- Advertisement -
loading...

หญิงสาวโดนบอกเลิกกระทันหัน หลังด่ากราดใส่ "คุณป้า" เนื้อตัวมอมแมมเก็บขวดริมถนน! พอรู้ว่าเธอเป็นใครเท่านั้น ถึงกับหน้าชา เสียใจไปตลอดชีวิต !!


คุณป้าหยางเคยมีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่หลังจากสามีที่ทำงานอยู่บริษัทก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุก็จากไปในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมาคุณป้าหยางก็เลยต้องเลี้ยงดูลูกมาโดยลำพัง โชคดีที่ลูกชายสอบเข้ามหาลัยได้ พอจบมาก็ได้งานในบริษัทใหญ่โต จากนั้นก็มารับแม่ไปอยู่ในเมืองด้วยกัน

หลังคุณป้าย้ายไปอยู่ในเมือง ตอนกลางวันลูกชายไปทำงาน ที่บ้านไม่มีใครคุยกับแก มีอยู่วันนึงแกก็เลยออกจากบ้านไปเดินเล่น ออกมาไม่ไกลแล้วก็เจอคนแก่อายุประมาณเดียวกันหลายคนเก็บขวด เก็บกระป๋องอยู่ริมถนน แกเข้าไปคุยกันถูกคอ ก็เลยรู้ว่าคนแก่เหล่านั้นถูกลูกๆไล่ออกจากบ้าน ก็เลยต้องมาเก็บของข้างถนนขายประทังชีวิต คุณป้าหยางสงสารและเห็นใจมาก เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับคนเหล่านั้นแกก็เลยตามพวกเขาไปเก็บขวดเก็บกระป๋องด้วย ลูกชายกลับมาบ้านเห็นขวดพลาสติกประหลาดเต็มบ้าน ก็เลยถามแม่ คุณป้าหยางก็เลยบอกว่าแกเก็บกลับมา ลูกชายได้ยินดังนั้นก็ว่า : “แม่ ไปต้องออกไปเก็บแล้ว ผมแม่เลี้ยงแม่ได้” แกว่า: “แม่เหงา ออกไปเก็บขวดก็ได้คุยกับคนพวกนั้นด้วย” ไม่ว่าลูกชายจะโน้มน้าวแกยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ก็เลยยอมให้แกไป แต่ก็บอกให้ระวังรถให้ดี


วันนี้ก็เหมือนที่ผ่านมา หลังจากลูกชายออกไปทำงาน คุณป้าก็ออกมาเก็บขวด แกเห็นเด็กชายคนหนึ่งโยนขวดน้ำที่เพิ่งกินหมดลงพื้น คุณป้าก็เลยรีบเดินไปเก็บขึ้นมาก็เลยชนกับผู้หญิงคนนึงเข้า ผู้หญิงคนนั้นว่าแก : “เดินไม่ดูทางหรือไง มาชนชั้นได้ ชั้นตัวเบ้อเริ่ม ไม่เห็นหรอ?” คุณป้าเห็นดังนั้นก็รีบขอโทษ : “ขอโทษแม่หนู เมื่อกี้ฉันรีบเดินมาเก็บขวด ก็เลยไม่ได้ระวัง” ผู้หญิงคนนั้นเห็นขวดพลาสติกตกอยู่บนพื้นก็เลยเตะไปไกล

แล้วเธอก็เห็นว่ากระโปรงเธอเปลอะ ก็ยิ่งพาล : “ดูเลย ทำกระโปรงชั้นเลอะไปหมด รู้มั้ยว่านี่ตัวละเท่าไหร่? ป้าเก็บขวดเดือนนึงยังซื้อไม่ได้เลย” คุณป้ามองไปที่กระโปรงแล้วก็ว่า : “ให้ฉันเอาไปซักให้มั้ย ขอโทษจริงๆ” หญิงสาวพูดด้วยเสียงเย็นชา : “เอาไปซักให้หรอ น่าจะยิ่งซักยิ่งสกปรกน่ะสิ คนอย่างป้าก็งี้ ไม่น่าล่ะโดนลูกหลานทิ้ง จนต้องมาเก็บขยะ” คุณป้าได้ยินก็ไม่พอใจเท่าไหร่ ก็ว่า : “แม่หนู อย่ามาพูดอะไรมั่วๆ ลูกชายไม่ได้ทอดทิ้งฉัน แกดีกับฉันมาก ไม่ยอมให้ฉันออกมาเก็บขวด แต่ฉันดื้อจะออกมาเอง” ถึงตอนนี้คนมากมายก็เริ่มสนใจที่สองคนทะเลาะกัน ชี้ไม้ชี้มือมาที่หญิงสาว เธอเห็นดังนั้นก็โกรธเดินสะบัดก้นหนีไป แถมยังจงใจเดินไปผลักคนที่มุงอยู่เพื่อให้เปิดทาง

