- Advertisement -

โหดเกินมนุษย์!! 2 ผัวเมีย ถูกโจรใต้ทุบหัวชิงรถทำคาร์บอมบ์​ ทิ้งคลองให้จมน้ำตาย ยิ่งได้รู้ว่าโดนมันทำอะไรบ้าง ยิ่งสะเทือนใจ!!


เกิดเหตุการณ์คนร้ายปล้นชิงรถกระบะมิตซูบิซิ สีขาว ทะเบียน กม 9107 สงขลา ของ นายกาจพล ภูววิมล อายุ 51 ปี และนางทิตาฐา ภูววิมล อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 6 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ขณะขับออกไปกรีดยางเมื่อเช้ามืดวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา นำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์แล้วขับมาจอดอยู่ที่ข้างฐาน ตชด.มว.ฉก 4333 หลังสถานีรถไฟตาแปด ต.ปากบาง อ.เทพา แต่โชคดีที่ตำรวจ ตชด.ที่เฝ้าฐานเห็นเสียก่อน จึงแจ้งชุดอีโอดีมาเก็บกู้ไว้ได้ แต่สองผัวเมียที่ถูกคนร้ายใช้ท่อนไม้ทุบทำร้าย และหายตัวไป ผัวเมียยังตามไม่เจอ สงสัยว่าอาจถูกฆ่าไปแล้ว...


ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มี.ค. พ.ต.ท.ชานนท์ นวลนิ่ม สว.สอบสวน สภ.ห้วยปลิง ต.ท่าม่วง อ.เทพา สงขลา รับแจ้งจาก นายเอกมัย หลีมะพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ท่าม่วง อ.เทพา ซึ่งชุดค้นหาศพพร้อมกับชาวบ้าน ว่า ได้พบศพ นายกาจพล ภูววิมล อายุ 51 ปี และนางทิตาฐา ภูววิมล อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 6 ต.ท่าม่วง อยู่ในคลองเทพา บริเวณสะพานรวมใจภักดิ์ ต.ท่าม่วง จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายอดิศักดิ์ หมัดหมาด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชำนาญการโรงพยาบาลตำบลทุ่งโดน

พบว่าสภาพศพทั้ง 2 รายถูกทำร้ายด้วยท่อนไม้ที่ศีรษะ จนเป็นแผลฉกรรจ์และใบหน้าบวมช้ำเลือด โดยศพนางทิตาฐา สวมกางเกงขายาวผ้ายืดสีน้ำเงิน เสื้อยืดสีเหลือง ส่วนนายกาจพล สวมกางเกงสีดำ เสื้อยืดสีขาว คาดว่าหลังถูกทำร้าย คนร้ายได้นำสองผัวเมียมาทิ้งไว้ในคลอง และนำรถกระบะไปประกอบระเบิด ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่อาจจะยังมีชีวิตอยู่เพียงแต่หมดสติไป


พ.ต.อ วีรวุธ สันนะกิจ ผกก.สภ.เทพา พ.ต.ท.ดุสิน พรหมสิน รอง ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ไปตรวจสภาพศพ พบว่าทั้งสองคนถูกคนร้ายใช้เทปกาวปิดตาและมัดมือไพล่หลังเอาไว้ ศพถูกตีศีรษะ สันนิษฐานว่าเหตุคนร้ายได้ลงมือทำร้ายทั้งสองคนภายในสวนยางพารา หมู่ 6 ต.ท่าม่วง ก่อนที่จะอุ้มขึ้นรถมาทิ้งจากสะพานรวมใจภักดิ์ ลงไปในคลองเทพาเนื่องจากพบคราบเลือดอยู่บนสะพานด้วย ซึ่งขณะนี้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุและชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

ขณะเดียวกันชุดสืบสวนสภ.เทพาได้เร่งสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาเบาะแสคนร้าย และไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายเข้ามาก่อเหตุและหลบหนีไป รวมถึงข้อมูลประวัติ กลุ่มแนวร่วมในพื้นที่
Google Plus
- Advertisement -