- Advertisement -

ถ้าจะเกิดในประเทศอินเดีย "อย่าเกิดเป็นผู้หญิงกับวัว" เพราะที่นี่มองผู้หญิงเป็นเพียงแค่ "ทาส"!!


ประะเทศอินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องการสืบทอดวัฒนธรรมและความเชื่อในเรื่องศาสนาเข้มแข็งมาก มากซะจนเรียกได้ว่าพันปีที่แล้วเป็นยังไงทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ถึงเปลี่ยนไปก็เปลี่ยนไปแค่เพียงน้อยนิด

ในสังคมของประเทศอินเดียนั้นจะมีประเพณีหนึ่งที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาร่วมพันปี เราจะพาทุกท่านไปพบเงามืดที่อยู่ในรูปแบบคำว่า “ประเพณี”

“พิธีแต่งงาน”


การแต่งงานถือว่าเป็นพิธีที่สำคัญที่หมายถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เติบโตขึ้นและพร้อมที่จะรับผิดชอบในชีวิตของตนเองและคนที่จะแต่งงานด้วยของบ่าวสาว เป็นความใฝ่ฝันของสาวๆที่ครั้งหนึ่งอยากจะได้เข้าพิธีวิวาห์โดยสวมชุดแต่งงานสวยๆ และใช้ชีวิตร่วมกับคนรักไปด้วยความสุขตลอดไป ในแต่ละพื้นที่พิธีแต่งงานก็จะมีลักษณะแตกตามกันไปตามความเชื่อและวิถีชีวิตของคนแต่ละท้องที่นั้นๆ อย่างเช่นบ้านเรา ผู้ชายจะเป็นฝ่ายดำเนินงานทั้งการให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอฝ่ายหญิงและจะต้องเป็นฝ่ายมอบสินสอด ที่ถือว่าเป็น “ค่าน้ำนม” ให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง นัยหนึ่งเพื่อเป็นการแสดงความเป็นผู้นำให้ครอบฝ่ายหญิงเห็นว่าสามารถที่จะดูแลลูกสาวของพวกเค้าได้


แต่ตรงกันข้ามกับประเทศอินเดีย เชื่อว่าหลายคนก็คงจะรู้แล้วว่าที่อินเดีย การที่บ่าวสาวจะได้แต่งงานกันนั้น ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นฝ่ายที่จะหาเงินเพื่อมอบให้แก่ครอบครัวของเจ้าบ่าว ครอบครัวส่วนใหญ่ในอินเดียนั้นการแต่งงานกันจะเป็นไปในลักษณะที่พ่อแม่เห็นสมควรว่าจะให้ลูกแต่งกับใคร การรักกันโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของพ่อแม่นั้นจะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดในสังคมของพวกเค้าเป็นอย่างมากครอบครัวจะอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าใครในสังคมเลยทีเดียว ดังนั้นการที่จะเลือกเจ้าบ่าวเพื่อให้ลูกสาวแต่งงานด้วยจึงเป็นเรื่องที่ต้องเลือกเฟ้น

แต่!!! เรื่องนี้ก็มีกรอบเวลาเช่นกัน ยิ่งลูกสาวมีอายุเยอะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ฝ่ายเจ้าบ่าวเรียกค่าสินสอดได้สูงมากเท่านั้นดังนั้นเราจึงได้เห็นเจ้าสาวที่อายุน้อยๆ เข้าพิธีแต่งงานเป็นจำนวนมากในอินเดีย


“ถ้าจะเกิดในประเทศอินเดีย อย่าเกิดเป็นผู้หญิงกับวัวตัวผู้” คำกล่าวนี้อาจจะดูว่ารุนแรง แต่ถ้าลองนำมาคิดจริงๆ จะเห็นได้ว่าไม่ได้เกินความจริงเลย ในประเทศอินเดียที่มีผู้นับถือศาสนาฮินดูเป็นจำนวนเยอะที่สุด และคนที่อยู่ในฐานะที่เรียกว่าปากกัดตีนถีบก็เยอะเช่นกัน การที่มีวัว “ตัวผู้” นั้นจะเป็นเหมือนกับภาระที่จะต้องคอยเลี้ยงดู ไม่เหมือนกับวัวตัวเมียที่ยังสามารถที่จะให้นมเป็นผลตอบแทนในการเลี้ยงดู ในสังคมที่เปรียบเสมือนว่าวัวเป็นสัตว์พาหนะของเทพเจ้าไม่สามารถที่จะเลี้ยงไว้กินเนื้อได้ วัวตัวผู้ที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรจึงถูกปล่อยตามยถากรรม บางตัวถูกผูกไว้กับหลัก ปล่อยให้ตายไปเองเพื่อเป็นการตัดภาระให้พ้นๆ ไป


ส่วนเรื่องการเป็นผู้หญิง ก็เพราะเรื่องการแต่งงานนี่แหละ ในประเทศอินเดีย วรรณะตั้งแต่ศูทรลงไป(ถ้าเทียบกับไทยก็คือไพร่ ชนชั้นกลางค่อนไปทางล่างหน่อยๆ) การมีลูกสาวจะถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สู้ดีนัก เพราะลูกสาว 1 คนสิ่งที่รออยู่เมื่อพวกเธอโตขึ้นก็คือภาระในการหาเงินของพ่อแม่เพื่อมาเป็นค่าสินสอดให้พวกเธอแต่งงาน ลูกสาว 1 คนคือภาระ ลูกสาวคนต่อมาถือว่าคือความอัปมงคลของครอบครัว พ่อแม่ที่ต้องการผลักภาระนี้ไปมักจะฆ่าเด็กทิ้งเมื่อรู้ว่าเป็นลูกผู้หญิง หรือเลี้ยงไปจนกว่าจะเลี้ยงไม่ไหว ดังเช่นที่เคยมีเหตุสะเทือนขวัญในปี 2015 ที่พ่อมัดมือมัดเท้าและขุดหลุมฝังเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบให้รอความตายจนกระทั่งตำรวจมาพบเธอถึงรอดตาย นี่เป็นแค่ 1 คดีที่มีการเปิดเผยและมีการทำแบบนี้มาเป็นระยะเวลานับพันๆ ปี คิดดูว่าต้องมีเด็กผู้หญิงเสียชีวิตไปมากแค่ไหน


ชะตากรรมของผู้หญิงในอินเดียไม่ได้จบแค่นี้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องแต่งงานนอกจากพ่อแม่จะต้องหาเงินไป “จ้าง” ให้ผู้ชายแต่งงานด้วย ชีวิตของพวกเธอจะถูกโอนเข้าเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวฝ่ายชายทันที ในครอบครัวที่ใจร้าย (ที่มีจำนวนมาก) พวกเธอก็ไม่ต่างอะไรจากทาสที่จะต้องดูแลปรนนิบัติครอบครัวของสามีให้เหมือนกับครอบครัวตัวเองแม้จะถูกกดขี่แค่ไหนพวกเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปริปากใดๆ ไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะแตะเงิน แม้ว่าพวกเธออยากจะกลับไปเยี่ยมบ้านพวกเธอก็ต้องกลับไปแบบไปเอาเงินค่ารถจากพ่อแม่ของเธอ ปัญหาคลาสสิคเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้นี่ไม่ต้องพูดถึง หลายครอบครัวผู้เป็นสะใภ้จะต้องได้รับการกดขี่ถึงขนาดไม่สามารถที่จะร่วมโต๊ะกินข้าวกับครอบครัวสามีได้


ในบางรายพวกเธอต้องกลายเป็นเพียงแค่เครื่องมือบำบัดความใคร่ไม่ใช่เฉพาะสามี แต่รวมไปถึงญาติผู้ชายของสามี เรียกได้ว่าชีวิตของการเป็นผู้หญิงในอินเดียไม่ได้ง่ายเลยสักนิด แม้สามีของพวกเธอจะเสียชีวิตลงพวกเธอก็หาได้เป็นอิสระไม่

**เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เป็นการเหมารวมว่าชีวิตของผู้หญิงอินเดียจะมีชีวิตแบบนี้ไปซะทุกคน แต่ในสังคมส่วนใหญ่ในวรรณล่างๆ ทัศนคติและการปฏิบัตของพวกเค้าส่วนหนึ่งในสังคมนั้นยังมีความเชื่อเช่นนี้อยู่

ที่มา: Spokedark
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -