- Advertisement -

ช็อกวงการ!! น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ถูกตรวจพบสารกระตุ้น อาจอดไปโอลิมปิก แถมเจ้าตัวยังออกมาโพสต์แบบนี้..!?

ภาพจาก: Sanook.com

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 59 เกิดกระแสข่าว "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ นักตบขนไก่หญิงเดี่ยวมือ 4 ของโลก ที่ถือว่าเป็นความหวังสูงสุดของทีมแบดมินตันไทย ที่จะคว้าเหรียญโอลิมปิคที่รีโอ บราซิล ถูกตรวจพบการใช้สารกระตุ้นในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีน เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา

โดยประเทศจีนได้ส่งตัวอย่างปัสสาวะและเลือดไปที่ศูนย์การตรวจสอบสารกระตุ้น ที่ประเทศญี่ปุ่นและเข้าสู่กระบวนการขององค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก (วาด้า) แล้ว และมีโอกาสถูกตัดสิทธิ์ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 วันที่ 5-21 ส.ค. ที่บราซิล

ล่าสุดนายธนัช อัศวนภากาศ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้น้องเมย์ยังซ้อมตามแผนปกติที่ ร.ร.สอนแบดมินตันบ้านทองหยอด หลังกลับจากการเก็บตัวที่กิเลน วัลเล่ย์ และยังไม่มีการแจ้งจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) ถึงเรื่องดังกล่าว ถ้าเกิดขึ้นจริงจะมีการแถลงข่าวจากสมาคมฯ นักกีฬา รวมถึงบ้านทองหยอดต้นสังกัดอย่างแน่นอน

ด้านน.ส.คณิศรา เงินศรีสุข ผู้จัดการส่วนตัวของน้องเมย์และทีมงานบ้านทองหยอดก็ขอไม่ออกความเห็นในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน รอความชัดเจนจากทั้งทางวาด้า และจากสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) ก่อน

ขณะที่ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการโอลิมปิกไทย เผยว่า สารที่ตรวจเจอคือสารสเตียรอยด์ ตอนนี้ประเทศจีนส่งผลการตรวจสารกระตุ้นไปที่แล็บตรวจสารต้องห้ามนักกีฬาที่ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก หรือวาด้า เพื่อยืนยันผลการตรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งเรายัง ไม่ทราบว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะสารชนิดนี้อยู่ในตัวยามากมายหลายร้อยรายการ โดยขณะนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กำลังเร่งเดินเรื่องแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ แต่ยืนยันว่าคณะกรรมการโอลิมปิคไทยยังไม่ถอดชื่อน้องเมย์ออกจากผู้มีสิทธิ์ ร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ยังมีชื่ออยู่ในคณะเดินทาง เนื่องจาก ยังไม่มีอะไรยืนยันว่าน้องเมย์ผิดจริงหรือไม่ แต่หากสุดท้ายแล้วผลออกมาชี้ชัดว่ามีการ ใช้สารกระตุ้นจริงก็คงไม่ส่งไปร่วมแข่งขันเพราะถือเป็นความเสียหายต่อประเทศ ชาติ และเรื่องนี้สมาคมแบดมินต้องรับผิดชอบ

ขณะที่นพ.มีชัย อินวู๊ด ผอ.กองกีฬาเวชศาสตร์ ฝ่ายวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า กกท.ส่งทีมงานไป ตรวจสอบ และควบคุมสารต้องห้ามนักกีฬาเป็นประจำทุกเดือน ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา นักกีฬาที่ได้ไปโอลิมปิก 52 คน ไม่มีการตรวจพบใดๆ ผลตรวจจากการแข่งขันแต่ ละครั้ง กกท.ไม่มีสิทธิรับรู้ สหพันธ์กีฬาจะส่งผลตรวจให้นักกีฬาและสมาคมกีฬาที่ดูแลนักกีฬาคนนั้นรับทราบ หากพบสารกระตุ้นตัวใดก็ตาม และเมื่อมีผลหรือบทลงโทษจึงจะแจ้งมาที่กกท.

นพ.มีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนบทลงโทษ กรณีตรวจพบในนักกีฬา ต้องดูว่าผลการลงโทษจะเป็นอย่างไร ซึ่งเคยมีตัวอย่างจากลี ชอง เหว่ย นักแบดมินตันชาวมาเลเซีย มือ 1 ของโลก ที่ใช้เพียงแค่สารอาหารเสริม ถูกลงโทษ 8 เดือน แต่ถ้าเป็นสารต้องห้ามที่สหพันธ์กีฬาเข้มงวดอาจมีโทษถึง 2-4 ปี

ส่วน "บิ๊กต้อม" นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาทีมชาติไทย กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวถึงเวลานี้ยังไม่ได้เตรียมแผนสำรองอะไรไว้ แต่ยอมรับว่าน้องเมย์คือนักกีฬาความหวังของไทยที่ได้ลุ้นเหรียญรางวัลริโอ เกมส์ครั้งนี้ ซึ่งหากน้องเมย์ถูก ตัดสิทธิ์ก็จะเหลือนักกีฬา 51 คน ตรงนี้ ต้องรอการชี้แจงจากสมาคมแบดมินตันฯ และสโมสรบ้านทองหยอด ต้นสังกัด ก็กำลังยื่นหนังสือชี้แจงว่าเกิดจากความไม่ตั้งใจ

"สารที่พบ คาดว่าจะเป็นตัวยาสเตียรอยด์ ที่เมย์รับยารักษาก่อนไปแข่งขันที่จีน ซึ่งแพทย์ของทีมเป็นคนฉีดให้ แต่เป็นแพทย์รักษาอาการหัวเข่าที่ไม่ใช่แพทย์ด้านการกีฬา โดยก่อนฉีดยาเมย์ค่อนข้างกังวลกับการรักษา และพยายามสอบถามกับแพทย์ว่าสามารถฉีดได้จริงๆ หรือไม่ แพทย์ระบุว่าไม่มีปัญหา กระทั่งท้ายที่สุดก็ถูกตรวจพบ" หัวหน้าคณะนักกีฬาไทยกล่าว

ส่วนทางนายธนวุฒิ แสงบุญ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาและหัวหน้าสาขาฯ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ม.กรุงเทพธนบุรี ในฐานะเจ้าหน้าที่ควบคุมสารต้องห้าม องค์การต่อต้านสารต้องห้ามโลก (วาด้า) เอเชีย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ออกมาเตือนนักกีฬาไทยแล้วว่าหากใช้ยารักษาโรคหรืออาการบาดเจ็บ ให้เขียนในใบขอยกเว้นการใช้ยาเพื่อการรักษา (ทียูอี) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลการตรวจสารต้องห้ามรับทราบ พร้อมกับแนบใบดีแคลร์ยาที่ใช้มาด้วย ซึ่งตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องเป็นกำลังใจให้กับรัชนกเพราะยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาประกาศว่าเขาใช้สารต้องห้ามจริงดังนั้นรัชนกยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จนขณะนี้โอลิมปิก สากลยังไม่ตัดชื่อน้องเมย์ออกจากการแข่งขัน โอลิมปิก ซึ่งโอลิมปิคไทยกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อยุติปัญหานี้ให้ได้ โดยเร็วที่สุด

ด้านอินสตาแกรมส่วนตัวของน้องเมย์ ratchanokmay ได้มีการโพสต์ภาพดวงดาวระยิบระยับในความมืด ช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ค. พร้อมข้อความ "I"m faded" เหมือนจะสื่อว่าเป็นดวงดาวที่ค่อยๆ ลาลับหายไป และมีแฟนคลับจำนวนมากเข้าไปคอมเมนท์ให้กำลังใจนักแบดมินตันสาวขวัญใจชาวไทย

แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -