- Advertisement -

สลดใจ!! นักเรียนหญิง ม. 3 ทะเลาะกับเพื่อน วอนแม่ไปช่วยเคลียร์ สุดท้ายผูกคอตายคาขื่อบ้าน


เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2559 ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ทุ่งสง จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ทุ่งใหญ่ และมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ทุ่งใหญ่

ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ญ.เจี๊ยบ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งของ อ.ทุ่งใหญ่ ใส่เสื้อยืดคอวีสีเขียว นุ่งกางเกงขาสั้นลายสกอต ที่บริเวณลำคอมีบาดแผลจากการถูกเชือกรัดจนเขียวช้ำ ทางญาติได้ช่วยกันตัดเชือกไนลอนสีขาวที่ใช้ผูกคอกับขื่อไม้ภายในห้องนอน นำศพลงมาวางไว้บนที่นอน

เบื้องต้นสอบสวนแม่ของผู้ตาย ทราบว่า เมื่อวันศุกร์ (24 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ระหว่างนั่งทานข้าว ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าได้มีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนผู้หญิงร่วมชั้นเรียนด้วยกันมาหลายวันแล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร และขอร้องตนให้ช่วยไปเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นให้หน่อย ซึ่งต่อมาวันเสาร์ ตอนสายๆ จึงบอกกับลูกสาวไปว่าเดี๋ยวจะให้ป้าไปเคลียร์ให้แทน โดยนัดเจอกับคู่กรณีในตลาดเทศบาล โดยนัดญาติๆ ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน โดยมีเด็กนักเรียนคู่กรณีทั้งสองคนไปรับฟังด้วย แต่การเจรจาไม่เป็นผล เนื่องจากเพื่อนๆ ของคู่กรณีไม่ยอมตกลง ต่างฝ่ายจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ทำให้ ด.ญ.เจี๊ยบ เกิดความรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก

กระทั่งเช้าก่อนเกิดเหตุ ด.ญ.เจี๊ยบ ได้ตื่นมาช่วยตนเก็บน้ำยางพารา ก่อนจะกลับขึ้นไปนอนในห้องนอนบนชั้นสองของบ้าน กระทั่งเที่ยงจึงลงมากินข้าว แล้วก็ขึ้นไปนอนต่อ โดยปิดประตูล็อกกลอนเอาไว้ จนบ่ายสองโมงตนเดินขึ้นไปตามแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจนผิดสังเกต จึงลงมาตามญาติให้ช่วยปีนหน้าต่างบ้านเข้าไปในห้อง ก็พบว่า ด.ญ.เจี๊ยบ ได้ผูกคอกับขื่อไม้ภายในห้องนอนจนเสียชีวิตไปแล้ว จากนั้นจึงได้ช่วยกันพังประตูห้องนอนเข้าไปช่วยกันแก้มัดเชือกที่ผูกคอ นำศพลงมาวางกับที่นอน ก่อนจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อมาตรวจสอบอย่างละเอียด

ต่อมาหลังจากที่ ผู้เป็นพ่อทราบข่าวว่าลูกสาวผูกคอตายถึงกับช็อกหมดสติไปอีกคน ทางญาติได้ช่วยกันปฐมพยาบาลแล้วในเบื้องต้นก็ยังไม่รู้สึกตัว จึงได้ช่วยกันนำส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ เป็นการด่วน หลังชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ทางญาติไม่มีใครติดใจสาเหตุการตายในครั้งนี้ จึงได้มอบศพให้รับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และจะได้เรียกคู่กรณีมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา: Thairath
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -