- Advertisement -

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร!! หม่อมหลวง วัย 77 ชีวิตตกอับ อาศัยในบ้านเก่าใกล้พังกับสามีพิการ


วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอเรื่องราวของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ซึ่งมีศักดินาเป็นถึงหม่อมหลวง และมีเชื้อพระวงศ์ในสายรัชกาลที่ 5 แต่ปัจจุบันชีวิตกลับผกผัน จนต้องมาอยู่ในบ้านเช่าเก่าซอมซ่อกับสามีที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และมีสุนัขพันธุ์พูเดิล ชื่อ แตงกวา กับ ทาโร่ ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา

โดยสุภาพสตรีท่านนี้ คือ หม่อมหลวงจีระจันทร์ เกษมศรี หรือคุณยายแต๋ว อายุ 77 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่กับ นายรื่น ประทุมมณี อายุ 76 ปี สามี หรือคุณตารื่น ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และต่อมลูกหมากโตเดินไม่ได้ ซึ่งทั้งคู่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าภายในซอยถนนปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เพื่อนบ้านให้อยู่ฟรี และภายในบ้านแทบไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ มีเพียงทีวี ตู้เย็นเก่าและเครื่องครัวเล็กน้อยเท่านั้น


หม่อมหลวงจีระจันทร์ หรือคุณยายแต๋ว เล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของตนเองว่า ตนเป็นลูกของ ม.ร.ว.จิราทิพย์ เกษมศรี และนางมลุลี เกษมศรี ณ อยุธยา มีพี่น้องด้วยกัน 8 คน สมัยเด็ก ๆ จำได้อาศัยอยู่ในซอยใจสมาน 2 ข้างซอยปรีดา ย่านนานาเหนือ นานาใต้ ก่อนย้ายมาซอยทองหล่อ จำได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เรียกท่านลุงว่า ท่านน้า

และชีวิตของตนมาถึงช่วงผกผันเมื่อครอบครัวต้องลี้ภัยทางการเมืองมาอยู่ที่บ้านคลองปอม ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปี 2500 ซึ่งตอนนั้นตนอายุได้ประมาณ 18 ปี และได้แต่งงานกับลูกท่านขุนคนหนึ่ง อยู่กินกันจนมีลูก 4 คน จากนั้นท่านพ่อท่านแม่ก็ย้ายไปอยู่อีกหลายแห่งในตำแหน่งแพทย์ตำบลในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ก่อนที่จะย้ายกลับขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯ ทั้งหมด ส่วนตนใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.สงขลา กับครอบครัว


หม่อมหลวงจีระจันทร์ เล่าต่อว่า ชีวิตของตนเริ่มผกผันมากขึ้น หลังจากที่ต้องแยกทางกับสามีคนแรก และเริ่มใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปก่อนที่จะมาได้สามีใหม่ คือ นายรื่น ประทุมมณี ซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างและขับรถรับจ้างขนส่งสินค้าที่ปาดังเบซาร์

หลังจากที่มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับนายรื่น ก็อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา มาถึงปัจจุบัน และชีวิตเริ่มลำบากหนักขึ้นเมื่อนายรื่นล้มป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ ครอบครัวจึงลำบากเรื่อยมา เพราะตนก็ไม่ได้มีอาชีพอะไร และตอนนี้ก็อาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 และเบี้ยคนพิการอีก 800 บาทในการประทังชีวิต และยังโชคดีที่ลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ คอยส่งเงินมาให้ใช้จ่ายบ้าง ส่วนลูกอีก 3 คนของตนนั้น เสียชีวิตไปหมดแล้ว


หม่อมหลวงจีระจันทร์ ยังเล่าอีกว่า ตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ช่วงนั้นเป็นการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมาก ไปไหนมาไหนมีรถรับ-ส่ง และได้เรียนหนังสือ ต่างกับปัจจุบันที่แทบจะนอนกลางดินกินกลางทราย แต่ตนก็ทำใจยอมรับกับชะตาชีวิตที่เป็นอยู่ และหลังจากที่ท่านพ่อเสียชีวิตก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกับญาติพี่น้องที่กรุงเทพฯ อีกเลย และมีเพียงหลานสาวคนเดียวที่อยู่หาดใหญ่ ซึ่งยังพอติดต่อกันได้บ้าง แต่ตนก็ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากญาติพี่น้อง

ส่วนคำนำหน้าว่า "หม่อมหลวง" ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงแต่เมื่อไปติดต่อราชการหรือธนาคารก็มีคนสอบถามว่าเป็นหม่อมจริงหรือเปล่า เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าหม่อมหลวงจะมาอยู่ในสภาพแบบนี้ และในบั้นปลายของชีวิต ตนก็ไม่อยากกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกแล้ว แม้จะมีน้องสาวอีก 2 คน แต่ก็ขาดการติดต่อกันมานาน ไม่รู้จะไปเริ่มต้นยังไง

หม่อมหลวงจีระจันทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอแค่ให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ก็พอ และไม่ปฏิเสธหากหน่วยงานใดหรือผู้ใจบุญอยากจะช่วยเหลือ

ขณะที่คุณตารื่น บอกว่า ช่วงที่อยู่กินกับหม่อมหลวงจีระจันทร์ ก็ไม่รู้ว่าเป็นหม่อมหลวงมาก่อน จนมาเห็นจากบัตรประชาชน

ทั้งนี้ ผู้ที่อยากให้ความช่วยเหลือติดต่อหม่อมหลวงจีระจันทร์ สามารถติดต่อไปได้ที่หมายเลข 097-034-9778 หรือ 074-460650 หรือทางบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะเดา (สงขลา) หมายเลขบัญชี 973-211138-3 ชื่อบัญชี หม่อมหลวงจีระจันทร์ เกษมศรี

ที่มา: Kapook , เรื่องเล่าเช้านี้
Google Plus
- Advertisement -