- Advertisement -

ไม่น่าเชื่อ!! แค่นอนกรนก็ตายได้....ระวังหยุดหายใจเพราะแค่นอนกรน!!


“ครอกฟี้ ครอกฟี้” คุณคุ้นเคยกับเสียงนี้หรือเปล่าถ้าคุ้นเคย เสียงนี้มาจากคนข้างคุณใช่ไหม หรืออาจจะมาจากตัวคุณเองเสียงกรนมีหลายระดับกรนเบาๆอาจจะดูน่ารักดีแต่กรนดังๆนี่สิ นอกจากคนข้างๆจะนอนไม่หลับ (ไม่ได้นอน) แล้วอาจลงท้ายด้วยการแยกห้องนอนกันเลยก็ได้ถ้าคุณสะกิดคนข้างๆให้นอนตะแคงแล้ว ยังไม่หายกรนเห็นทีคุณต้องหาที่ปรึกษาแล้ว เพราะนี่คือปัญหาระดับครอบครัวเชียวนะ

คนโบราณบอกว่าคนนอนกรนคือ คนปอดใหญ่หลับลึกแต่ทำไมปัจจุบันจึงกลายเป็นปัญหาขึ้นมา…
นั่นก็เพราะว่าคุณอาจจะไหลตายได้น่ะสิ นับตั้งแต่มีข่าวเรื่องไหลตายออกมาผู้เขียนก็จำไม่ได้ว่าเมื่อไร
ก็มีการหาสาเหตุการเกิดโรคกันทั้งเรื่องโรคหัวใจโรคสมองซึ่งหนึ่งสาเหตุนั้นก็ คือ โรคของการกรนที่มีการหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง

อันตรายจากการหยุดหายใจขณะหลับคือการขาดอากาศหายใจนั่นเองมีผลทำให้การทำงานของสมองลดลง การคิด การสื่อสาร การเรียนรู้ด้อยลง ก่อให้เกิดความดันสูง และโรคหัวใจตามมา
อาการนอนกรนในผู้ใหญ่มักเกิดในคนที่อ้วน ผนังคอหนา เยื่อในช่องคอหย่อนตัวขณะหลับ (ในที่นี้ขออนุญาตเขียนเฉพาะปัญหานอนกรนในผู้ใหญ่ก่อน)โดยเกิดในเพศชายประมาณ 20 % ของคนปกติ และเพศหญิงประมาณ 5% ของคนปกติ ซึ่งถึงแม้ว่าอาการนอนกรนเกิดน้อยกว่าในผู้หญิง แต่มักจะเกิดปัญหาครอบครัวมากกว่า ครอบครัวที่ผู้ชายเป็นฝ่ายนอนกรน

เสียงกรนเกิดจากการที่อากาศเคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบเริ่มตั้งแต่จมูกเช่นเยื่อบุจมูกบวมจากภูมิแพ้ผนังกั้นจมูกคดเนื้องอกในจมูกหลังโพรงจมูกบวม อักเสบ ทอนซิลโต เพดานอ่อนหย่อน ลิ้นไก่ยาวเกินไป โคนลิ้นหนา จากอ้วน คอสั้น คางสั้นซึ่งถ้าอากาศเคลื่อนผ่านทางเดินหายใจได้น้อยมาก หรือไม่สามารถเคลื่อนผ่านทางเดินหายใจได้เลย จะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
นอกจากสาเหตุดังกล่าวภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังเกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง) ลืมสั่งให้หายใจได้อีกด้วย

คุณEpworth ได้คิดค้นการคัดกรองมาตรฐานซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเอง (ESS: Epworth Sleepiness Scale) โดยประเมินคะแนนดังนี้
0 = ไม่เคยง่วง 1 = ง่วงเล็กน้อย 2 = ง่วงปานกลาง 3 = ง่วงมาก
ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
1. ขณะนั่งอ่านหนังสือ
2. ขณะดูโทรทัศน์
3. ขณะนั่งประชุมหรือดูภาพยนตร์
4. งีบหลับยามบ่าย
5. นั่งในที่เงียบยามบ่ายที่ไม่ได้ดื่มเหล้า
6. ขณะนั่งรถนาน 2-3 ชั่วโมง
7. ขณะรถติดไฟแดง
8. ขณะนั่งคุยกับเพื่อน

ซึ่งในคนปกติควรได้คะแนนน้อยกว่า 8 ถ้ามากกว่านี้ก็เข้าข่ายว่า คุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
นอกจากนี้รอบคอที่เกินกว่า 15 นิ้วในผู้หญิง และ 17 นิ้วในผู้ชายดัชนีมวลกาย [น้ำหนักเป็นกิโลกรัม/ ความสูงเป็นเมตร2]≥ 30 ก็เสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วย
การประเมินโดยเครื่องทดสอบการนอนหลับ (Polysomnography) จะตรวจได้ละเอียดกว่า คือ ตรวจได้ตั้งแต่ การนอนกรนโดยไม่มีภาวะการหยุดหายใจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเล็กน้อย ปานกลาง รุนแรง หรือแม้แต่ ภาวะการหยุดหายใจที่เกิดจากสมองลืมสั่งการ
การรักษา เริ่มตั้งแต่

1) ถ้าคุณดื่ม คาเฟอีน ได้แก่ ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ ให้หลีกเลี่ยง อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน โดยดื่มน้ำเปล่าหรือกาแฟไร้คาเฟอีนแทน
2) ถ้าคุณสูบบุหรี่ คุณควรเลิก เพราะนอกจากบุหรี่จะทำให้เยื่อบุจมูกบวมแล้ว ยังเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งของระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูกไปถึงปอด
3) หลีกเลี่ยงยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาลดน้ำมูก และยาแก้แพ้
4) ลดความอ้วนซึ่งก็หมายถึง รอบคอ รอบเอว และดัชนีมวลกายจะลดลงไปด้วย

ถ้าทำทั้งหมดนี้แล้ว ยังไม่หายนอนกรน หยุดหายใจ คุณควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกการรักษา
– ด้วยยา (Non Sedative Antihistamine, Nasal steroid)
– ด้วยการผ่าตัด (Radifrequency, laser pillar, UPPP, MMA)
– ด้วยการใส่เครื่องมือทางทันตกรรม (Dental appliance)
– หรือเปิดทางเดินหายใจด้วยเครื่อง CPAP ( Continuous Positive Airway Pressure )
– ทั้งนี้จะใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือร่วมกันหลายวิธี ก็ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยเป็นรายๆไป
สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณ หรือคนข้าง ๆ คุณเป็นผู้นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ และอ้วน คือ ดัชนีมวลกาย ≥30 นี่เป็นโอกาสทอง เพียงแต่คุณรับประทานแต่น้อย ออกกำลังกายให้มาก เสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะหายไปจากครอบครัวคุณ คุณจะได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมา อีกทั้งยังห่างไกล โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันสูงอีกด้วย

ที่มา: โรงพระยาบาลเจ้าพระยา
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -