- Advertisement -

ตำรวจยังงง?! โจรหนุ่มกลับใจ จู่ๆ เดินเข้ามาให้ตำรวจจับ หลังงัดรถขโมยของหนีไปแล้ว!!


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 8 มิ.ย. นายมานพ ประทุมกุล อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 10 ต.กุดธาตุ อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น สังเกตเห็นความผิดปกติของรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บบ 5534 ขอนแก่น ที่จอดไว้ริมถนนหน้าหอพักนุจรีเพลส ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพราะเห็นกระจกแค็บฝั่งซ้ายเปิดอ้าทิ้งไว้

เจ้าตัวถึงกับตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นว่ากระจกถูกงัดเปิดออก ชะโงกหน้าเข้าไปมอง ก็มองไม่เห็นกระเป๋าเป้สีน้ำเงิน ซึ่งภายในใส่ทรัพย์สินไว้หลายรายการ มีเงินสด 4,000 บาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อ ASUS 1 เครื่อง คู่มือรถยนต์ 1 เล่ม และจอยไว้สำหรับเล่นเกมส์ 1 อัน คาดว่าคนร้ายคงขโมยไปแล้ว

เปิดประตูเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายใน ก็พบว่ามีเพียงกระเป๋าเป้ที่หายไป จึงรีบโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ ต่อมาพ.ต.ต.วิษณุ แสนคำ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น จึงเดินทางมาตรวจสอบหลังได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย พร้อมกับฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง

นายมานพให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวมาจอดไว้ที่หน้าหอพัก โดยทิ้งกระเป๋าเป้เอาไว้ในรถ เพราะคิดว่าคงไม่หายไปไหน จากนั้นก็ล็อกประตูรถแล้วขึ้นห้องไปพักผ่อน กระทั่งเช้าลงมาก็พบว่าคนร้ายทุบกระจกเอาทรัพย์สินของตนไปแล้ว


แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ได้มีนาย สิรภัทร สุขอึ่ง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.11 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี เดินถือกระเป๋เป้สีน้ำเงิน เข้ามาหานายมานพพร้อมกับรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุงัดกระจกรถเอากระเป๋าเป้ไปเอง

ทั้งเจ้าของทรัพย์สินและตำรวจต่างตะลึงไปตามๆ กัน เพราะยังไม่ทันที่จะได้แสดงฝีมือ คนร้ายก็เดินกลับมาให้จับกุมซะยังงั้น ตามตัวบทกฎหมาย ถึงแม้คนร้ายจะนำทรัพย์สินมาคืน แต่ก็ถือว่าได้กระทำความผิดสำเร็จไปแล้ว แถมยังทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายอีกด้วย จึงคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองขอนแก่น

จากการสอบสวนนายสิรภัทรให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ขณะเดินเตร็ดเตร่อยู่ จนผ่านมาถึงหน้าหอพักดังกล่าว ก็สังเกตเห็นรถกระบะจอดอยู่ที่ลานจอด โดยพบว่าบริเวณกระจกแค็บฝั่งซ้ายเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย จึงตัดสินใจเดินเข้าไปใช้มือดึงขึ้นจนกระจกหลุดออกมา ก็เห็นว่ามีกระเป๋าเป้วางอยู่ คาดว่าน่าจะมีทรัพย์สินอยู่ภายใน จึงรีบเอื้อมไปหยิบแล้วเดินหนีออกมาอย่างรวดเร็ว


นายสิรภัทรให้การต่อว่า หลังจากได้กระเป๋ามา ตนจึงรีบเปิดออกดูก็พบว่าภายในมีเงินสด 4,000 บาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการ หลังจากนั้นจึงนำเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าไปซื้อข้าวกินเพื่อประทังชีวิต เพราะตนตกงานและไม่มีเงินใช้

"ผมเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี หลังจากนั้นก็มาทำงานที่ จ.ขอนแก่น กับบริษัทประกันภัยชื่อดัง มีหน้าที่ขายประกันทุกชนิด แต่ระยะหลังเศรษฐกิจเริ่มซบเซา ทำให้ผมขายประกันไม่ได้ จึงต้องตกงานไปตามระเบียบ หลังว่างงานมาถึง 2 เดือน เงินทองที่สะสมไว้ ก็นำมาใช้จ่ายจนเงินหมดไม่มีแม้แต่จะซื้อข้าวกิน แถมยังหางานใหม่ทำไม่ได้ จึงไม่รู้จะทำอย่างไร เลยตัดสินใจก่อเหตุเพียงเพื่อต้องการเงินมากินข้าวและใช้จ่ายในช่วงระหว่างการหางานทำเท่านั้น" นายสิรภัทรให้การ

นายสิรภัทรให้การต่ออีกว่า แต่หลังก่อเหตุไปไม่กี่ชั่วโมง ก็เริ่มสำนึกผิด จึงเดินกลับมาที่หอพักดังกล่าวเพื่อนำทรัพย์สินมาคืนเจ้าของ แต่ไม่รู้ว่ามีตำรวจยืนอยู่ด้วย เพราะเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ จึงถูกจับกุมดังกล่าว ตนก็ต้องขอโทษผู้เสียหายด้วยที่ทำลงเพราะอยากได้เงินมาซื้อข้าวกินเท่านั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น, พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผกก.(สส.), พ.ต.ต.ชาติชาย ทิมินกุล สว.สส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายสิรภัทร อย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ที่มา: Khaosod
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -