- Advertisement -

เปิดวิถีชีวิต "ยากูซ่า" มาเฟียเดินดิน ความหมายของรอยสักและบทลงโทษที่สุดสะพรึง!!!


ถ้าจะพูดถึงบรรดาเหล่าแก๊งอิทธิพลที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกที่ทุกคนรู้จักกันดี จะต้องมีกลุ่มอิทธิพลของญี่ปุ่น ที่เรารู้จักกันดีในนาม "ยากูซ่า" อยู่แน่ๆ ทั้งการใช้ชีวิต การลงโทษในกรณีที่ทำผิดกฎของกลุ่ม หรือจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดูเท่ ดิบ เถื่อน

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับวิถียากูซ่า รู้จักพวกเขาให้มากขึ้นว่าสิ่งที่เรารู้มาจะเหมือนกับความเป็นจริงที่พวกเขาเป็นกันหรือไม่


ต้นกำเนิดจากซามูไรไร้นาย

ยากูซ่าในยุคแรกเริ่มสามารถสืบสาวได้ไปถึงช่วงยุคเอโดะ เป็นการรวมกลุ่มกันของกลุ่มซามูไรไร้นาย หรือที่เรียกกันว่า "โรนิน" ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มคอยดูแลรักษาหมู่บ้านหรือเขตที่พวกตนอยู่อาศัยแล้วเก็บเงินค่าดูแล ค่าอำนวยความสะดวกจากบรรดาร้านค้าในพื้นที่ อีกทั้งยังจัดการแบ่งพื้นที่ค้าขายในงานเทศกาลต่างๆ เช่น งานวัด งานศาลเจ้า (คล้ายๆ กับการจัดการค้าขายตลาดนัดในบ้านเรา) และรวมไปการดูแลบ่อนพนันในพื้นที่


คนเหล่านี้มักเปรียบเทียบตนเองว่าเป็น "โรบินฮู้ด" ที่คอยปกป้องคุ้มครองคนในชุมชนของตัวเองจากโจรผู้ร้าย และมักจะมีเรื่องกับกลุ่มข้างเคียงเพื่อขยายอำนาจอยู่เสมอ

รอยสักสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรี


สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของยากูซ่าก็คือ รอยสัก การสักเปรียบเสมือนการยอมรับในวิถีของยากูซ่า สมาชิกแก๊งทั้งหลายจะใช้เวลานับ 100 ชั่วโมง เพื่อสักลวดลายต่างๆ ที่แสดงความเป็นตนเองและสัญลักษณ์ของแก๊งลงบนร่างกาย


จุดเริ่มต้นของรอยสักนั้นมาจาก "Bakuto" เป็นชื่อเรียกกลุ่มยากูซ่าที่หารายได้จากการพนัน ที่มักจะสักวงแหวนสีดำไว้ที่ท่อนแขน ตามจำนวนของอาชญากรรมที่เคยทำมาแต่ละครั้ง


หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มพัฒนาเป็นรอยสักที่เราคุ้นเคยกันทุกวันนี้ และมักจะแสดงรอยสักกันในโรงอาบน้ำที่ถือว่าเป็นสถานที่นัดพบกันของบรรดาเหล่าสมาชิก อีกนัยหนึ่งก็เป็นการเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้พกอาวุธอะไรมาด้วย


พัฒนามาสู่กลุ่มก้อนที่มีเครือข่ายในทุกวงการ


อำนาจของเครือข่ายยากูซ่ามาเฟื่องฟูในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม อเมริกาเข้ามาจัดการการปกครองภายใน และหน่วยงานซีไอเอได้มีการใช้เหล่าสมาชิกยากูซ่าจัดการเรื่องราวต่างๆ ที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะเอื้อมมือเข้าไป เช่น การปราบปรามกลุ่มคอมมิวนิสต์ กำจัดปรปักษ์ทางการเมือง


กลุ่มยากูซ่าก็ได้อาศัยอิทธิพลและเส้นสายในจุดนี้ ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็น การฟอกเงิน ค้ามนุษย์ อยู่เบื้องหลังธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ และยังได้รับอิทธิพลมาจากแก๊งมาเฟียอิตาลี ทั้งการแต่งกาย การใช้รถประจำตัวเป็นสีดำล้วน แต่ช่วงหลังเริ่มมีการใส่สีฉูดฉาดตามรสนิยมของแต่ละคน จนบางทีมองปุ๊บก็รู้เลยว่า คนนี้เป็นยากูซ่าแน่ๆ


ทำผิดต้องรับผิดชอบ!!!

เมื่อมีการทำผิดต้องมีการลงโทษ และการลงโทษของยากูซ่า อย่างที่เราคุ้นเคยกันก็คือ "การตัดนิ้ว" การลงโทษด้วยการตัดนิ้วของยากูซ่าจะทำเมื่อต้องการล้างโทษในสิ่งที่กระทำผิด การกระทำนี้เรียกว่า "ยูบิสึมิ"


ในสมัยก่อน ปลายนิ้วก้อยนั้นมีความสำคัญต่อนักพนันและซามูไรเป็นอย่างมาก การที่ปลายนิ้วก้อยหายไปนักพนันจะเสียความสามารถในการจับถ้วยลูกเต๋า ส่วนซามูไรจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมดาบ เมื่อนิ้วก้อยหายไปก็ถือว่าความสามารถในการหากินและป้องกันตัวแทบจะหมดไปเลยทีเดียว ในการทำผิดครั้งต่อๆ มาก็จะย้ายไปที่ปลายนิ้วก้อยอีกข้าง ถ้ามีครั้งต่อไปอีก ก็ปลายนิ้วที่ถัดมา (ตัดให้ด้วนทุกนิ้วไปเลย)


ทุกวันนี้ยากูซ่าก็ยังมีตัวตนอยู่และทำมาหากินแบบเดิมๆ แต่เริ่มปรับเปลี่ยนพัฒนาตนเองเข้าสู่ตลาดทุน ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้น และคงจะอยู่คู่สังคมญี่ปุ่นไปอีกนาน

ที่มา: Spokedark
Google Plus
- Advertisement -