- Advertisement -

อัพเดท!! ความคืบหน้าตัวเลขผู้เสียชีวิต "เรือล่มอยุธยา" ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเพิ่มแล้ว


ความคืบหน้าตัวเลขผู้เสียชีวิต เรือล่มอยุธยา พุ่ง 26 ราย เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 3 ราย ตำรวจเผย ศาลไม่ให้ประกันตัวคนขับเรือล่ม-เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดเจ้าของเรือ ชี้ ไม่มีประกันภัยเรือ

วันที่ 20 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ชุดประดาน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ อาสากู้ภัยได้ออกปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์เรือผู้โดยสารสมบัติมงคลชัยทับทิมล่ม บริเวณท่าน้ำวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเวลาประมาณ 21.40 น. เจ้าหน้าที่พบร่างของ นางสาววชิรา บุญญิกา อายุ 19 ปี ซึ่งพบบริเวณใกล้ท่าน้ำวัดพนัญเชิง ต่อมาเวลาประมาณ 04.00 น. พบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ลอยอยู่กลางแม่น้ำห่างจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 5-6 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้นำร่างขึ้นมาจากน้ำเพื่อให้แพทย์ชันสูตรแล้ว




และเมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา พบเพิ่มอีก 2 ศพ เป็นเด็กชายและชาย โดยพบใกล้กับสะพาน 356 ต.บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา และต่อมาเวลา 06.12 น. พบร่างของหญิงอีก 1 ราย ส่งผลให้ยังมีผู้สูญหายอีก 3 ราย ซึ่งปฏิบัติการค้นหาจะดำเนินการต่อ จนกว่าจะพบผู้สูญหายที่เหลือ โดยคาดว่าในช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการกู้ซากเรือได้


อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้มีตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ราย สูญหาย 3 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 40 ราย โดยนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 11 คน

ขณะที่ พล.ต.ต. สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในทางคดีทางตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหาหนักแก่ผู้ขับเรือไปแล้ว และนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงนำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนกว่าสำนวนคดีจะแล้วเสร็จ ซึ่งทางคดีอาญานั้นคาดว่าจะต้องใช้เวลาสรุปสำนวนประมาณ 2-3 เดือน เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากและต้องสอบปากคำทุกปากเพื่อประกอบสำนวน

ส่วนกรณีที่จะเอาผิดกับเจ้าของเรือด้วยหรือไม่นั้น ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในการเอาผิด ซึ่งเบื้องทราบว่าเรือลำนี้ไม่มีประกันภัย เพราะเพิ่งหมดอายุกรมธรรม์ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้นถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว ทำให้ผู้เสียชีวิตจะไม่มีเงินประกันภัย ซึ่งหากจะเรียกร้องค่าเสียหาย ก็ต้องฟ้องร้องทางแพ่งอีกครั้งหนึ่งต่อไป



ที่มา: สำนักข่าว INN
Google Plus
- Advertisement -