- Advertisement -

"ปุ้ม พงศ์พรหม" จวกยับกรณีจับร้านกาแฟเปิดเพลงผ่านยูทูบ ถามห่วงศิลปินหรือผลกำไรตัวเองกันแน่ ?


เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในตอนนี้ เกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ในผลงานเพลง หลังจากที่เจ้าของกาแฟร้านหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เนื่องจากเปิดเพลงของค่ายยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งผ่านเว็บไซต์ยูทูบภายในร้าน ขณะที่ทางแกรมมี่ ก็ออกมายืนยันว่าอีกฝ่ายมีความผิดจริง ๆ

โดยในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ข้อความที่ระบุว่ามาจาก "ปุ้ม พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา" นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง ที่ออกมาระบุว่าไม่เห็นด้วยอย่างที่สุดถึงกรณีที่ "กริช ทอมัส" หนึ่งในผู้บริหารแกรมมี่ ได้พยายามอธิบายถึงความผิดดังกล่าวของเจ้าของร้านกาแฟ

ทั้งนี้ อดีตสมาชิกวง "แมคอินทอช" และ “ตาวัน” ระบุว่า จริง ๆ แล้ว ทางแกรมมี่นั้นมีรายได้จากระบุว่าไม่เห็นด้วยเป็นที่สุดอยู่แล้ว เท่ากับว่า ทุกครั้งที่มีคนเปิดเว็บระบุว่าไม่เห็นด้วยเป็นที่สุดก็เป็นการช่วยให้แกรมมี่มีรายได้เพิ่มขึ้น และตั้งคำถามว่าทุกครั้งที่แกรมมี่เอาเพลงไปเปิดผ่านวิทยุในเครือตนเองนั้น ทางแกรมมี่เองเคยให้เงินกับเจ้าของที่สร้างสรรค์ผลงานหรือไม่ ?

นอกจากนี้ ปุ้ม พงศ์พรหมยังบอกด้วยว่า ทุกครั้งที่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ค่ายเพลงก็มักอ้างว่าทำไปเพื่อให้นักดนตรี นักแต่งเพลง มีรายได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ค่ายเพลงห่วงแต่เรื่องผลกำไรของตนเองมากกว่า พร้อมกับถามว่าถ้าแกรมมี่จริงใจ ก็มาแจกแจงให้ฟังหน่อยว่าที่จัดเก็บนั้น เก็บจากไหนได้บ้าง? แล้วแบ่งให้ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานเท่าไหร่? เพราะที่ผ่านมาก็เห็นมีแต่ค่ายเพลงที่รวยขึ้น ๆ

โดยข้อความทั้งหมด มีดังนี้

"เรื่องของเรื่อง ที่เป็นประเด็นคือ 'เปิดจาก YouTube' ซึ่ง.. กลไกมันคือ GMM ได้รายได้จากยูทูปอยู่แล้วทุกครั้งที่มียูสเซอร์เปิด เท่ากับยูสเซอร์แต่ละคน ช่วยให้แกรมมี่มีรายได้ตรงนี้ ความหมั่นไส้ถ้ามันเกิดขึ้น คือต่อไปนี้เจอคอนเท้นท์ของ GMM เมื่อไหร่ เขาไม่คลิ๊กเลย คอนเท้นท์นี้ก็เน่าตายไปในที่สุด ดีไหมล่ะ ฟังเพลงฝรั่งเลยครับ ขอแนะนำ.. คุณเพียงแค่สร้าง Play List ก่อน เลือกแต่เพลงฝรั่งและเพลงที่ไม่มีปัญหา แล้วก็แบนแม่งให้หมดค่ายเพลงพวกนี้ เวลาเปิดก็เปิดจาก Play List จะได้ไม่ติดเพลงอื่นของมัน

ผมเองก็เป็นเจ้าของคอนเท้นท์พวกนั้นนะ แต่การที่ร้านอาหารหรือร้านที่ไม่ได้หากินกับเพลง หรือประมาณว่า เจ้าของร้านเขาก็เปิดเพลงฟังไปด้วยขณะที่ขายของซึ่งเป็นสินค้า "อย่างอื่น" น่ะ ไปคิดไล่จับปรับเขา มันเป็นเรื่องทุเรศ จะมาพูดว่า ส่งเสริมการขาย ได้ไง? ตัวอย่างเช่นร้านขายไอโฟนนะ เปิดเพลงแกรมมี่แล้วจะช่วยให้ไอโฟนขายได้หรือ? คิดอะไรนี่? ขณะที่ สถานีวิทยุต่างๆ ทำแบบเดียวกันคือละเมิดสิทธิ public perform แต่ถามว่าสถานีวิทยุจ่ายไหม? ไม่! ลองไปเก็บเขาสิ เขาไม่เปิดเพลงให้ เพลงจะดังหรือ? ทั้งที่สถานีวิทยุ ใช้เพลงหาประโยชน์เป็นสินค้าเพื่อหารายได้จากค่าโฆษณา อันนี้ตรงกว่าร้านค้าที่ไปหาเรื่องเขาอีก.. แล้วนี่ล่ะ.. สถานีวิทยุของ GMM เปิดเพลงแล้วจ่ายค่า public perform ให้ไหม? ไม่จ่ายเช่นกัน! เพราะถ้าจ่าย ผมก็ต้องได้ใช่ไหม แต่ไม่เคยได้ครับ นับตั้งแต่ GMM มีวิทยุเอง Hot Wave Green Wave โน่นนี่ กี่สิบปีแล้ว เปิดเพลงที่ผมแต่งไปกี่ครั้งแล้ว จ่ายไหม? ไม่! จะพูดจาสวยหรูมีหลักการ ก็อย่าเลือกปฏิบัติ ทำให้มันเท่าเทียมสิ! YouTube ก็ไม่ต่างกับสถานีวิทยุ ใช้คอนเท้นท์เป็นตัวดึงดูดเพื่อขายโฆษณา เขาถึงจ่ายให้เจ้าของคอนเท้นท์ public perform นั้น

คือด่าไอ้คนที่มันขโมยจริงๆ ก็ว่าไปอย่างนะ เช่นไอ้พวกเทปผีซีดีเถื่อน.. ท่านพูดมาเหมือนเห็นใจชะตากรรมพวกผมหรือคนที่สร้างสรรค์เพลงเหลือเกิน "ไปขโมยเขา คุณไม่เห็นใจนักแต่งเพลงหรือ?.." โห ผมน้ำตาเกือบไหลน่ะ.. ถ้าพวกท่านเห็นใจพวกผมจริงๆ นะครับ พวกท่านก็คืนสิทธิผู้ประพันธ์ให้พวกผมสิครับ ท่านจะได้ไม่ขึ้นชื่อว่าขโมยเหมือนที่ท่านด่าคนอื่น ได้ไหมล่ะ? เพราะท่านไม่ได้เป็นคนแต่งซะหน่อย ทำไมสิทธิไปอยู่กับท่านล่ะ พิลึกไหม?

ทั้งหมดนี่น่ะ คุณห่วงแต่กำไรของคุณ ห่วงการขาดทุนกำไร เพราะที่ลงทุนไปน่ะคุณได้คืนหมดแล้ว แต่เวลาคุณออกปกป้องผลประโยชน์ของพวกคุณ พวกคุณก็เอาพวกผมมาอ้างทุกที แหกตาดูให้ดีสิ คนที่รวยสะดือปลิ้นมันพวกผมหรือพวกคุณ ถ้าจริงใจนะ สักวันลองแจงมาหน่อย ที่จัดเก็บน่ะ เก็บจากไหนได้บ้าง? แล้วแบ่งพวกผมเท่าไหร่? ไปปรับใครเขาน่ะ ได้มาเป็นหมื่นเป็นแสน มาที่พวกผมเท่าไหร่? เก็บ public perform น่ะ คุณได้เท่าไหร่? พวกผมได้เท่าไหร่? อยากรู้มานานแล้ว เอาแบบแถลงข่าวมีสื่อมวลชนรับรู้ก็ยิ่งดีนะ"


ที่มา: เฟซบุ๊ก Nattawut Nithi-Uthai
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -