- Advertisement -
loading...

หนุ่มสุดช็อค!! ออกไปหาของป่าบนเขาแต่ดันเจอศพ ยิ่งช็อคซ้ำ!! เมื่อรู้ว่าศพนั้นคือใคร ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา?!


เมื่อวันที่ 24 เม.ย. จากกรณี นายชาย ชูใส อายุ 85 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 4 บ้านวังใหญ่ ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ มีอาการหลงๆ ลืมๆ ได้หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ซึ่งลูกสาวคือนางสาวนิศาชล ชูใส อายุ 44 ปี และญาติ ๆ ตลอดจนเพื่อนบ้านข้างเคียง ต่างช่วยกันออกตามหามาตลอด พร้อมทั้งจัดทำป้ายประกาศคนหาย โดยมีรางวัลให้ จำนวน 5,000 บาท ออกกระจายติดทั่วหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสแต่อย่างใด ล่าสุดวันนี้ ทางลูกหลาน ญาติพี่น้อง ก็ยังคงกระจายกำลัง แบ่งกันออกตามหา นายชาย ชูใส อายุ 85 ปี กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีความหวังว่าจะมีผู้แจ้งเบาะแส หรือพบตัวตามที่หมอดูให้ข้อมูลว่ายังมีชีวิตอยู่


กระทั่งช่วงใกล้เที่ยง นายสำราญ ชูใส อายุ 49 ปี ลูกชายของนายชาย ได้ขึ้นไปบนเขาลวก เพื่อไปหาเก็บผัก เก็บของป่ามาประกอบอาหารกินกัน ตามวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยเดินเข้าป่าพร้อม สุนัข จำนวน 10 ตัว ขณะที่เดินหาของป่า เก็บผักไปเรื่อยๆ ได้ยินเสียงสุนัขที่นำไปด้วย พากันเห่าเสียงดัง พร้อมวิ่งไปมา ตนจึงรีบเดินไปดูตามเสียง นึกว่าสุนัขส่งเสียงเห่างูจงอางใหญ่ ซึ่งมักมีคนพบเจอบ่อย แต่เมื่อเดินเข้าใกล้ไปเรื่อย ก็ต้องแปลกใจ เมื่อได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ลอยมากับสายลม และเมื่อไปถึงจุดที่สุนัขเห่า ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่ามีศพคนนอนเสียชีวิต ไม่สวมรองเท้า ในสภาพนอนหงาย ขึ้นอืด ผิวหนังไหม้เกรียมจากแสงแดด และเริ่มเน่า ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ และเมื่อสังเกตดูดีๆ ก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อคนที่นอนตายตรงหน้า คือนายชาย ชูใส อายุ 85 ปี พ่อของตนเอง ที่ลูก หลาน ญาติๆ ออกติดตามหาตัวกันตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลากว่า 13 วัน ไม่คิดว่าจะได้พบพ่อ ในสภาพที่กลายเป็นศพอยู่ในป่า บนเขาแบบนี้ จึงได้รีบลงมาแจ้งให้ญาติ ๆ ทราบ จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่งเพื่อชันสูตรศพ


โดยจุดที่พบศพอยู่บนยอดเขาภูเขาต้องเดินขึ้นไปประมาณ 500 เมตร และอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 6 กิโลเมตร ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 3 วัน สำหรับสาเหตุนั้นคาดว่าผู้ตายคงจะเดินออกจากบ้านและกลับไม่ถูกจึงเดินเข้าป่าลึกไปเรื่อย ๆ และคาดว่าคงจะขาดอาหารและน้ำ ประกอบกับมีอากาศที่ร้อนจัดจึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว


โดยทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้ช่วยกันนำศพลงมาจากเขา ซึ่งก็เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะเป็นพื้นที่ป่าเขาสูงชัน เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง จึงนำศพลงมาได้สำเร็จ ก่อนมอบให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ที่มา: Khaosod
Google Plus
- Advertisement -