- Advertisement -

คบกันมา 6 ปี ไม่เคยเช็คโทรศัพท์แฟนเลย พอจะขอแต่งงานดันมาเจอแบบนี้...ทำเอาล้มทั้งยืน ?!


ตลอดระยะเวลาที่คบกันมา 6 ปี ชายหนุ่มท่านนี้ให้ความไว้วางใจและเชื่อใจแฟนมาโดยตลอด ฝ่ายชายมีแผนขอเธอแต่งงานในเร็วๆนี้ แต่ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เขาอยากลองดูโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมา ภายหลังเขากลับพบว่าแฟนที่เขารักมาตลอดนั้น จะทำกับเขาแบบนี้...

มีชายท่านหนึ่งได้โพสข้อความระบายความเจ็บปวดลงบนเพจเพจหนึ่งของจีน โดยได้เขียนข้อความไว้ว่า… ปวดใจจริงๆ คบกับแฟนมา 6 ปี กำลังจะขอแต่งงานแท้ๆ แต่ผมดันมาเจอข้อความ SMS ในโทรศัพท์มือถือของแฟนสาวเข้า ในข้อความนั้นระบุว่า "ถึงรึยังครับ ผมคิดถึงคุณจังเลย" ทำเอาเขาจุกจนพูดไม่ออก เขาได้แต่หลอกตัวเองว่า "เธอเป็นคนพิมด้วยตัวเองจริงๆเหรอ"

ผมกับแฟนเราคบกันมาได้ 6 ปีกว่าแล้ว แต่เราทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เคยตรวจเช็คโทรศัพท์ของฝ่ายตรงข้ามเลยสักครั้ง เพราะผมเชื่อใจเธอมากและเธอเองก็ไว้ใจผมมากเช่นกัน พักหลังเธอเริ่มเปลี่ยนไป เราทะเลาะกันมากขึ้นแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ผมคิดเพียงแต่ว่าไหนๆผมก็กำลังจะขอเธอแต่งงานในเร็วๆนี้ ผมขอตรวจดูโทรศัพท์มือถือของเธอบ้างก็คงไม่หนักหนาอะไร ผมและแฟนเราอาศัยอยู่ร่วมกัน แฟนผมเธอเป็นผู้หญิงที่อัธยาศัยดีมาก มากซะจน...แอบมีผู้ชายอีกคนซ่อนไว้มาเป็นปีๆ ทำเอาผมจุกจนพูดไม่ออกเลยครับ
เธอลืมโทรศัพท์มือถือของเธอไว้ในบ้านก่อนจะออกไปข้างนอก แถมมันไม่ได้ล็อครหัสผ่านเอาไว้ด้วย ผมเจอทุกอย่างในนั้น ทั้งข้อความที่เธอแอบคุยกับผู้ชายคนนั้น ซึ่งเธอก็ไม่เคยลบมัน เธอคงคิดว่าผมไว้ใจเธอมากจนไม่เคยสงสัยอะไรในตัวเธอเลย

นี่ใช่ข้อความที่แฟนผมพิมพ์จริงๆหรอ ?! ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เธออยู่กับผมมาตลอด แต่ทำไมเธอถึงแอบถ่ายรูปวาบหวิวส่งให้ชายชู้รักของเธอได้นะ เธอบอกกับเขาว่าเธอรักเขามาก แต่เพราะคบกับผมมานานเลยทำให้บอกเลิกผมไม่ได้สักที เธอบอกให้เขารอไปก่อน แถมยังพูดอีกว่าทั้งใจของเธอมีไว้ให้แต่เขาเพียงคนเดียว เมื่อผมอ่านข้อความเสร็จน้ำตาของผมมันก็ไหลออกมา สักพักผมก็ได้ยินเสียงรถของเธอเข้า ผมเดาได้ว่าเธอคงกลับมาเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้


ผมอยากจะทำให้เป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทำไงได้ผมร้องไห้หนักขนาดนั้น จะเก็บอาการยังไงอยู่ หลังจากที่เธอเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ผมก็ถือโทรศัพท์เดินออกไปให้เธอ เมื่อเธอเจอผมในสภาพนี้ เธอถึงกับคุกเข่าลงไปกับพื้น แล้วก็บอกกับผมว่าอย่าเข้าใจเธอผิด เรื่องที่เกิดขึ้นเธอแค่เล่นๆเฉยๆ ไม่ได้จริงจัง ผมถามเธอว่าคุยกับผู้ชายคนนั้นมานานเท่าไหร่ เธอบอกกับผมว่า คุยกันมาได้ปีกว่าแล้ว ผมแทบจะเป็นบ้า นี่เล่นๆกันมาเป็นปีแล้ว ?

เธอยังเก็บภาพของเธอกับเขาทั้งรูปและคลิปมากมายไว้ในเครื่อง ผมไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้จริงๆ คำที่เธอพร่ำบอกว่าเธอรักกับเขา คำพูดเหล่านั้นมันยังแล่นอยู่ในหัวของผมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมแทบจะไม่เคยได้ยินเธอบอกกับผมแบบนี้เลยสักครั้ง ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมผู้หญิงที่ผมรักและยอมมอบชีวิตให้ ทำไมเธอถึงทำกับผมแบบนี้
หรือว่าชาติที่แล้วผมไปทำเวรทำกรรมอะไรให้เธอไว้นะ ชาตินี้เธอถึงทำกับผมได้ขนาดนี้ คำพูดที่บอกว่าแค่เล่นๆแก้เหงาของเธอทำเอาผมเจ็บจนชาไปทั้งหัวใจ และกับไอ้คำพูดหวานๆที่เธอมีให้กับเขาผมยิ่งเสียใจเกินจะทน โคตรเสียใจเลย ในชีวิตนี้ไม่เคยเสียใจอะไรเท่านี้มาก่อนเลย ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมผมต้องเสียน้ำตาให้กับผู้หญิงแย่ๆ คนนี้ด้วย ผมร้องไห้จนผมแทบจะไม่มีน้ำตาแล้ว ทุกวันนี้ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ พอมานึกถึงทุกการกระทำที่เธอมีให้กับเขาผมแทบจะเป็นบ้า ผมอยากจะลาออกจากการเป็นตัวเอง แล้วหนีไปให้ไกลๆ

ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ผมก็จะไม่ยอมใจอ่อนให้เธอเด็ดขาด แล้วทำไมทุกวันนี้เธอยังมีหน้ามายืนรอผมอยู่ที่หน้าประตูบ้านทุกวันอีกนะ ปากบอกว่ารักมันมาก ก็ไปอยู่ด้วยกันเลยสิ ทั้งคู่จะได้รักกับแบบไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีกแล้ว ผมเปิดทางให้ ให้เธอเป็นอิสระขาดจากผมเลย อยากจะไปไหนก็ไป ผมยอมเธอได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้การนอกใจและนอกกายนั้นผมรับไม่ไหวจริงๆ

ตอนนี้ผมเจ็บมาก ผมไม่อยากเจอหน้าเธออีกแล้ว ไม่อยากจะคุยอะไรกับเธอทั้งนั้น เธอคงสนุกมากสินะ เข้ามาทำให้ชีวิตคนคนนึงเจ็บมากขนาดนี้

ชายหนุ่มทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงได้แชร์เรื่องราวความเจ็บปวดใจชีวิตของตนเอง โดยระยะเวลาตลอด 6 ปีที่คบกันมา ชายหนุ่มท่านนี้ไม่เคยคิดแม้แต่จะเปิดดูโทรศัพท์ของเธอเลย แต่เพราะวันนั้นแฟนของเขาลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน จึงได้มาเจอกับเรื่องนี้เข้า เขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง

แม้ว่าเขาจะถูกแฟนสาวของเขาสวมเขา แต่เมื่อเรื่องนี้ได้มีการเผยแพร่ออกไป เพื่อนๆในโลกออนไลน์ต่างได้ออกมาแสดงความเห็นกันมากมาย บ้างก็ว่า "อยากร้องก็ร้องออกมาเลยไม่ต้องอาย" บ้างก็ว่า"ตอนนี้คุณคงต้องรักตัวเองให้มากๆนะ" บ้างก็ว่า"เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น แล้วคนดีๆก็จะเข้ามาเอง"
เราขอให้เป็นกำลังใจให้ค่ะ หลังจากจบเรื่องนี้ไป ขอให้คุณเจอคนที่ดีและรักคุณจริงๆสักทีนะ

ที่มา: Liekr
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -