- Advertisement -

ทำใจดิครับ!? เพจ "ทนายคู่ใจ" บอกอ้างเหตุบรรดาลโทสะได้ ย้ำ "ชนแล้วหนีเองนี่" แต่โดน "ทนายเกิดผล" สวนกลับหงายเงิบแบบนี้!?


จากกรณี พิธีกรหนุ่ม "น๊อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล" ทำร้ายร่างกายหนุ่มมอเตอร์ไซค์คู่กรณีจนดั้งจมูกหัก แพทย์วินิจฉัยว่าได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส พร้อมตะคอกบังคับให้กราบรถ จนเป็นที่วิพากย์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์

ด้าน เฟซบุ๊กเพจ "ทนายคู่ใจ" ได้แชร์คลิปวีดีโอดังกล่าวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งซึ่งตั้งคำถามว่า "ถ้าเป็นคุณโดนตบแบบนี้....ทำไง" โดยระบุข้อความว่า "ทำใจดิครับ ชนแล้วหนีเองนี่ ใครเคยโดนชนแล้วหนีจะเข้าใจฟิวเลย ถึงไปต่อยเขาก็เถอะก็กฎหมายก็ให้ผู้เสียหายอ้างเหตุบรรดาลโทสะได้ ซึ่งในข้อหาทำร้ายร่างกายศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ แต่อย่าเลียนแบบนะครับไปเจอคนจริงจะยิงกันทั้งคู่ได้"


อย่างไรก็ตาม ด้านเฟซบุ๊กเพจ "เกิดผล แก้วเกิด" ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของทนายความชื่อดัง เกิดผล แก้วเกิด ได้ออกมาระบุข้อความขัดแย้งกับเฟซบุ๊กเพจทนายคู่ใจ พร้อมทั้งยกข้อกฎหมายประกอบ โดบระบุว่า

"อุบัติเหตุ เป็นเรื่องขาดเจตนา ผู้ทำร้ายเขาก่อน (เจ้าของมินิคูเปอร์) ไม่มีสิทธ์ อ้างบันดาลโทสะ

เพราะการอ้างบันดาลโทสะ ตามมาตรา 72 บัญญัติว่า

มาตรา 72 ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

หมายความว่า ต้องกระทำต่อผู้ข่มเหง

การข่มเหง ต้องมีเจตนา ไม่ใช่อุบัติเหตุ

การข่มเหง หมายถึง รังแก แกล้ง หรือทำให้รู้สึกอับอาย หรือข่มเหงน้ำใจ เช่น ด่าว่าแม่ของผู้กระทำผิดเป็นโสเภณี (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2544), เอาเท้าพาดศีรษะผู้อื่นแล้วลูบเล่น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2522), พูดเย้ยหยันว่าเคยฆ่าบิดาจำเลยมาแล้ว วันนี้จะมาฆ่าจำเลยซึ่งเป็นลูกอีก (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7774/2544), ทำร้ายร่างกายผู้อื่น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5189/2531), แอบดูลูกสาวผู้อื่นอาบน้ำ ถือเป็นการข่มเหงบิดา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3649 - 3650/2547), หญิงอื่นไปนอนกับสามีคนอื่นในห้องนอน แม้ไม่ได้ร่วมประเวณีกันก็เป็นการข่มเหงภริยา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3955/2547)

การข่มเหงเป็นการกระทำของผู้เสียหายเอง และเป็นการกระทำของผู้เสียหายฝ่ายเดียว เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายต้องรับผิดชอบฝ่ายเดียว เช่น ผู้เสียหายตบศีรษะจำเลยก่อน จำเลยร้องห้ามก็ไม่ฟัง จำเลยจึงทำร้ายผู้เสียหาย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2517) กรณีนี้ เมื่อเป็นเรื่องร้ายแรง จำเลยก็สามารถอ้างเหตุบันดาลโทสะได้

#ดังนั้นคนขับรถมอเตอร์ไซด์ #สามารถป้องกันตัวได้

สวนได้ ตามกำลัง พอสมควร"



ซึ่งล่าสุด ทางเฟซบุ๊กเพจ "ทนายคู่ใจ" ได้แก้ไขข้อความของโพสต์ดังกล่าว โดยระบุว่า "ตกลงไม่ใช่ชนแล้วหนีซินะ ก็ว่าไปตามกลไกกฎหมาย" แทนแล้ว


ที่มา: เฟซบุ๊กเพจ ทนายคู่ใจ, เกิดผล แก้วเกิด
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -