- Advertisement -

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!! นักท่องเที่ยวถึงกับร้องไห้ หลังโดนสั่งจำคุกเพราะดึงปลั๊กลำโพง บอกเลยงานนี้เข็ดจนตาย!?


รายงานจากเมืองมัณฑะเลย์ ในเมียนมา Klaas Haijtema นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์วัย 30 ปี ที่ถูกจับจากกรณีดึงปลั๊กลำโพงขณะที่ชาวบ้านกำลังทำพิธีกรรมทางศาสนาอยู่นั้น ถูกศาลตัดสินให้ต้องโทษจำคุก 3 เดือน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นักท่องเที่ยวรายนี้ถูกดำเนินคดีในข้อหา ก่อความวุ่นวายในระหว่างพิธีกรรม เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ในเวลากลางดึก เมื่อวัดขนาดใหญ่ของเมืองกำลังถ่ายทอดบทสวดผ่านลำโพง

Haijtema ไม่ทราบว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นคือบทสวด และพวกชาวบ้านกำลังทำพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ นอกจากนั้นเขายังถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 80 ดอลล่าร์สหรัฐจากการละเมิดข้อกำหนดของวีซ่าในการเข้าประเทศอีกด้วย หลังคำตัดสินของศาลให้จำคุกนั้น เขาถึงกับร้องไห้ออกมา

"ผมเหนื่อยมากในคืนนั้น และตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังของลำโพง" Haijtema กล่าว "จากนั้นผมก็รู้สึกโกรธ และสันนิฐานว่าเด็กๆ กำลังเปิดเพลงพวกนั้นอยู่ ผมบอกพวกเขาให้เบาเสียงลงมิเช่นนั้นผมจะดึงปลั๊กออก แต่พวกเขาไม่เข้าใจ ดังนั้นผมเลยดึงปลั๊ก"

เมียนมาเป็นประเทศที่เคร่งศาสนา โดยเฉพาะเมืองมัณฑะเลย์ที่เขาอาศัยอยู่ ด้าน U Hla Ko ทนายความของเขายืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป และจะติดต่อสถานทูตเนเธอร์แลนด์ ให้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวเขา แต่จากการติดต่อเมื่อวานนี้ในช่วงบ่ายปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จ

บรรดาวัดในเมียนมามักใช้ลำโพงขนาดใหญ่เปิดเสียงดัง ในขณะทำพิธี กรณีที่เกิดขึ้นนี้บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าข้างนักท่องเที่ยวรายนี้ เพราะการเปิดเสียงดังตั้งแต่หลังสามทุ่ม ไปจนถึงก่อนหกโมงเช้านั้น ต้องมีใบอนุญาต ซึ่งหลายวัดไม่มี ดังนั้นพวกเขามองว่ากรณีนี้ผู้ที่ทำผิดกฏหมายคือวัดต่างหาก ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ด้าน U Kyaw San เจ้าอาวาสวัดกล่าวว่า นักท่องเที่ยวรายนี้ยังใส่รองเท้าเข้ามาในวัดอีกด้วย ซึ่งทาง Haijtema เองก็อ้างว่าเขาไม่รู้ว่าสถานที่นั้นคือสถานที่ทางศาสนา และไม่เห็นป้ายเตือนให้ถอดรองเท้า

ในขณะที่ความเห็นจากชาวบ้านในละแวกนั้น Ko Hla Myo Aung กล่าวว่า ถ้าพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านจะต้องหูหนวกเป็นแน่ เพราะเสียงที่ดังทุกครั้งนั้นดังสนั่นเหลือเกิน และเมื่อปีที่ผ่านมาก็เพิ่งมีกรณีผู้จัดการบาร์ชาวนิวซีแลนด์ถูกตัดสินโทษจำคุก 2 ปี จาการโพสต์ภาพพระพุทธเจ้าสวมใส่หูฟัง บนเฟสบุ๊คของเขา โดยเขาเพิ่งจะได้รับการนิรโทษกรรมไปในปีนี้

ที่มา: Posttoday
Google Plus
- Advertisement -