- Advertisement -

จำได้มั๊ย?! “น้องไอดิน” หนูน้อยดวงแข็งรอดจากถูกฆ่าฝังดิน ผ่านไป 7 เดือนตอนนี้น้องกำลังมีข่าวดีได้เกิดใหม่อีกครั้ง!!


หลายคนคงจำกันได้กับ น้องไอดิน ทารกเพศชายที่เคยถูกแม่แท้ๆ แทง 14 แผล ใช้ถุงพลาสติกรัดคอ และฝังทั้งเป็น ที่ทุ่งนาบ้านโนนสวรรค์ หมู่ 3 ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ก่อนจะมีชาวบ้านไปพบและช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยน้องไอดินถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นจนอาการดีขึ้นตามลำดับ ก่อนส่งต่อมาที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น และปัจจุบันอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทองจังหวัดขอนแก่น

วันนี้น้องไอดินอายุ 7 เดือนแล้ว และกำลังมีข่าวดี เสมือนว่าหนึ่งชีวิตที่เคยอาภัพสุดขีดได้เกิดใหม่อีกครั้ง



นายศุภชัย ปทุมชาติ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทอง จังหวัดขอนแก่น กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เล่าว่า ภายหลังแม่น้องไอดินยกลูกให้กรม ดย. เราก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนจัดหาครอบครัวบุญธรรมให้น้องไอดิน ซึ่งจากการคัดเลือกและเข้าคิว น้องไอดินได้ครอบครัวบุญธรรมซึ่งเป็นชาวสวีเดนรับไปดูแล โดยขณะนี้ผ่านกระบวนการหมดแล้ว เหลือเพียงรอว่าครอบครัวบุญธรรมจะมารับน้องช่วงไหน เบื้องต้นทราบว่าจะมาในช่วงเดือนธันวาคมนี้

“คิดว่าการไปอยู่ต่างประเทศ จะเป็นบุญวาสนากับเด็ก เพราะบุตรบุญธรรมที่ไป ไปแล้วได้ดีหมด ผ่านไปสักระยะครอบครัวบุญธรรมจะพาเด็กๆ เหล่านี้กลับมาเยี่ยมเรา”

โดยรวมนายศุภชัยบอกว่า “ไม่มีอะไรน่าห่วง” เพราะการจะรับเด็กในสถานสงเคราะห์คนหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรม ผู้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติและผ่านการประเมิน เช่น ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีฐานะและการครองชีพมั่นคง ต้องมีเวลาและรู้วิธีเลี้ยงดูเด็ก จะต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ ต้องทดลองนำเด็กกลับไปเลี้ยง ประเมินทุก 6 เดือน รวม 3 ครั้ง หากผ่านจะอนุมัติเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายต่อไป

ที่สำคัญของการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม คือ ครอบครัวบุญธรรมไม่สามารถเลือกเฉพาะเจาะจงเด็กที่รับไปอุปถัมภ์ได้ ฉะนั้น ถือเป็นวาสนาครั้งใหญ่ที่เด็กน้อยผู้เคยมีบาดแผลฉกรรจ์จะไปเริ่มชีวิตใหม่ ซึ่งตอนนี้เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วว่า “อะตอม” พร้อมชำระประวัติทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นเป็นคนใหม่

“ตอนนี้น้องไอดินสุขภาพร่างกายแข็งแรง พัฒนาการตามช่วงวัย ยิ้มแย้มแจ่มใส ส่งเสียงเอ๊อะแอ๊ะทักทายพี่เลี้ยง ส่วนบาดแผลที่เคยมีตอนนี้หายหมดแล้ว” นายศุภชัยกล่าว


ที่มา: Matichon
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -