- Advertisement -

โคตรเลว!! 11โจ๋ รุมโทรม ด.ญ.วัย14 อย่างป่าเถื่อน เหยื่อผวาหนักจนต้องพาครอบครัวอพยพหนีมาอยู่ป่า


เป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจ ยิ่งกว่าละคร เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "Tos Tanchai" ได้ตีแผ่เรื่องจริงยิ่งกว่าละครของเด็กหญิงยอดกตัญญู อายุ 14 ปี คนหนึ่ง ที่ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างแทนแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก อีกทั้งยังต้องคอยดูแลน้อง วัย 5 ขวบ แต่แล้วฝันร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อเด็กหญิงคนดังกล่าว ตกเป็นเหยื่อระบายอารมณ์ทางเพศ ถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 11 คน ในหมู่บ้านรุมข่มขืนอย่างป่าเถื่อน จนเป็นตราบาปติดตัวเธอ จนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้

ประเด็น // เรื่องจริงยิ่งกว่าละครของเด็กหญิงวัย14 ที่ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างแทนแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก อีกทั้งยังต้องคอยดูแลน้องวัย 5 ขวบ ซ้ำร้ายเธอถูกวัยรุ่นในหมู่บ้านรุมโทรมถึง 11คน จนต้องปิดตัวเองหนีสังคม เลิกเรียนกลางคัน


พบชีวิตสุดแสนรำเค็ญ ที่เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ของน้อง Aนามสมมุตติ อายุ 15ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ ตำบลหนึ่งใน อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ อาศัยอยู่ภายในบ้านที่เก่าหลังคามุงจาบกึ่งสังกะสี ชำรุดทรุดโทรมห้องนอนเป็นทั้งห้องพักผ่อนยามค่ำคืนและนั่งเล่น ไม่มีไฟฟ้าใช้กลางคืนต้องอาศัยแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมัน และเทียนไขโดยหลวงพ่อที่วัดท่านบริจาคมาให้ ส่วนห้องครัวใช้พื้นที่บริเวณข้างบ้านนำเศษไม้แห้งมาก่อไฟ เพื่อทำอาหารและไล่ยุงในเวลาค่ำคืน


น้องA ต้องทำหน้าที่เป็นแม่บ้านที่คอยเลี้ยงดู คุณแม่ที่พิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อีกทั้งต้องคอยดูแลน้องชายอีก1คนไปพร้อมๆกัน ซึ่งทุกเช้าหลังจากที่ทำภารกิจในเสร็จเรียบร้อย ก็จะออกจากบ้านเพื่อเข้าไปหาเก็บเห็ด และหน่อไม้ ในป่าท้ายบ้าน เพื่อนำกลับมาประกอบอาหารในช่วงมื้อค่ำ และช่วงที่คุณแม่นอนหลับพักผ่อนในแต่ละวันก็จะปลีกเวลาเพื่อไปรับจ้างทั่วไป ส่วนคุณพ่อต้องออกไปขายแรงในเมือง รายได้จากการทำงานเฉลี่ยวันละ 100-200บาท


การดูแลอาการป่วยของคนในครอบครัว ยังถือว่าเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อยที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจน้องA แต่สิ่งที่บั่นทอนความรู้สึกของน้องAจนในบางครั้งแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ คือตราบาปที่กลุ่มชายภายในหมู่บ้านตนจำนวน 11คน ได้ร่วมกันรุมข่มขืนเธอเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่ง8รายได้เข้าสู่กระบวนการศาลตัดสิน ให้รับโทษตามกฎหมาย ส่วนที่เหลือ ซึ่งเป็นลูกของคนมีสี ไม่ได้ถูกลงโทษใดๆ


น้องA ได้เข้าขอความช่วยเหลือองค์กรพัฒนาสวัสดิการสังคมAsian Lifeซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกื่ยวข้อง เพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยา แต่จนขณะนี้ล่วงเลยมานานกว่า 1ปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แต่เพียงแจ้งว่ายังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ปัจจุบันน้องA ได้ยุติการเรียน เนื่องจากปัญหารุมเร้ามากเกินกว่าที่น้องจะหาทางออกได้

น้องA เล่าทั้งน้ำตานองหน้าว่า เหมือนฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนทุกคืน พยายามที่จะหาทางออกด้วยการพาแม่ที่พิการและน้องหนีออกมาจากชุมชนมาอาศัยกลางป่าโดยปลูกกระท่อมอาศัย อาศัยหาของป่าประทังชีวิตไปวันๆ ในยามค่ำคืนต้องอาศัยแสงสว่างจากตะเกียงและเทียนจากหลวงพ่อที่ชาวบ้านนำมาถวายวันเข้าพรรษา นำมาจุดไล่ความมืดเท่านั้น

ที่มา: เฟซบุ๊ก Tos Tanchai
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -