมือนรูปปั้นกำลังจ้องมองอยู่ และแววตาคล้ายมีชีวิตมีดวงวิญญาณอยู่ในนั้น จนชาวบ้านในแถบนั้นต่างเรียกขานกันว่า "หุ่นฝังวิญญาณ"


ล่าสุด วันที่ 7 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ WorkpointTV ได้เดินทางเข้าไปพิสูจน์ถึงความน่าสะพรึงกลัวของสถานที่อาถรรพ์แห่งนี้ โดยได้ สอบถาม นางสายพิน เจนภูมิเดช อายุ 63 ปี ซึ่งได้เล่าว่าเธอเป็นหนึ่งในเด็กสาวที่ถูกนำมาฝึกหัดให้เป็นผู้ช่วยช่างปั้นหุ่น ปฏิมากรรมปูนปั้นทั้งหลายเหล่านี้ ตั้งแต่เมื่อเธออายุได้ 18-19 ปี พระอาจารซ่วน ปัญญาธโร เจ้าของสำนักสงฆ์แห่งนี้ได้มรณะภาพไป ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2536 ด้วยวัย 63 ปี สำนักสงฆ์ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ดินส่วนตัวของนายวัน บิดาของพระอาจารย์ จึงถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลานานถึง 24 ปีเต็มแล้ว สภาพพื้นที่จึงดูรกร้างและหุ่นปั้นตามจินตนาการ และวรรณคดีต่างๆ จำนวน 242 ตน จึงได้ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้จนมีต้นไม้และเถาวัลย์น้อยใหญ่ขึ้นรกปกคลุม จนดูน่าสะพรึงกลัว


โดยหุ่นปั้นในสำนักสงฆ์ร้างของพระอาจารย์ซ่วนแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นปั้นตามวรรณคดีไทย และหุ่นปั้นทางศาสนาต่างๆ ทั้งไทย จีน อินเดีย เช่น หุ่นปั้น ในพุทธประวัติ หุ่นปั้นเจ้าแม่กาลี ในศาสนาพราหมณ์ ของอินเดีย หุ่นปั้น 8 เซียน ของจีน และเจ้าแม่กวนอิม ตลอดจนรูปปั้นยักษ์จากวรรณกรรมต่างๆ เปรตอสูรกาย จากเรื่องพระอภัยมณี นางสิบสอง และขุนโจรที่มีชื่อเสียงในอดีต อย่างมากมายหลายร้อยชนิด

เนื่องจากท่านเป็นคนชอบสร้างหุ่นเพื่อสะเดาะเคราะห์ให้แก่ผู้คนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ และหุ่นทุกตัวที่สร้างขึ้นจะมีส่วนผสมของกระดูกผีตายโหง ตามวิชาอาคมที่ท่านได้เรียนมา และมีการตั้งโต๊ะทำพิธีเซ่นไหว้ในทุกๆ ตนที่สร้างขึ้น จึงยิ่งทำให้ป่าหุ่นปูนปั้นแห่งนี้ยิ่งดูขลึงขลังวังเวง จนน่าสะพรึงกลัวและไม่มีใครกล้าย่างกายหรือเดินผ่านเข้ามาใกล้


เดิมทีนั้น พระอาจารย์ซ่วน ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าลาดใต้ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกันริมคลองท่าลาดใต้สายนี้ แต่หลังจากที่มีผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันเดินทางเข้ามาขอให้ท่านช่วยเหลือ และเข้ามาขอเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะปลัดขิกเรียกทรัพย์ เป็นจำนวนมากอย่างเนืองแน่นตลอดทุกวัน จนทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน เพราะนอกจากจะรับแขกเหรื่อญาติโยมที่เดินทางเข้ามาขึ้นหาแล้ว ท่านยังต้องทำงานภายในวัดอื่นๆ ด้วย พระอาจารย์จึงได้ข้ามมาก่อตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นมา เพื่อหลบหลีกจากการถูกรบกวนจากผู้คน ด้วยการพายเรือข้ามฝั่งมายังภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้เมื่อต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่บ้าง

"โดยที่ในวัดท่าลาดใต้เองนั้น ปัจจุบันก็มีหุ่นปูนปั้นรูปร่างต่างๆ เหล่านี้อยู่มากมายเช่นเดียวกัน และยังมีอายุเก่าแก่มากกว่าหุ่นปั้นในป่าสำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้อีกด้วย แม้จะถูกพระสงฆ์ที่เข้ามาอยู่ภายในวัดท่าลาดใต้ในยุคหลัง ไถทิ้งไปบ้างแล้วก็ตาม โดยหุ่นปูนปั้นที่วัดท่าลาดใต้นั้น มีอายุราว 50 ปี ส่วนหุ่นปั้นในสำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 40 ปีเศษเท่านั้น" นางสายพินกล่าว


ขณะที่ นายรณชัย ลี่เส็ง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/9 ม.3 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา อดีตเด็กวัดพงษาราม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักสงฆ์แห่งนี้มากนัก กล่าวว่า เมื่อครั้งตนยังอยู่ในวัย 12 ขวบ พระอาจารย์ซ่วนยังมีชีวิตอยู่ ตนได้เข้ามาวิ่งเล่นยังที่สำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่เป็นประจำ เพราะมีของกินมากเนื่องจากมีผู้คนเข้ามาขึ้นหาอาจารย์มาก และยังมีรายได้จากผู้คนที่ได้ใช้ไหว้วานให้ไปช่วยซื้อของให้ เนื่องจากเส้นทางการสัญจรในสมัยนั้นไม่ค่อยสะดวก จึงรู้จักคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี


โดยหุ่นปั้นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีวิญญาณจากกระดูกผีที่นำมาใช้เป็นส่วนผสม ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้ามาใกล้ยังสถานที่แห่งนี้ แต่หลังจากที่ได้มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ได้เข้ามาถ่ายทำรายการในสถานที่แห่งนี้เมื่อกว่า 4 เดือนก่อน และนำออกเผยแพร่ไป จึงทำให้เริ่มมีผู้คนรู้จักสถานที่แห่งนี้ และเริ่มมีคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว หรือต้องการเข้ามาพิสูจน์ถึงความลี้ลับ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน


เเละในเวลากลางคืนมักจะมีผู้เข้ามาขอโชคลาภ โดยนางจิตรตรา พันธนา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 ม.2 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ที่ได้รับโชคลาภ จากการค้นหาเลขเด็ดจากหุ่นปูนปั้นเหล่านี้ ซึ่งได้เดินทางเข้ามาแก้บนกับหุ่นรูปกุมารกลางป่า กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นคนในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เคยเข้ามาขออะไรยังสถานที่แห่งนี้มาก่อน จนเมื่อวันก่อนการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาลในงวดที่ผ่านมา จึงได้เข้ามาลองขอดู ปรากฏว่าได้รับเลขโชคลาภจริงๆ แม้จะเป็นเพียงโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ในวันนี้จึงได้ไปซื้อของเล่นมาแก้บน ตามที่ได้เคยเอ่ยปากให้ไว้แก่หุ่นกุมารเพื่อรักษาสัญญา

"ส่วนเรื่องประหลาด หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติในสถานที่แห่งนี้นั้น ตนยังไม่เคยเจอ แต่มีเพียงอาการขนลุกซู่ตั้งชันทั้งตัวอยู่บ่อยครั้ง" นางจิตรตรากล่าว


ที่มา: WorkpointTV, The Shock 13
Google Plus
- Advertisement -