พอลูกชายเลิกงานกลับถึงบ้าน คุณป้าก็ไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะกลัวลูกห้ามไม่ให้ออกไปเก็บอีก วันนั้นหลังกินข้าวเสร็จลูกชายบอกว่า : “แม่ครับ วันอาทิตย์นี้ผมจะพาเพื่อนมากินข้าวที่บ้านนะ” คุณป้าได้ยินก็ดีใจ ถามต่อ : “เพื่อนผู้หญิงใช่มั้ย?”


วันอาทิตย์ คุณป้ารีบไปตลาดแต่เช้าเพื่อซื้ออาหารสดมาทำ มื้อกลางวันอาหารเต็มโต๊ะ รอไม่นานลูกชายก็กลับมาถึงบ้าน ด้านหลังมีหญิงสาวคนนึงเดินตามมา พอทั้งสองเห็นหน้ากันและกันก็ตะลึง ลูกชายมองด้วยความประหลาดใจแล้วว่า “รู้จักกันหรอครับ?” ทั้งแม่และหญิงสาวไม่ได้พูดอะไร แล้วทั้งสามก็กินข้าวกันอย่างกระอักกระอ่วน หลังจากลูกชายพาหญิงสาวไปส่งบ้านกลับมา ก็ตัดสินใจถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม่ก็เลยเล่าเรื่องวันนั้นให้ฟัง ลูกชายฟังจบก็โกรธมาก

วันต่อมาพอไปทำงาน หญิงสาวคนนั้นก็มาหาลูกชาย เธอว่า : “ฉันมีเรื่องนึงจะบอกคุณ” ลูกชายไม่ได้มองเธอ เก็บของบนโต๊ะ ไม่รอให้เธอพูดอะไรก็ว่า : “คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เราเลิกกันเถอะ ผมเขียนจดหมายลาออกแล้วด้วย” หญิงสาวสงสัย : “ทำไม แม่ของคุณทำผิดก่อนนะ ท่านมาชนชั้น” ลูกชายเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาไร้ความรู้สึก : “ใช่แม่ผมเดินไปชนคุณ แต่ท่านก็ไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษคุณแล้ว ทำไมคุณไม่ยอมอ่อนลงมาบ้าง” หญิงสาวเริ่มวีนด้วยความโกรธ: “ตอนนี้ท่านก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ คุณถึงกับต้องเลิกกับชั้นเพราะเรื่องเล็กๆนี่หรอ” ลูกชายว่า : “คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว คุณไม่รู้ว่าแม่ผมเลี้ยงผมมาตัวคนเดียวลำบากแค่ไหน ท่านเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม ไม่ว่าใครมาทำแบบนี้กับท่าน ผมไม่มีวันให้อภัย” หญิงสาวว่า : “แล้วคุณจะยอมทิ้งอนาคตเพราะเรื่องนี้หรอ พ่อฉันก็บอกแล้วว่าถ้าเราแต่งงานกัน อีกหน่อยบริษัทนี้ก็เป็นของคุณ” ลูกชายตอบด้วยเสียงเย็น : “ผมไม่สนใจ อีกหน่อยไม่ว่าจะเงินหรืออะไร ถ้าผมพยายามก็จะสามารถหาได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบ้านคุณ แต่การที่คุณมีพฤติกรรมแบบนี้กับแม่ผม ผมรับไม่ได้ แต่งกับคุณไปแล้ว แม่ของผมจะเป็นยังไงก็ไม่รู้” ลูกชายเก็บของแล้วก็เดินจากไป หญิงสาวมองแผ่นหลังของเขาน้ำตาไหลพราก

อีกมุมหนี่งของห้อง หญิงชายวัยกลางคนมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผู้ชายว่า : “นี่ก็เพราะคุณตามใจแกมาตั้งแต่เด็กๆ แกก็เลยกลายเป็นคนแบบนี้ หลังเกิดเรื่องนี้แกคงจะควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นบ้าง แต่ที่ทำให้ผมดีใจก็คือ ไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ใช่คนโลภ แถมกตัญญู ผมต้องไปคุยกับเขาสักหน่อย” พูดจบก็เดินออกไป ทิ้งให้ภรรยายืนมองดูลูกสาวแล้วส่ายหัวเพียงลำพัง

ที่มา: Liekr
Google Plus
- Advertisement -