- Advertisement -

ขยาดเลย!! คุกฟิลิปปินส์ "สลัมลูกกรง" สถานที่คุมขังสุดโหด นักโทษนอนกองกันยิ่งกว่าสัตว์ในโรงเชือด!! (ชมภาพ)


เว็บไซต์เดลี่เมล เผยสภาพความเป็นอยู่ภายใน เรือนจำเกซอนซิตี้ ในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศ คุกที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักโทษ 800 คน แต่ปัจจุบันต้องใช้คุมขังนักโทษกว่า 4,800 ชีวิต แออัดกว่าที่ออกแบบไว้ถึง 6 เท่า! ซึ่งใช้เป็นที่จองจำรวมถึงควบคุมตัวนักโทษที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ห้องขังเดียวที่ออกแบบมาสำหรับขัง 20 คน กลับกลายเป็นที่จองจำนักโทษ 160-200 ราย ความแออัดในพื้นที่แสนจำกัดเช่นนี้ ทำให้นักโทษต้องผลัดกันนอน ถ้าไม่หาอะไรมาปู ก็นอนกันบนพื้นเปล่าๆ บ้างก็เป็นขั้นบันได หรือไม่ก็ต้องหลับไปทั้งท่ายืนพิงผนังหรือนั่งยองๆ ด้วยซ้ำ


สืบเนื่องจากการดำเนินนโยบายกำจัดอาชญากรรม โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ของนายโรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ เพียงในระยะเวลาแค่ชั่วเดือนเดียว ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องการค้ายาถูกฆ่าตายไปนับร้อย และอีกจำนวนร่วมพันถูกจับ ถูกควบคุมตัวไปยังคุกที่ไหนสักแห่งของประเทศ และอาจต้องเผชิญชีวิตของการเป็นนักโทษสุดเลวร้ายไม่ต่างจากเหล่านักโทษที่ถูกจองจำอยู่ที่เรือนจำแห่งนี้



กิจกรรมประจำวันตั้งแต่การนอน กิน อาบน้ำ ออกกำลังกาย ซักเสื้อผ้า ไปจนถึงประกอบอาหาร เกิดขึ้นในพื้นที่ปิดอันคับแคบ น้ำดื่มที่มีไม่เพียงพอ อาหารปริมาณน้อย เต็มไปด้วยแมลงสาบหรือตะปูขึ้นสนิมอยู่ในข้าว อีกทั้งคุกยังไม่มีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี บรรยากาศอับทึบทำให้ผิวหนังเป็นผดผื่นตุ่มหนอง และทุกคนมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้ออย่างง่ายดายหากเกิดโรคระบาดขึ้น


ที่น่าสลดไปกว่านั้น คือนักโทษหลายคนต้องทนเผชิญสภาพเลวร้ายในคุก ทั้งที่ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังที่ เรย์มัน นารัก ซึ่งปัจจุบันพ้นจากคุกและเรียนจบเป็นดอกเตอร์แล้ว เผยว่า เขาเคยอยู่ในคุกนี้ถึง 7 ปี เพราะถูกใส่ความว่าฆ่าคนตาย ทั้งที่ตนเองไม่ได้ทำ มันเป็น 7 ปีที่เลวร้ายเหมือนได้เผชิญความตายอยู่ทุกขณะที่กำลังหายใจอยู่ ด้วยสภาพอัตคัตแออัดสุดขีดเช่นนี้ ทุกเดือนจึงมีนักโทษ 2-5 คนที่ป่วยตาย และมีอีกหลายรายที่ป่วยซึมเศร้า เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยทางจิตสูง


ดอกเตอร์นารัก พ้นโทษจากคุกแห่งนี้เมื่อปี 2545 และตัดสินใจที่ออกมาพูดถึงสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายใน คุกเกซอนซิตี้ ให้ผู้คนได้ทราบ ถึงจะเป็นสถานที่สำหรับลงโทษผู้กระทำความผิด แต่สภาพของคุกที่นี่ช่างอยู่ต่ำกว่าระดับมาตรฐานมากมายเหลือเกิน



ที่มา: Dailymail
Google Plus
- Advertisement -