- Advertisement -
loading...

สยองขวัญ!! นักสำรวจค้นพบ "ทะเสสาบลึกลับ" พอเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงกลับ ถึงกับเข่าทรุด!! ไม่อยากเชื่อจะได้เจอกับสิ่งที่น่าขนลุกขนาดนี้!! ปริศนาที่อยู่มานับพันปี!!


ในขณะที่นักผจญภัยหลายๆ คนชื่นชอบที่จะไปท่องเที่ยวยังทะเลสาบที่สวยงาม แต่พวกเขาอาจคาดไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกับทะเลสาบแบบนี้ ที่ทำเอานักสำรวจทั้งหลายถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวลึกลับ สยองขวัญ ต้องไม่พลาดที่จะไปเยือนทะเลสาบแห่งนี้ เพราะมันจะทำให้คุณถึงกับขวัญผวา ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้พบ


ทะเลสาบ Roopkund อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 16,000 ฟุต บนเทือกเขาหิมาลัย ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ถูกค้นพบในปี 1942 โดยนายพรานคนหนึ่ง สภาพทิวทัศน์ของทะเลสาบแห่งนี้จัดได้ว่าสวยงาม น่าหลงใหล หากไม่นับว่า ที่นี่เต็มไปด้วยกระดูกมนุษย์จำนวนมากมายมหาศาลนับไม่ถ้วน!!


เหล่านักสำรวจต่างคาดเดากันว่า โครงกระดูกมนุษย์ที่พบเหล่านี้ อาจเป็นโครงกระดูกของเหล่าทหารญี่ปุ่น ที่ปล่อยถูกทิ้งให้ตายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบแล้วกลับพบว่า มันเป็นของผู้คนที่ตายในช่วงปี ค.ศ. 850 หรือตั้งแต่เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว


นับตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา ไม่มีใครสามารถระบุได้ว่า สิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายเหล่านี้คืออะไรกันแน่ แม้ว่านักวิจัยจะพยายามสำรวจถึงความเป็นไปได้ต่างๆ มากมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุด กลับกลายเป็นตำนานพื้นบ้านที่ถูกเล่าขานสืบต่อกันมา เกี่ยวกับโครงกระดูกในแม่น้ำแห่งนี้


ตามตำนานเล่าถึงความโกรธเกรี้ยวของเทพธิดาองค์หนึ่ง ที่เสกให้หินก้อนใหญ่มากมายตกลงมาเป็นห่าฝน จนคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ซึ่งเมื่อกลุ่มนักวิจัยที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน National Geographic ได้เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว และตรวจสอบซากกระดูก พวกเขาก็พบว่า ทุกคนถูกฆ่าโดยห่าฝนลูกเห็บขนาดใหญ่จริงๆ!!

เมื่อวัดจากรอยแตกของกระโหลกศีรษะ ลูกเห็บขนาดใหญ่ที่สุดที่พวกเขาคาดคะเน น่าจะใหญ่ถึง 9 นิ้ว เลยทีเดียว


ไม่มีใครรู้แน่ชัดเกี่ยวกับผู้รอดชีวิต แต่เรื่องราวของภัยพิบัติอันน่ากลัวนี้ ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในสร้างเป็นตำนานพื้นบ้านขึ้นมา และกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของปริศนาทะเลสาบลึกลับแห่งนี้


สุดท้าย ถึงแม้เรื่องราวของโครงกระดูกมนุษย์จะชวนสยองสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ แต่ปัญหาของที่นี่ก็คือ มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ขโมยชิ้นส่วนของกระดูกกลับไปเป็นที่ระลึก แน่นอนว่าทีมนักโบราณคดีและนักวิจัยต่างต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ป้องกัน เพื่อช่วยในการทำวิจัย และเพื่อให้โครงกระดูกเหล่านี้ได้พักผ่อนอย่างสงบในพื้นที่สุดท้ายของพวกเขาต่อไป



ที่มา: Petmaya, Viralnova
Google Plus
- Advertisement -