- Advertisement -

เริ่ดมาก!! รถไฟโฉมใหม่ของคนไทยที่จะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ จะมีเส้นทางเส้นทางไหนบ้างไปดูกัน แต่บอกเลยเริดหรูอลังการสุดๆ (ชมภาพ)


หลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับให้บริการเชิงพาณิชย์ รอบแรก 39 คัน จากทั้งหมด 115 คัน ซึ่งได้รับมอบจากบริษัท CRRC Corporation Limited (China Railway Rolling Stock Corporation) หรือ CNR (China CNR Corporation Limited) บริษัทคู่สัญญา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างนำขบวนรถมาทดสอบการเดินรถทั้งระยะสั้นและระยะยาว ก่อนเปิดให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษใน 4 เส้นทางที่มีศักยภาพแก่ประชาชน โดยการจัดเดินขบวนรถ 2 ชุดแรก คาดจะเปิดให้บริการได้ในเส้นทางสายเหนือ กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 จากนั้นจะทยอยรับมอบและนำรถโดยสารชุดใหม่ทั้งหมด 115 คัน ออกมาเปิดให้บริการในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ตามลำดับ ซึ่งจะครบสมบูรณ์ทุกเส้นทางภายในปี 2560

สำหรับแผนการเดินขบวนรถ จัดให้บริการจำนวน 8 ขบวนต่อวันได้แก่ สายเหนือ กรุงเทพ -เชียงใหม่-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน สายใต้ กรุงเทพ -หาดใหญ่-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน และกรุงเทพ –อุบลราชธานี-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน


นอกจากนี้ นายวุฒิชาติยังระบุว่า การรถไฟฯ ประเมินว่า หลังจากมีการนำรถโดยสารรุ่นใหม่เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยเฉพาะในขบวนรถโดยสารชุดใหม่ประมาณปีละ 1.073 ล้านคน สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 500-700 ล้านบาท (0.13-0.25 ล้านบาทต่อขบวนต่อวัน) หรือเพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 15% จากปัจจุบันที่มีรายได้จากค่าโดยสารต่อปีประมาณ 3,300 ล้านบาท รวมถึงมีอัตราผู้โดยสารใช้บริการต่อจำนวนที่นั่ง (โหลด แฟคเตอร์) ไม่ต่ำกว่า 75 – 80% และหากนับเฉพาะรายได้จากการทยอยเปิดให้บริการใน 2 ขบวนแรก ช่วงปี 2559 ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2559 คาดว่าการรถไฟฯ จะมีรายได้เพิ่มในปีนี้ประมาณ 30 ล้านบาท


“การนำรถโดยสารรุ่นใหม่มาให้บริการจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การรถไฟฯ มีรายได้จากค่าโดยสารเพิ่มขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในแผนการปรับปรุงการให้บริการและสร้างรายได้แก่องค์กรตาม แผนการฟื้นฟูกิจการของการรถไฟฯ เมื่อผนวกเข้ากับแผนการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงพาณิชย์ของการรถไฟฯ การพัฒนาระบบรางเพื่อสนับสนุนด้านการขนส่งสินค้า รวมถึงการลดรายจ่ายภายในองค์กร จะทำให้การรถไฟฯ เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ในปี 2563” นายวุฒิชาติกล่าว


ทั้งนี้ รถไฟขบวนใหม่ทั้ง 8 ขบวน ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร โดยหากนำมาวิ่งรวมเข้ากับแผนการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมแล้วเสร็จ จะสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชั่วโมง











ที่มา: matichon
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -