- Advertisement -
loading...

ผัวแอบมีเมียน้อย ผัวก็แอบจับได้เหมือนกันว่าเมียไปเปิดห้องกับชายแก่ พอเขาเคาะประตูห้องเข้าไปเท่านั้นแหละ..แทบล้มทั้งยืน!!


เขาเป็นเพียงชายหนุ่มจน ๆ ที่มาจากบ้านนอก และเข้ามาประสบความสำเร็จในตัวเมือง จนทุกวันนี้เขาเป็นที่ภาคภูมิใจของคนทั้งหมู่บ้าน ในวัยเด็กเขาสามารถสอบเข้าทั้งโรงเรียนดี ๆ และมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศได้ และหลังจากเรียนจบ เขาก็ยังได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่โตอีกด้วย ไม่นานมานี้เขาเพิ่งได้รับเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ เขายังได้สาวผู้ดีมีการศึกษามาเป็นภรรยาอีกด้วย และมีลูกชายที่น่ารักด้วยกัน 1 คน หลายคนต่างยกย่องชมเชยว่าเขาเป็นคนเก่ง และควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง


ภรรยาเขาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เขาได้รับเงินเดือนมากขึ้น จึงขอให้เธอลาออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว เพื่อจะได้ดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ จนกระทั่งผ่านไป 10 ปี ในวันนี้เขามีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน หรือหน้าตาในสังคม แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนดีแต่อย่างใด เขาคิดเสมอว่าชายวัยกลางคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยและมีเงินทองมากมาย สิ่งที่พวกเขาล้วนต้องการมีเพียงสิ่งเดียวนั่นก็คือการหาภรรยาคนใหม่ที่สวยและวัยรุ่นกว่าเดิม

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มหลังจากตอนที่เขาตัดสินใจว่าจะสมัครเข้าเรียนชั้นปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม ซึ่งหลักสูตรได้บังคับให้เขาต้องทำรายงานนอกสถานที่ จนทำให้เขาไม่มีเวลามาดูแลภรรยาและครอบครัว แต่ภรรยาก็เข้าใจเขาดี เธอทำหน้าที่ของภรรยาได้อย่างดีที่สุด ไม่เคยบ่นหรือปริปากสักคำเลย แต่ถึงอย่างไรเธอก็รู้ในใจดีว่า เขาแอบไปมีเมียน้อยนอกบ้าน เพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอนั้นน้อยลงจนน่าใจหาย จนวันหนึ่งสามีได้มาขอหย่ากับเธอ เธอตกใจและเสียใจมาก จึงถามสามีไปว่าเพราะอะไรจึงต้องขอหย่า เพราะชีวิตคู่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย เขาตอบว่า “ผมไม่ได้รู้สึกรักคุณเหมือนเดิมแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่ติดค้างคุณ ผมจะให้บ้าน และเงิน แต่ลูกชายต้องอยู่กับผม” ..... หลังจากเขาพูดจบเธอก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่นานนักเธอก็สามารถทำใจได้ เพราะคำว่า “ไม่รักแล้ว” ที่สามีบอกเพียงคำเดียวนั้น เปรียบเสมือนกุญแจที่ทำให้เธอสามารถลืมเขาได้ เธอจึงไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธอะไรมากมายนัก เธอยอมเซ็นหย่าตามที่สามีขอร้อง และรอจนลูกชายเติบโตจนเข้าเรียนชั้นประถม จึงค่อยแยกกันอยู่ตามเงื่อนไขที่เขาวางเอาไว้


หลังจากที่ภรรยาตกลงหย่าแล้ว เขาก็ยิ่งประพฤติตัวเหลวไหลมากกว่าเดิม บางวันก็อยู่แต่กับเมียน้อยทั้งวันทั้งคืน จนไม่กลับบ้านกลับช่อง ตัวสามีถึงแม้บางครั้งเขาจะรู้สึกสงสารภรรยา แต่ก็คิดว่าชีวิตนี้ได้ชดเชยสิ่งที่เคยติดค้างภรรยาเอาไว้ไปแล้ว เพราะเมียน้อยก็พูดกับเขาทุกวันว่า “บ้านหลังหนึ่งมูลค่าตั้งหลายล้านบาท ให้เขาไปแล้วก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว แล้วพี่รู้ได้อย่างไรว่าเมียพี่จะไม่มีชายคนอื่น” เมื่อเขาลองคิดดูก็คิดว่าเป็นไปได้ เขาจึงไปว่าจ้างให้นักสืบเอกชนมาช่วยสืบเรื่องราวของภรรยา และต้องตกใจหนักมาก เมื่อนักสืบรายงานว่า “ได้ยินภรรยาของเขาส่งเสียงดัง และเดินเข้าออกโรงแรมกับชายแก่เป็นว่าเล่น” เขารู้สึกโกรธแค้นมาก จึงตัดสินใจไปหาเธอที่โรงแรม เพื่อหวังจะได้จับเธออย่างคาหนังคาเขา


“ตึง ๆ ๆ!!” เขาเคาะประตูเสียงดัง ทันใดนั้นสามีก็ถีบประตูจนพัง และเดินเข้ามาถ่ายรูปภาพเธอกับชายแก่ไว้เป็นจำนวนมาก แต่เขากลับต้องตกใจมาก เมื่อพบว่าชายแก่คนดังกล่าวจะเป็นพ่อของเขาเอง
เขาถามว่า “พ่อมาทำอะไรที่นี่??”
หลังจากนั้นภรรยาเขาจึงได้เล่าให้เขาฟังว่า พ่อของเขาเกิดอาการโรคหัวใจกำเริบขึ้นมา จึงทำให้ต้องมารักษาตัวในเมือง แต่ด้วยความเป็นห่วงว่าลูกชายจะไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ เขาจึงตัดสินใจไปพักอยู่ที่โรงแรมเล็ก ๆ ใกล้โรงพยาบาลแทน และขอให้เธอมาช่วยดูแลเขาเป็นครั้งคราว
เธอพูดว่า “ถึงเราจะหย่ากันแล้ว และความสัมพันธ์ของเราจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพ่อของคุณไม่ได้หายตามไปด้วย ฉันเป็นห่วงพ่อของคุณ จึงเต็มใจมาช่วยดูแล ที่จริงฉันเองรู้มานานก่อนที่คุณจะขอหย่าฉันด้วยซ้ำ ว่าคุณกำลังมีคนอื่น” เมื่อเธอพูดจบเขาก็นั่งลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความตกใจ

หลังจากนั้น ทนายส่วนตัวของภรรยาได้เก็บรวบรวมหลักฐานเขากับชู้เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล ศาลจึงตัดสินให้ลูกชายและทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ตกเป็นของภรรยา และเนื่องด้วยเหตุผลด้านภาพลักษณ์องค์กรที่ผู้บริหารกำลังวิตก ทำให้เขาต้องถูกลดตำแหน่งและส่งไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแทน หลายคนมักพูดว่า “ที่เขาสำเร็จได้ทุกวันนี้ก็เพราะได้บารมีของภรรยาช่วย ถ้าวันหนึ่งหากเขาไม่มีภรรยาขึ้นมา ความสำเร็จทุกอย่างก็ต้องมลายหายตามไปด้วยเป็นธรรมดา”

ที่จริงแล้วเธอปิดบังเรื่องนี้มาโดยตลอด เราไม่ทราบว่าเธอจะต้องใช้ความอดทนมากขนาดไหน เพราะความรักในครอบครัว ความรู้สึกอยากจะปกป้องรักษาครอบครัวนี้ไว้ และเป็นห่วงเรื่องอนาคตของลูก จึงทำให้เธอมองข้ามเรื่องที่เขาทำไม่ดีต่อเธอไป เราอยากบอกให้ผู้ชายทุกคนรู้ว่า ผู้หญิงนั้นไม่ใช่เสื้อผ้าที่สามารถซื้อเปลี่ยนใหม่ได้ทุกครั้งด้วยเงิน และความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็ใช่ว่าจะสามารถตัดขาดกันได้ง่ายๆ และคุณจะรู้ว่าใครที่รักคุณมากที่สุด ต่อเมื่อเขาไม่ยอมทิ้งคุณไปในในยามที่คุณกำลังตกที่นั่งลำบาก เหมือนกับเธอที่กำลังอดทนอยู่กับเขามาตลอด เราหวังว่าบทความนี้จะสามารถเป็นอุทาหรณ์ให้แก่คู่รักหลาย ๆ คู่นะคะ

ที่มา: Liekr
Google Plus
- Advertisement -