- Advertisement -

งานเข้าแล้วไง!! "แพท ณปภา" ติดร่างแห ปส.เตรียมแจ้งข้อหาหนัก! ร่วมกับ "เบนซ์ เรซซิ่ง" งานนี้มีสิทธิ์ได้นอนคุก!?


หลังจากที่มีข่าวว่าพัวพันกับเครือข่ายพ่อค้ายารายใหญ่ของนายไซซะนะ สำหรับหนุ่มนักบิด "เบนซ์ เรซซิ่ง" สามีของดาราสาว "แพท ณปภา" ที่เข้าเดินทางรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราว ทั้งนี้เบนซ์ก็ขอขอบคุณศาลที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและไม่ออกหมายจับ

ความคืบหน้าล่าสุด คดีฟอกเงิน ของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและสมคบการฟอกเงิน กรณีครอบครองรถหรู ลัมโบร์กินี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย เครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวลาวรายสำคัญ


ตอนนี้ก็ได้รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและทางศาลก็ให้ตนได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างเต็มที่ หลังถูกตั้งข้อหา สมคบฟอกเงิน และ มีส่วนร่วมพัวพันธ์กับเครือข่ายยาเสพติด นอกจากนี้ด้านตำรวจยังต้องทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเบนซ์ทุกเส้นทาง และจะต้องทำการตรวจสอบไปถึงแฟนสาวอย่าง แพท ณปภา ด้วย


ด้าน พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมคณะทำงานคดีของนายเบนซ์ และการทลายเครือข่ายของนายไซซะนะ โดยในวันจันทร์ที่ 13 มีนาคมนี้ พนักงานสอบสวนได้เชิญครอบครัวของนายเบนซ์ 6 - 7 คน รวมถึง นางสาวณปภา ตันตระกูล หรือแพท ภรรยาของนายเบนซ์ มาสอบปากคำ เกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน และรายได้ต่างๆ หลังการตรวจเส้นทางธุรกรรมทางการเงินกว่า 100 ล้านบาทที่อาจจะเชื่อมโยงไปยังบุคคลหลายกลุ่ม และมีเงินจำนวนกว่า 30 ล้านบาทหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของนางสาวแพท


เบื้องต้น หลังสอบปากคำนางสาวแพทแล้ว ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน เช่นเดียวกับนายเบนซ์ จากนั้นจะนำตัวไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ซึ่งแนวทางการต่อสู้คดี โดยนางสาวณปภา มีสิทธิ์ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนหรือไม่ก็ได้ และสามารถยื่นหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัวในชั้นศาลได้


นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันว่าไม่รู้สึกกดดันในการทำคดีนี้ เนื่องจากมีการตั้งคณะทำงาน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม เมื่อหลักฐาน โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงถึงใครก็ต้องดำเนินการไม่ละเว้น แต่หากผู้ถูกกล่าวหามีพยานหลักฐานที่มาของทรัพย์สิน สามารถนำชี้แจง และให้การกับพนักงานสอบสวนได้


ด้าน พลตำรวจตรี ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึงการขยายผลจับเครือข่าย นายไซซะนะ โดยยอมรับว่าจากการสอบปากคำ นายไซนุเด็น มะ หรือ "มะ สิบล้อ" ซึ่งถูกจับตัวที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงมากขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่า มีส่วนสนับสนุนเงินทุนกับผู้ก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ เนื่องจากขบวนการยาเสพติดเหล่านี้ มักจะไม่โอนเงินผ่านระบบธนาคาร ทำให้ตรวจสอบได้ยาก ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญ กำชับเร่งจับกุมบุคคลที่ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ก็สามารถจับกุมได้เพิ่มเติมบางส่วนแล้ว และขยายผลไปยังคนมีชื่อเสียงบางกลุ่ม แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียด เพราะอยู่ระหว่างการสืบสวน

ที่มา: Thairath
Google Plus
- Advertisement -