- Advertisement -

เคลียร์แล้ว!! คดี "เสก โลโซ" ทำร้ายคนสนิท “อดีตเมีย” กรามหัก ยอมจ่ายค่าทำขวัญ พอได้รู้จำนวนเงินถึงกับอึ้ง!!


วันที่ 12 ก.ย. 2559 ที่ห้องศูนย์สมานฉันท์ของศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ อายุ 42 ปี นักร้องเพลงร็อค พร้อม นายสหชาติ พูลศรี อายุ 43 ปี ลูกน้องคนสนิทและ นางวิภากร สายแสงทิม หรือ กานต์ อดีตภรรยา เสก โลโซ รวมทั้ง น.ส.ชนกชล บุญเพ็ง หรือ ทอมบี คู่กรณี ต่างเดินทางมาตามที่ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เสก โลโซ และลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ และข่มขู่ผู้อื่นให้เกิดความกลัว โดยเสก โลโซและลูกน้องคนสนิทให้การปฏิเสธ

จากกรณี เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2559 เวลากลางคืน จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายด้วยการ ทำร้าย น.ส.ชนกชล หรือทอมบี บุญเพ็ง และ น.ส.วิรังรอง สายแสงทิม ผู้เสียหายซึ่งเป็นสาวคนสนิท และน้องสาวของกานต์ นางวิภากร สายแสงทิม อดีตภรรยาของเสก โลโซ จน น.ส.ชนกชล กรามซ้ายหักได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณร้านอาหารแมคโดนัลด์ ย่านถนนเลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีจำเลยทั้งสองต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว กระทั่งวันที่ 1 และ 4 พ.ค. 2559 จำเลยทั้งสองได้เข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา



ทั้งนี้ภายหลังการเจรจาไกล่เกลี่ย ใช่เวลานานเกือบ 4 ชั่วโมง "เสก โลโซ" พร้อมด้วย นางวิภากร อดีตภรรยาได้ ควงคู่กันลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


เสก โลโซ เปิดเผยว่า การไกล่เกลี่ยในวันนี้จบลงด้วยดี โดยมีนางวิภากร อดีตภรรยาเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งตนยอมรับสารภาพและยอมชดใช้เงินให้ จำนวน 5 แสนบาท แต่ไม่ถึงจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งคู่กรณีก็พอใจ แต่ในส่วนของคดีอาญานั้น จะต้องมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งหนึ่งและศาลอาญานัดให้มาฟังคำพิพากษา วันที่ 17 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

"ขอบคุณศาลที่ช่วยไกล่เกลี่ย ตอนนี้ก็โล่งใจ ซึ่งวันนี้ก็เสร็จในเรื่องการไกล่เกลี่ยว่าเราจะไม่เอาเรื่องกันแล้ว วันนี้ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้จบเรื่องราวร้ายๆ และตอนนี้ตนกับกานต์ก็เป็นเพื่อนกันดีแล้ว ช่วยกันเลี้ยงลูก ตอนนี้หยุดใจร้อน ต่อไปก็ทำงาน" เสก โลโซ ระบุ

ด้าน นางวิภากร หรือ กานต์ กล่าวว่า ชีวิตตอนนี้ก็ราบรื่นดี โดยวันนี้ตนก็มาช่วยพูดคุย เพราะอีกฝ่ายกำลังต้องการหาคนให้มาช่วยไกล่เกลี่ยเจรจากัน ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มาจากหลายๆ สาเหตุ

ที่มา: Siamrath
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -