- Advertisement -
loading...

อุทาหรณ์เตือนใจ!! นักศึกษาแพทย์เสพติดเข้า "อาบอบนวด" สมองมีแต่เรื่องจ้ำจี้ จนสุดท้ายชีวิตเขาเป็นแบบนี้ ใครชอบเที่ยวดูไว้นะ!!


เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ออกมาอย่างสนั่นภายในข้ามคืนกันเลยทีเดียว สำหรับเว็บกระทู้พันทิป ที่ได้นำผู้คนจากทั่วประเทศมารวมกันกันไว้ที่นี้ และล่าสุดนั้นจากกระทู้อันหนึ่งที่เจ้าของกระทู้นั้นได้ระบายความในใจและเล่าประสบการณ์ตรงของ นักศึกแพทย์ชาย รายหนึ่งที่รู้สึกผิดอย่างเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นฟังว่าครั้งหนึ่งนั้นตนเองเคยไปหลงใช้บริการอาบอบนวดจนติดแบบหนัก เรื่องเป็นยังไงงั้นเรามาอ่านกันเลยจ้า

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีประสปการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเลยมาแบ่งปันเพื่ออาจจะเป็นสิ่งเตือนใจใครบางคนตอนนี้ที่ยังทำอยู่ และยังอาจจะหยุดทันนะครับ (: แนะนำตัวก่อนครับ ผมเป็นนักศึกษาแพทย์คนนึงครับ อาจจะศึกษาอยู่ในสถาบันชื่อดังเลยนั่นแล่ะครับ ซึ่งที่จะบอกก็คือไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนทุกคนก็อาจจะเคยอยากลองทำอะไรผิดๆ มาก่อนครับ ไม่เว้นแม้ใครทั้นนั้น

เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนผมได้เข้าไปรุ้จักกับวงการนกป.มาครับ ซึ่งในวงการนี้ก็จะคล้ายๆกับอาบอบนวดนั่นแล่ะครับ แต่ที่นี่อาจจะเรียกหมอนวดเป็นพวกน้องพริตตี้อะไรแบบนี้ และส่วนมากในวงการนี้ก็จะไม่ไปถึงการมีอะไรกันอย่างอาบอบนวดที่จุดประสงค์คือการมีอะไรกันนั่นแล่ะครับ

ซึ่งแรกๆแน่นอนผมก็ยังไม่กล้าทำอะไรเท่าไหร่ได้แค่นอนเฉยๆ และให้พริตตี้ใช้แค่มือบ้าง ใช้ปากร่วมด้วยบ้าง มีจูบกันบ้างครับ ซึ่งช่วงนั้นผมก็ยังไม่เลยเถิดไปถึงขึ้นมีอะไรกับพริตตี้ และผมก็ไปใช้บริการอยู่เรื่อยๆเดือนละครั้งถึง2ครั้ง


หลังจากนั้นผมก็เริ่มหน้ามืดครับ หลังจากที่ไม่ได้คิดจะมีอะไรกับน้องๆพริตตี้ก็กลายเป็นพยายามหาร้านที่จะได้มีอะไรกับน้องๆได้ง่ายที่สุดแทน จนมา1ปีหลังนี้กลายเป็นว่าผมได้มีอะไรกับน้องพริตตี้ไปเยอะพอสมควรครับ แต่ทุกๆครั้งผมป้องกันด้วยถุงยางตลอดครับจึงทำให้ผมไม่ได้คิดถึงผลที่อาจจะตามมาเลย และ3เดือนที่ผ่านมานี้ผมก็ไม่ได้ไปใช้บริการอีก และก็คิดว่าตัวผมเองอยากจะเลิกสิ่งนี้ให้ได้สักทีแล้วเพราะนอกจากมันจะได้แค่ความสุขชั่ววูบ วูบเดียวจริงๆครับ นอกจากนั้นเราไม่อาจได้อะไรเลย ทั้งความรัก เงินทองทุกอย่างมันจะสลายไปด้วยซ้ำ

