- Advertisement -

ลูกจ้างเฮ!! เริ่ม ม.ค.60! ขึ้นค่าแรงจาก 300 เป็น 304-360 บาท ประเดิม 15 จังหวัดนี้!!


กระทรวงแรงงานตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ใช้สูตรใหม่ชั่งน้ำหนัก 10 ปัจจัยชี้ขาดให้ขึ้นไม่ขึ้น เผย 15 จังหวัดเฮ ! บอร์ดไตรภาคีค่าจ้างส่งสัญญาณไฟเขียวให้ปรับเพิ่มจาก 300 เป็น 304-360 บาท/วัน 1 ม.ค. 60 ส่วน 62 จังหวัดที่เหลือต้องรอลุ้น

ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้าง อยู่ระหว่างพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำซึ่งจะนำมาใช้ในปี 2560 หลังจากก่อนหน้านี้เคยพิจารณาข้อเสนอขอปรับค่าแรงขั้นต่ำที่อนุกรรมการค่าจ้างระดับจังหวัดรวม 6 จังหวัด แต่ชะลอดำเนินการออกไปเนื่องจากมองว่าสถานการณ์ยังไม่เหมาะสม และให้อนุกรรมการทั้ง 6 จังหวัด นำกลับไปทบทวนแล้วเสนอมาใหม่


ล่าสุดจากข้อมูลผลสรุปของอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศพบว่า มี 13 จังหวัดเสนอขอปรับค่าแรงขั้นต่ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณา ภายใน 1 เดือนจากนี้ไปจะได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะประกาศปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในจังหวัดใดบ้าง

สำหรับ 13 จังหวัดที่อนุกรรมการค่าจ้างขอให้ปรับขึ้นค่าจ้าง ประกอบด้วย 1.เพชรบูรณ์ 2.สกลนคร 3.พระนครศรีอยุธยา 4.ฉะเชิงเทรา 5.ปราจีนบุรี 6.ชลบุรี 7.กระบี่ 8.ภูเก็ต 9.นราธิวาส 10.อ่างทอง 11.สระบุรี 12.ปทุมธานี และ 13.สมุทรสาคร ส่วนอีก 64 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) อนุกรรมการระดับจังหวัดไม่ได้เสนอขอปรับขึ้นค่าจ้าง ทั้งนี้ในส่วนของ 11 จังหวัดแรกเสนอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 2 อัตรา โดยฝ่ายนายจ้างเสนอปรับค่าจ้างขึ้นวันละ 15 บาท ขณะที่ลูกจ้างเสนอปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 60 บาท ขณะที่ภาพรวมการขอปรับค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 4-60 บาท

ม.ล.ปุณฑริกกล่าวว่า การพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้นอกจากจะมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา ในรูปของอนุกรรมการเฉพาะกิจ อาทิ ผู้แทนกระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงพาณิชย์ นักวิชาการ รวมทั้งตัวแทนลูกจ้างและนายจ้างแล้ว สูตรที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณายังเป็นสูตรใหม่ โดยนำปัจจัยต่าง ๆ รวม 10 ปัจจัย มาชั่งน้ำหนัก ได้แก่ 1.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ 2.ข้อเท็จจริงอื่นโดยคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ 3.อัตราเงินเฟ้อ 4.มาตรฐานการครองชีพ 5.ต้นทุนการผลิต 6.ราคาสินค้าและบริการ 7.ความสามารถของธุรกิจ 8.ผลิตภาพแรงงาน 9.ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และ 10.สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

ดังนั้นนอกจาก 13 จังหวัดที่อนุกรรมการระดับจังหวัดเสนอขอปรับขึ้นค่าแรงแล้ว หากอนุกรรมการเฉพาะกิจเห็นว่ามีจังหวัดอื่น ๆ ที่เห็นควรให้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำด้วย โดยนำ 10 ปัจจัยดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่าย อนุกรรมการเฉพาะกิจอาจเสนอให้ปรับขึ้นค่าแรงพร้อม 13 จังหวัดแรกด้วยก็ได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นอาจประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 300 บาทต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมรวมทั้งหมด 15 จังหวัด โดยจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ขณะที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดิมประกาศใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

ส่วนแต่ละจังหวัดจะปรับขึ้นเท่าใดนั้นพิจารณาตามสภาพพื้นที่ สภาพข้อเท็จจริงของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ความสามารถของนายจ้าง ฯลฯ อาจปรับขึ้นแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน เนื่องจากองค์ประกอบหลาย ๆ ปัจจัยแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ เพราะโดยหลักการเมื่อนำปัจจัยต่าง ๆ มาพิจารณาตามสูตรตัวเลขจะออกมาว่าควรปรับขึ้นมากน้อยแค่ไหน เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ อนุกรรมการเฉพาะกิจจึงต้องพิจารณาด้วยว่า ทั้ง 15 จังหวัดที่มีแนวโน้มว่าจะให้ปรับขึ้นค่าแรงควรปรับขึ้นในอัตราเท่า ๆ กันจาก 300 บาทต่อวัน เป็น 360 บาทต่อวันทั้งหมด หรือปรับขึ้นมากน้อยตามความเหมาะสมและสภาพความเป็นจริงแต่ละจังหวัด

สำหรับข้อเสนอของฝ่ายลูกจ้างก่อนหน้านี้ที่ขอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 60 บาท เป็น 360 บาทต่อวัน โดยหยิบยกเหตุผลสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก อยู่ที่อนุกรรมการเฉพาะกิจจะพิจารณาว่าเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอหรือไม่ จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดไตรภาคี) พิจารณาก่อนนำไปออกประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ต่อไป

ที่มา: Prachachat
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -