- Advertisement -

มันหยามเกียรติกัน!! พ่อแวะมาหาลูกชายที่กระท่อมนา กลับเจอภาพบาดตาเกินทนรับไหว!? ลูกไม่ถือแต่พ่อยอมไม่ได้ สุดท้ายกลายเป็นเหตุสยอง!!


วันที่ 20 มี.ค. 60 ร.ต.อ.สมชาย ใต้เมืองปักษ์ รองสารวัตร สอบสวน สภ.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน ที่กระท่อมนา ท้ายหมู่บ้านหมากตูม หมู่16 ตำบลนาข่า จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปัญจนะ รองผกก.สอบสวน หัวหน้าสภ.นาข่า, ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี

ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมนายกพื้นสูง พบกองเลือดอยู่ที่พื้นบนกระท่อม ซึ่งใกล้กับเปลญวน โดยผู้ถูกยิงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ทราบชื่อนายณรงค์ ลาพิมล อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 8 ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย และบริเวณราวนมด้านซ้าย สร้างความสยดสยองแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเจ้าของกระท่อมนา เป็นสองผัวเมีย อยู่ด้วยตอนเกิดเหตุ คือนายสุกัณฑ์ มาหลิน อายุ 47 ปี และนางมัญฑิรา มาหลิน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 16 ต.นาข่า ตำรวจได้นำตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก

จากการสอบสวน นายสุกัณฑ์ มาหลิน ให้การว่า ในขณะที่ตนนอนอยู่ในห้องนอนบนกระท่อมนากับภรรยา ซึ่งผู้ตายนอนอยู่เปลญวน ด้านนอก เวลาประมาณ 05.30 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ตนจึงได้ลุกขึ้นมาดู เห็นผู้ตายได้ลุกขึ้นมาจากเปลญวน แล้วพ่อของตน ก็ได้เอาปืนขนาด .38 มม. ยิงซ้ำอีกหนึ่งนัด ก่อนกระโดดลงจากกระท่อมไป ตนและภรรยา จึงได้นำตัวนายณรงค์ ลาพิมล ส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่ก็เสียชีวิตลงในเวลาต่อมาดังกล่าว


ทั้งนี้ ผู้ตายเป็นอดีตแฟนเก่าของภรรยา ที่ทั้งสองคนเคยไปทำงานที่ประเทศไต้หวันด้วยกัน เมื่อปี 2537-2538 เป็นระยะเวลา 2 ปี แต่นายณรงค์มีภรรยาแล้ว นางมัลทิราจึงได้บอกเลิกและมาแต่งงานกับตน ซึ่งผู้ตายได้ไปอยู่ จ.ชลบุรี ทำงานขับรถสองแถว แล้วมีภรรยาใหม่ที่นั้น ส่วนตนกับภรรยาก็อยู่กินด้วยกันจนมีลูก 2 คน ก่อนที่เมื่อปี 2558 ภรรยาใหม่ของผู้ตายไปยืมเงินนอกระบบ มาจำนวน 2 แสนบาท แล้วไม่จ่าย ทำให้ผู้ตายโดนขู่ฆ่า ผู้ตายจึงหนีกลับมายังบ้านเกิด ยึดอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า นางมัลทิรา จึงได้พบกับนายณรงค์โดยบังเอิญที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ก่อนจะแลกเบอร์โทรศัพท์มือถือกันไว้

นายสุกัณฑ์ ให้การต่อไปว่า หลังจากนั้นนายณรงค์ก็มักจะขี่รถจักรยานยนต์มาเล่นที่บ้านตนบ่อยๆ ซึ่งตนและผู้ตายต่างก็คุยถูกคอกันดี ทุกครั้งที่เยี่ยมผู้ตายก็จะถือเหล้าหรือกลับแกล้มชวนตนตั้งวงดื่มเหล้าด้วย เมื่อเมาก็จะนอนค้างคืนที่บ้านหรือที่กระท่อมนาเป็นประจำ แม้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะดูแลกันเป็นอย่างดี ทำให้ชาวบ้านต่างนินทาต่างๆ นานา ว่าพวกตนอยู่กันแบบสามคนผัวเมีย ทำให้นายขันตี มาหลิม อายุ 77 ปี พ่อของตนไม่พอใจ ได้เรียกสะใภ้ไปว่ากล่าวตักเตือนว่าไม่เหมาะสม และต่อว่าผู้ตายถึงขั้นทะเลาะมีปากเสียงกัน พ่อของตนไม่พอใจถึงขั้นไปคว้าปืนทำท่าจะยิงผู้ตายแต่ตนได้ห้ามปราบปรามเอาไว้ทัน


ก่อนเกิดเหตุเย็นวันที่ 19 มีนาคม ขณะที่ตนและภรรยา ได้ขับออกมาหาฟืนที่นาป่าโคกดงหนองตาล ซึ่งตนได้สร้างกระท่อมนาไว้สำหรับพักผ่อน บางครั้งหากงานไม่เสร็จก็อาศัยหลับนอนที่นี่ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาตนและภรรยา จากนั้นได้ตั้งวงดื่มเหล้ากัน โดยมีเพื่อนบ้านเป็นชายมาร่วมวงอีก 1 คน รวมเป็น 4 คน กระทั่งดึกเพื่อนบ้านได้ขอตัวกลับ ส่วนตนและภรรยากลางมุ้งนอนอยู่ด้านซ้ายของกระท่อมนา ส่วนผู้ตายนอนอยู่บนเปลญวน

จนกระทั่งเย็นวันที่ 19 มี.ค. ผู้ตายมาหาตนและภรรยาที่กระท่อมนา แล้วนั่งดื่มสุรา พวกตนทั้งสามคน ก็ได้พากันนอนอยู่กระท่อมด้วยกัน กระทั่งเวลา 05.30 น. ตนและภรรยาต้องสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ตนได้เปิดมุ้งออกมาดู ก็พบผู้ตายถูกยิงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระดาน ตนก็ไม่คิดว่าพ่อของตนจะมายิงผู้ตาย คาดว่าสาเหตุคงเกิดจากความโมโห ที่ลูกสะใภ้ถูกอดีตสามีเก่ายังมาเกาะแกะไม่เลิก ก็เลยแค้นแทนตน จึงได้มาก่อเหตุ ยิงนายณรงค์ ลาพิมล ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว


ต่อมาเวลา 16.00 น. นายเสถียร รอดบุญมา กำนันตำบลนาข่า ได้นำตัวนายขันตี พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยี่ห้อโคล พร้อมด้วยกระสุน 5 นัด มามอบตัวต่อ พ.ต.ท.สิทธิพร ปัญจนะ รอง ผกก.หน.สภ.นาข่า พร้อมกับให้การรับสารภาพแบบไม่สะทกสะท้านว่า เคยเป็นทหารรับจ้างรบอยู่ชายแดน มีปืนถูกต้องตามกฎหมาย ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายณรงค์ จนเสียชีวิตจริง เพราะแค้นที่นายณรงค์ซึ่งเป็นกิ๊กเก่านางมัลทิรา ลูกสะใภ้ กลับมามีความสัมพันธ์กันแบบไม่เกรงใจสามี

นายขันตี ให้การต่อไปว่า ชาวบ้านได้นินทา ตนได้เรียกลูกสะใภ้มาว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ก็ยังไม่ยอมเลิกรา ตนสงสารนายสุกัณฑ์ลูกชายมากที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนที่ต้องอยู่เป็นแบบสามคนผัวเมีย ก่อนเกิดเหตุ ตนทราบว่าผู้ตายมาหาลูกชายและลูกสะใภ้ที่กระท่อมนา ซึ่งทั้งสองกำลังไปตัดฟืนและนอนอยู่ที่กระท่อมนา โดยตอนหัวค่ำและกลางคืนทั้งหมดได้ตั้งวงดื่มเหล้ากัน ตนรอจนกระทั่งรุ่งเช้าจึงได้เดินถือปืนขึ้นไปบนกระท่อมนา กะจะไปยิงทั้งนายณรงค์และนางมัลทิราลูกสะใภ้ให้ตาย เมื่อขึ้นไปถึงเห็นผู้ตายนอนอยู่บนเปลญวน ส่วนลูกชายและลูกสะใภ้นอนอยู่ในมุ้งด้วยกัน ด้วยศักดิ์ศรี ตนเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน ในสมัยหนุ่มถือคติเอาไว้ว่า ฆ่าได้หยามเกียรติไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ผู้ตายจะมาตีท้ายครัวลูกชาย ทำให้โกรธแค้นแทนลูกชาย ตนจึงเรียกผู้ตายขึ้นมา แล้วจ่อยิงที่ใต้ราวนมซ้าย จนผู้ตายสะดุ้งเฮือกและตกจากเปล

จากนั้นจึงตามไปยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด และหันปากกระบอกปืนจะยิงลูกสะใภ้ แต่ลูกชายมาห้ามตนไว้ ก่อนเดินลงจากกระท่อมนา ตนได้สั่งลูกชายว่าให้ตั้งใจเลี้ยงลูก ส่วนพ่อจะติดคุกเอง จากนั้นได้เดินเข้าไปหลบซ่อนตัวในป่า และตัดสินใจไปหากำนันเพื่อมอบตัว เตือนแล้วว่าให้เลิก แต่ลูกสะใภ้ไม่เชื่อ จึงตัดสินใจทำแบบนี้”ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: Thairath, 77Jowo
Google Plus
- Advertisement -