จนเมื่อมาเมื่อสัปดาห์ก่อนผมคิดอะไรไม่รู้ อยู่ๆก็คิดถึงสิ่งที่ตัวเองได้เรียนมา เกี่ยวกับพวกเชื้อ HIV ซึ่งผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าป้องกันทุกครั้ง และไม่น่าจะติดโรคได้ แต่แน่นอนว่าที่ผมเรียนมามันไม่มีอะไรป้องกันได้แน่นอน 100% อยู่แล้วครับ มันจึงทำให้ผมรู้สึกเครียดมากขึ้นเรื่อยๆว่าตัวเองจะติดโรคนี้หรือไม่

พยายามสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเชื้อนี้เพิ่มเติมจากที่เรียนมา ทั้งเปอเซ็นการติดต่อทุกๆด้าน อาการอย่างละเอียดก็ไม่ได้มีอะไรยืนยันว่าผมไม่ได้ติด ณ ตอนนั้นผมเครียดมากๆครับ ไม่รุ้เลยว่าถ้าตัวเองติดเชื้อ HIV จะทำอย่างไร จะบอกกับครอบครัวตัวเองยังไง จะบอกกับคนที่เรากำลังคุยด้วยที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดียังไง จะบอกเพื่อนๆยังไง บอกไปแล้วเขาจะรับได้หรอ เขาต้องไม่คุยกับเราต่อแน่นอน ซึ่งสิ่งที่ผมคิดตอนนั้นก้คือถ้าเราติดเชื้อ HIV ทุกอย่างในชีวิตต่อจากนี้ต้องพังทลายลงแน่นอนครับ


นั่นแล่ะครับผมจึงตัดสินใจไปตรวจ HIV ที่คลินิคนิรนามสภากาชาติไทย(เป็นคนไทยไปตรวจได้ฟรีไม่เสียเงินเลยครับ) ตอนที่ไปตรวจผมก็สวดมนต์อ้อนวอนภาวนาทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเพื่อให้ชีวิตผมไม่พังทลายตรงนี้ และผลตรวจก็ออกมาครับคือ "Negative" ผมดีใจแทบน้ำตาร่วงกับผู้ให้คำปรึกษาที่แจ้งผลแก่ผมในห้องนั้นเลยครับ มันทำให้ทุกอย่างตอนนั้นมันเบาสบายขึ้นมาทันที

สุดท้ายละครับที่ผมพิมพ์มาทั้งหมดนี้ผมอยากจะบอกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหลายครับว่า เรื่องการติดเชื้อไม่มีอะไรป้องกันได้แน่นอน100%ครับ อย่าคิดว่าเราป้องกันทุกครั้งแล้วมันจะไม่เกิดการผิดพลาดได้ ไม่ควรนำตัวเองลงไปเสี่ยงกับการติดเชื้อที่มันอาจจะน้อยก็จริงแต่ถ้ามันติดไปแล้ว มันจะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต และอาจทำให้ชีวิตคุณพังทลายลงได้ครับ ผมอาจจะยังเป็นคนที่โชคดีอยู่ก็จริงครับที่ผมไม่ติดเชื้อนี้

แต่จากความรู้สึกตอนที่ผมกลัวว่าจะติดเชื้อตอนนั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวผม2-3วันได้ ผมจึงสาบานกับตัวเองแล้วครับว่าจะไม่กลับไปข้องเกี่ยวกับวงการอบายมุขพวกนี้อีกแล้ว จะไม่นำตัวเองลงไปเสี่ยง เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แล้วได้รับกลับมาเป็นความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว ยังไงๆก็ขอให้คนที่ยังติดอยู่ในวงการนั้นคิดได้และลองไปตรวจเชื้อดูนะครับ คุณอาจจะยังเลิกทัน และถึงแม้ว่าคุณอาจจะติดเชื้อไปแล้วก็ยังได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆครับ เป้นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ (:

ที่มา: สมาชิกหมายเลข 2741910
Google Plus
- Advertisement -