- Advertisement -

พีคหนักมาก!! สารวัตรบุกจับร้านคาราโอเกะ ยัดข้อหาค้าประเวณี เจอเจ้าของร้านสายตรงหาผบ.ตร. แต่ยังไม่ยอมเชื่อ สุดท้ายโดนเด้ง!!


เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มีคำสั่งเลขที่ 170/2559 ลงวันที่ 15 ก.ค. เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฎิบัติราชการใจความว่า ด้วยมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และเพื่อให้การปฎิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฎิบัติราชการของผู้บัญชาการในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ 2) พ.ศ.2555 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการไปปฎิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 6 (1) และข้อ 8 (2) จึงให้ พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สารวัตร กองกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม และให้อยู่ในการควบคุม กำกับดูแลของผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2 ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 14 ก.ค. ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านคาราโอเกะ "นางฟ้า" ถนนพัทยาสาย 3 หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกับสั่งเครื่องชูกำลัง 1 ชวด ก่อนเข้าไปชวนคุยกับ น.ส.ชนิดา โชคเจริญ พนักงานเสิร์ฟ โดยบอกว่าหากรับว่าค้าประเวณีจะให้เงินจำนวน 2,000 บาท แต่ น.ส.ชนิดาปฏิเสธ พร้อมบอกว่าร้านนี้ไม่มีการค้าประเวณีแต่อย่างใด ชายคนดังกล่าวจึงเดินเข้าไปหา น.ส.ปราณี พลอยรัมน์ พนักงานเปิดแผ่น (ดีเจ) ซึ่งกำลังนั่งเล่นอยู่ภายในร้าน พร้อมทั้งยื่นเงินใส่มือ 2,000 บาท โดยไม่บอกว่าเป็นค่าอะไร

ทำให้ น.ส.ปราณี เกิดความเอะใจว่าต้องมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นจึงเดินไปหา น.ส.ชนิดา และพูดคุยกันว่าน่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้นแน่ และทันใดนั้น ก็มีชายฉกรรจ์อีก 4 คน บุกจู่โจมเข้ามาทราบต่อมาชื่อ พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สว.กก.1 บก.สส.ภาค 2 และ ร.ต.ท.จุตภูมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล พร้อมพวกเข้ามาประชิดตัว ซึ่ง ร.ต.ท.จตุภูมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเงินที่ น.ส.ปราณี กำไว้ในมือ พร้อมกับขู่บังคับให้อยู่ในอาการสงบ และบังคับให้โทรศัพท์หา น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล เจ้าของร้าน ให้เดินทางกลับมาที่ร้าน ก่อนที่ พ.ต.ท.นราวุธ จะแจ้งข้อหาว่าถูกจับในข้อหาค้ามนุษย์ และค้าประเวณี ซึ่ง น.ส.ปะระนิสาสอบถามถึงหลักฐานว่าเงินล่อซื้ออยู่ที่ไหนกับใคร กลุ่มตำรวจก็ได้ชี้ไปที่ตัว น.ส.ปราณีทันที

ต่อมา น.ส.ปะระนิสา โทรศัพท์ไปหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ว่าขณะนี้มีตำรวจใต้บังคับชาซึ่งไม่ทราบว่าอยู่หน่วยไหนกลั่นแกล้งจับกุม ทาง ผบ.ตร.จึงขอสายคุยกับตำรวจชุดจับกุม แต่ พ.ต.ท.นราวุธ ไม่ยอมคุยด้วย แต่พูดว่า "ถ้าเป็น ผบ.ตร.จริง ให้โทรศัพท์ไปหา พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี....!!" และยังหาว่า น.ส.ปะระนิสา เป็นบ้าพูดโทรศัพท์อยู่คนเดียว พล.ต.อ.จักรทิพย์ จึงบอก "ให้เปิดโฟนเพื่อให้ได้ยินเสียง..." แต่สุดท้ายแล้วสารวัตรสังกัด บก.สส.ภ.2 ก็ยังไม่เชื่อว่าเป็น ผบ.ตร. ทั้งๆ ที่ได้ยินเสียงจากปลายสายแล้ว พร้อมกับสั่งให้ลูกน้องใส่กุญแจมือผู้ต้องหาทั้งหมดเอาตัวไปที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา แต่ น.ส.ปะระนิสาไม่ยอม ทาง พ.ต.ท.นราวุธ จึงเงื้อมือทำท่าจะตบ น.ส.ปะระนิสา จึงรีบบอกว่าที่ร้านมีกล้องวงจรปิด พ.ต.ท.นราวุธ เลยไม่กล้าทำอะไร ก่อนที่จะควบคุมตัวทั้งหมดขึ้นรถปิกอัพ 4 ประตู ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน

ระหว่างที่กำลังจะขึ้นรถ มีตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า เรื่องนี้สามารถเคลียร์กันได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายข้อหาค้าประเวณีใช้เงินแค่ 2-3 หมื่นบาทก็จบแล้ว ระหว่างนั้นมีสายโทรเข้ามาที่มือถือของ น.ส.ปะระนิสา พร้อมกับแนะนำตัวว่าคือ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาดูแลเรื่องนี้ และขอให้เปิดโฟนพูดคุยกับหัวหน้าชุดจับกุม แต่ทางสารวัตรรายนี้กลับบอกว่า "ไม่ใช่เสียงของนายกู!!" ทาง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงวางสายไป ส่วนตำรวจที่ชื่อดาบหมูตะโกนขึ้นมาว่า "เดี๋ยวบอกว่าเป็นผู้การ... เดี๋ยวบอกว่าเป็น ผบ.ตร.โทรมา ถ้าเป็น ผบ.ตร.จะเอาชื่อลงบันทึกประจำวันด้วยว่า ผบ.ตร.ช่วยเหลือผู้กระทำผิด และจะเอา ผบ.ตร.ออกจากราชการด้วย...!!!"

ระหว่างนั้นมีสายโทรเข้าที่เครื่องมือถือของ พ.ต.ท.นราวุธ เจ้าตัวจึงรับสาย เลยทราบความจริงว่า คนที่โทรเข้าเครื่องของ น.ส.ปะระนิสานั้น เป็นผู้การฯชลบุรีตัวจริง จากนั้นจึงรีบสั่งให้ลูกน้องปล่อยตัวผู้ต้องหา พร้อมรีบไปขึ้นรถขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ น.ส.ปะระนิสา เห็นว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.พิทักษ์ เนินแสง สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยาดังกล่าว

น.ส.ปะระนิสา แจ้งความให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต สว.กก.1.บก.สส.ภาค 2 และ ร.ต.ท.จตุภุมิ ลิ้มศิริวัฒนกุล สังกัด กก1.บก.สส.ภาค 2 พร้อมพวกอีก 5 คน ในข้อหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งได้รายงานเหตุการณ์ไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จนมีการสั่งสอบข้อเท็จจริงแล้ว

โดย ช่วงเช้าวันเดียวกัน (16 ก.ค.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานรวมทั้งสิ้นไปแล้ว 5 ปาก และจะทำหนังสือไปถึงต้นสังกัด เพื่อให้เจ้าตัวมารับทราบข้อกล่าวหาภายในอาทิตย์หน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิด หรือ CCTV และรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ทราบความผิด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และให้ดูจากพยานหลักฐานเป็นหลัก ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตราการฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2551 จะได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้สำนักงาน ปปท. เพื่อดำเนินการต่อไป

ที่มา: Dailynews
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -