- Advertisement -

แผนเหนือเมฆ!! โจรบุกเดี่ยวจี้เงิน 5 ล้าน แต่ดันทำมือถือหล่นไว้ พอตำรวจเช็คดูเท่านั้นแหละทำเอาเงิบทั้งโรงพัก!!!


จากเหตุการณ์ คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แบบหญิงบุกเดี่ยวใช้ปืน 9 มม. ยิงขู่ 3 นัด ก่อนจี้ 3 พนักงานขนเงิน ที่กำลังเอาเงินใส่ตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงไทย แล้วกวาดเงินกว่า 5 ล้านบาทหลบหนีไป เหตุเกิดกลางวัน วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสายบางลี่-วัดไผ่โรงวัว บ้านไผ่ช้างแล่น หมู่ 3 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเช็กเส้นทางหลบหนี พร้อมหาพยานแวดล้อม (สืบสวนภาค 7 ปูพรมเส้นทางหนี โจรบุกเดี่ยว ปล้นรถขนเงิน ธ.กรุงไทย)

ขณะเดียวกัน ช่วงสายวันที่ 23 พ.ย. มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนร้ายรายนี้น่าจะเป็นโจรมืออาชีพ วางแผนก่อเหตุมาอย่างดี เนื่องจากค่อนข้างจะชัดเจนว่า คนร้ายเจตนาทำโทรศัพท์มือถือตกไว้ในที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสับสนในการติดตามและจับกุมตัว

จากการตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์มือถือ พบมีการต่อสายถึงบุคคลอื่นถึง 17 ราย แต่เป็นการโทรหาแล้ววางหูทันที โดยที่ปลายทางยังไม่ได้รับสายด้วยซ้ำ รวมถึงมีการต่อสายมายังนายบอย ซึ่งมีประวัติทางคดีอย่างโชกโชน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าคุมตัวมาสอบสวน คล้ายกับหลอกให้ตำรวจหลงทางในการสืบสวน อาศัยจังหวะช่วงนี้ยื้อเวลาในการหลบหนีไปได้ไกล หรือสามารถออกนอกพื้นที่ไปได้

นอกจากนี้ ขณะก่อเหตุคนร้ายได้สวมเสื้อเกราะกันกระสุนโดยมีเสื้อคลุมสีน้ำตาลทับไว้ มีอาวุธเป็นปืนขนาด 9 มม. บรรจุกระสุน 16 นัด คาดว่าได้รับการฝึกมาอย่างดี เป็นได้ว่ารับราชการเป็นทหารหรือตำรวจหรือคนในเครื่องแบบ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งแกะรอย พร้อมปูพรมทุกวิถีทางในการไล่ล่าจับกุม โดยเช็กจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ที่ใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นนูโว เป็นยานพาหนะ


ทั้งนี้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับทหาร ได้บุกจู่โจมเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยแล้ว 4 แห่ง ตามอำนาจ ม.44 รวมทั้งสืบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายอายุประมาณ 30 ปี ไปซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกับที่คนร้ายแกล้งทำตกไว้กับร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่ง โดยใช้บัตรประชาชนของหญิงชราคนหนึ่งเป็นหลักฐาน เพื่อเปิดเบอร์กับค่ายมือถือหนึ่งไว้ ก่อนที่จะบุกเดี่ยว จี้ชิงเงินธนาคารฯไปกว่า 5 ล้านบาท

ยิ่งทำให้เชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนอย่างแยบยลก่อนเกิดเหตุ และหากไม่ใช่คนในเครื่องแบบ หรืออดีตเคยเป็นคนในเครื่องแบบ คงไม่น่าจะล่วงรู้ประวัตินายบอย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุ จากประวัติการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือ กระทั่งนำตัวนายบอย มาสอบสวน แต่คนร้ายกลับพลาดมีการโทรไปยังปลายทางแล้ววางสาย ทำให้เจ้าหน้าที่ผิดสังเกต เชื่อว่าเป็นการวางแผนของคนร้ายในที่สุด


ที่มา: Thairath
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -