- Advertisement -

เมื่อชายคนนี้ตายลง พินัยกรรมที่เขียนไม่มีชื่อเธอซึ่งเป็นเมียใหม่ แต่มอบสิ่งนี้ให้ เธอเห็นถึงกับทรุดตัวลงร้องไห้!?


หลี่เหมยทำงานในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีช่วงหนึ่งมักเจอกับชายวัยกลางคน อายุ50 ปี เขาเตรียมจะซื้อชุดลำโพงที่มีคุณภาพเสียงดี 1 ชุด หลี่เหมยจึงช่วยอธิบายคุณภาพและโทนเสียงลำโพงให้เขา ชายผู้นี้รู้สึกประหลาดใจที่หลี่เหมยเข้าใจเพลงอย่างลึกซึ้ง และยังเปิดเพลงโปรดของเขาอีกด้วย

เพราะพวกเขามีความสนใจและสิ่งที่ชอบเหมือนๆกัน เลยมีเรื่องให้พูดคุยได้ตลอด และกลายเป็นความสนิทสนมขึ้นมา หลี่เหมย 30 ปี หน้าตาสวย ดูสะอาดสะอ้าน และมีนิสัยอ่อนโยน ในขณะที่ชายวัยกลางคนผู้นี้ ทุกคนเรียกเขาว่า เหล่าหวัง หลังจากที่เขาหย่ากับภรรยาเพราะภรรยาของเขามีชู้และออกนอกประเทศไปกับชู้แล้ว เหล่าหวังก็เริ่มป่วย ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่เป็นเวลานานถึงจะกลับมาแข็งแรง ตอนนี้เขาลาออกจากงานของเขาและพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เวลาว่างก็ฟังเพลงทำใจให้สบาย พอหลี่เหมยได้ฟังเรื่องราวของเหล่าหวังก็รู้สึกสงสารชายที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาจับใจ.....

พวกเขามักจะออกไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ มีอยู่วันหนึ่งเหล่าหวังชวนหลี่เหมยไปเต้นรำด้วยกัน พอจบเพลง เหล่าหวังก็สารภาพความในใจกับหลี่เหมย ทั้ง 2 ตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน หลังจากหลี่เหมยและเหล่าหวังจดทะเบียนแต่งงานกัน ก็ไปฟังเพลง ร้องเพลง เต้นรำ ทำกับข้าวด้วยกัน  ชีวิตมีความสุขมาก แต่ 3 ปีต่อมา โรคของเหล่าหวังกำเริบ หลี่เหมยก็ดูแลเขาอย่างดีจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตเขา หลี่เหมยยังไม่หายจากอาการเสียใจ ก็รู้ว่าเหล่าหวังได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้ว่า หลังจากเขาตาย ให้บ้านและเงินฝาก 200,000 แก่ลูกสาวของเขา แต่ในพินัยกรรมกลับไม่ได้พูดถึงชื่อของหลี่เหม่ยเลย  ทำให้เหม่ยหลี่เกือบจะเป็นลม ....

หลี่เหมยแบกกระเป๋ากลับไปบ้านพ่อแม่ พ่อถือสมุดสะสมแสตมป์มาให้หลี่เหมย บอกว่า 1 ปีก่อนเหล่าหวังเอามาให้ และบอกให้มอบให้กับหลี่เหมยหลังจากที่เขาตายแล้ว พ่อเปิดสมุดสะสมแสตมป์ออกมา ชี้ไปที่แสตมป์ชุดหนึ่งแล้วบอกหลี่เหมยว่า อันนี้มีมูลค่ากว่า  1 ล้าน หลี่เหมยร้องไห้ออกมา ในที่สุดเธอก็เข้าใจความตั้งใจของเหล่าหวัง เหล่าหวังไม่อยากให้หลังจากที่เขาตายไปแล้ว หลี่เหมยจะถูกตำหนิจากญาติของเขา และเขาก็ทนไม่ได้ที่จะให้ลูกสาวของเขาเสียใจ และยังต้องการรักษาชื่อเสียงของหลี่เหมย

หลี่เหมยเข้าใจแล้วว่าเธออยู่ในหัวใจของเหล่าหวังเสมอ ก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา!

ความจริงเป็นอย่างนี้นี่เอง ช่างซาบซึ้งจริงๆ!

ที่มา: Liekr
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -