- Advertisement -

สาวโวย!! โรงพยาบาลชุ่ย ไม่ยอมทำคลอดให้ ปล่อยให้นอนเจ็บท้องทรมานอยู่ 2 วัน จนลูกตาย!!


จากกรณี น.ส.นภัสสร เพอรัตน์ อายุ 20 ปี อยู่หมู่10 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนมีอาการปวดท้องและใกล้คลอด จึงเดินทางไปที่ร.พ.แห่งหนึ่งใน อ.มะนัง เพราะอยู่ใกล้บ้าน โดยไปถึงเวลาประมาณ 03.00 น. และเริ่มมีอาการในตอนเช้า กระทั่งตอนกลางวันพยาบาลซึ่งทำหน้าที่แทนแพทย์เวรได้ตรวจวินิจฉัยพบว่าปาก มดลูกยังไม่เปิด จึงให้ตนนอนรออยู่ในห้องคลอด

จนรุ่งเช้าของวันที่ 13 ก.ค. พยาบาลได้เข้ามาตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดขึ้น 2 ซ.ม. แต่ยังหนาอยู่ ซึ่งตนเจ็บท้องและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนั้นก็ไม่มีแพทย์เวรหรือแพทย์ผู้ชำนาญการในด้านการทำคลอดมาพบเลย มีแต่พยาบาลที่คอยแจ้งอาการเท่านั้น

"ซึ่งตนปวดท้องตลอดเวลา และมีอาการอาเจียนในตอนเที่ยง พยาบาลเอาปัสสาวะและเลือดไปตรวจ ก่อนจะมาแจ้งว่ากระเพาะปัสสาวะติดเชื้อสูงมากและฉีดยาให้ 1 เข็ม จนถึงเวลา 02.00 น. ตนปวดท้องและพบว่ามีน้ำคร่ำไหลออกมามาก พยาบาลก็บอกว่าปากมดลูกเปิดแค่ 2 ซ.ม. ยังคลอดไม่ได้ และปล่อยให้ตนนอนทรมานอยู่แบบนั้นทั้งคืน กระทั่งเช้าวันที่ 14 ก.ค.แม่ของตนจึงตัดสินใจไปแจ้งแพทย์ขอให้ส่งตัวตนไปโรงพยาบาลที่มีแพทย์คอยดูแลมากกว่านี้ แต่กลับได้รับการนิ่งเฉย"

น.ส.นภัสสรกล่าว ต่อว่า จากนั้นอาการปวดและการดิ้นของลูกเริ่มลดลง แม่ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปขอคำแนะนำจากแพทย์ ที่ร.พ.ละงู ซึ่งแพทย์บอกว่าให้ร.พ.ดังกล่าวส่งตัวมา แม่ตนจึงกลับมาแจ้งที่ร.พ.ซึ่งพยาบาลบอกว่าวันที่ 15 ก.ค. จึงจะส่งตัวตนไปได้ จนเวลาประมาณ 02.15 น.ของวันที่ 14 ก.ค. ตนมีอาการหนาวสั่นเป็นไข้ความดันโลหิตจากการวัด 180 แพทย์และพยาบาลจึงเข้ามาตรวจ พร้อมนำเครื่องออกซิเจนมาให้ แต่ไม่นานออกซิเจนก็หมด และก็ไม่มีใครนำมาเปลี่ยนให้

จนรุ่งเช้าวันที่ 15 ก.ค. แม่ตนจึงพาตนไปร.พ.ละงูด้วยตนเอง เมื่อมาถึงร.พ.ละงู ตนก็ได้รับการผ่าตัดทำคลอด ซึ่งแพทย์แจ้งว่าเด็กสำลักน้ำคร่ำและหัวใจเต้นน้อย กระทั่งลูกของตนเสียชีวิตดังกล่าว ตนจึงมาขอความเป็นธรรม เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครอีก

ต่อมา น.พ.จรัสพงษ์ สุขกรี สาธารณสุขจังหวัดสตูล เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการ 5 คนขึ้นตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นกรณีพิเศษ โดยให้นายสุพล เจริญวิกกรัย แพทย์ร.พ.ควนโดน เป็นประธาน ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินารีเวช ให้ทราบผลเร็วที่สุดในเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งพร้อมจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

โดยการตรวจสอบจะพิจารณาดูถึงในเรื่องการทำหน้าที่ของทีมแพทย์และพยาบาล รวมทั้งในส่วนของผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการเยียวยาเรื่องนี้อยู่แล้ว ตามหลักโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตร 41 ในการรับเรื่องร้องทุกข์ความ เสียหาย สถานบริการด้านสุขภาพของรัฐ ซึ่งมีระบบมาตรฐานเชิงคุณภาพในการตรวจสอบ เก็บข้อมูลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ส่วนการเยียวยาตามหลักมาตรฐานของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) จะเข้าไปดำเนินการควบคู่ด้วยเช่นกัน

"ขณะนี้ยังไม่สามารถ ระบุได้ว่าข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร ต้องรอคณะกรรมการสรุปอีกครั้ง ซึ่งยอมรับว่าก็เสียใจด้วยกัน ทั้ง 2 ฝ่าย สำหรับร.พ.ดังกล่าว เป็นร.พ.ที่จัดอยู่ในเขตกันดาร เพิ่งเปิดให้บริการประชาชนได้เพียง 2 ปี เป็นร.พ.ขนาดเล็ก มี 10 เตียง มีแพทย์ 3 คน ต่อประชากร 18,000 คน ซึ่งแพทย์และพยาบาลส่วนใหญ่เป็นแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ เพิ่งจบใหม่ ต้องมีพี่เลี้ยงคอยประกบดูแลให้คำแนะ" น.พ.จรัสพงษ์กล่าว

ที่มา: Khaosod
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -