- Advertisement -

โดนหลอกกันทั้งประเทศ?! "ปลาดอลลี่" แท้จริงแล้วคือ…….!!


ไขข้อสงสัย ปลาดอลลี่ ที่แท้เป็น ปลาสวาย จริงหรือ ?

ปัจจุบันได้มีกระแสหลายกลุ่มตั้งคำถามว่า เนื้อปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ ที่มีสีขาวน่าทานนั้น ก็ไม่ต่างอะไรจากเนื้อปลาสวายบ้านเราเลย พอกระแสนี่ถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาหลายคนรู้สึกไม่อยากกินเนื้อปลาแพนกาเซียสดอรร์รี่ขึ้นมาทันที ความจริงแล้วมันเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ มาไขความกระจ่างกันดีกว่า

โดยแบ่งสายพันธ์ปลาที่ถูกพาดพิงออกเป็น 2 สายพันธุ์หลักๆได้แก่

1. สายพันธุ์ปลาดอรี่ อาศัยอยู่ในทะเลลึกของมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้มีราคาแพง มีลักษณะเป็นปลาตัวกลมๆ เนื้อปลามีสีขาว รสชาติอร่อย และถูกนำเข้ามาในไทยนานแล้ว

2. สายพันธุ์ปลาในกลุ่มแพนกาเซียสหรือปลาสวาย ปลายที่อยู่ในตระกูลนี้ได้แก่ ปลาเทโพ ปลาบึก ปลาคัง และปลาแพนกาเซียส ซึ่งปลาแพนกาเซียสจะมีรสชาติคล้ายปลาดอร์รี่ แต่ราคาถูกกว่า ซึ่งจะเรียกมันว่า ปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ก็ยาวไป จึงเรียกย่อๆว่า ปลาดอร์รี่ และเรียกกันอย่างติดปาก

ประเทศไทยนำเข้ากลุ่มปลาแพนกาเซียสดอร์รีมาจากเวียดนาม แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ ได้แก่ TRA และ BASA ทำให้สับสนในการเรียกชื่อปลา จึงมีการตกลงให้ใช้ชื่อสากลตรงกันว่า “แพนกาเซียสดอร์รี่” แต่เรียกชื่อท้องถิ่นคือ “ปลาสวาย” นั่นเอง

แม้ปลาแพนกาเซียสดอร์รี่จากเวียดนามกับปลาสวายไทยจะเป็นปลาชนิดเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันตรงวิธีการเลี้ยง สภาพแวดล้อม อาหารที่ให้ ทำให้เนื้อปลามีคุณภาพต่างกันมาก
คุณค่าทางโภชนาการ

แพนกาเซียสดอร์รี่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีกรดอะมิโน ไขมันโอเมก้า 3 วิตามินบี2 วิตามินดี แคลเซียส ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี ไอโอดีน และแมกนีเซียม แต่ไม่ว่าจะปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ หรือปลาสวาย ก็สามารถบริโภคและได้คุณค่าทางสารอาหารทั้งนั้น จะต่างก็แค่รสชาติความอร่อย เนื้อสัมผัสเวลาทานเท่านั้น

ที่มา: Thaijobsgov
Google Plus
- Advertisement -