- Advertisement -

ฟังกันบ้าง!! แม่ค้าวัดโสธรฯ ขอความเห็นใจแก๊งโบกรถ โดยอ้างเหตุผลแบบนี้


เมื่อวันที่ 5 พ.ค.59 เวลา 08.30 น. มีรายงานว่า กลุ่มผู้มีอาชีพเรียกโบกรถด้านหน้าวัดโสธรต่างพากันจับกลุ่มโอดครวญร้องระงมถึงความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า หลังจากทางจังหวัดและหน่วยราชการได้ใช้มาตรการเข้มงวด กวดขันจับกุมไม่ให้มีการเรียกโบกรถอีกต่อไป โดยเฉพาะทางฝ่ายตำรวจและทหาร ที่ออกกวาดล้างจับกุมผู้มีอาชีพโบกรถหน้าวัดโสธรวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา อย่างหนัก จนไม่สามารถประกอบอาชีพทำกินได้

โดยนางบุญช่วย ประสานสุข อายุ 63 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่เลขที่ 40 ม.5 ต.ศรีมหาโพธิ์ ต.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมาอยู่อาศัยที่บ้านของสามีที่เสียชีวิตไปแล้วในบริเวณใกล้วัด และมีอาชีพเรียกโบกรถบริเวณด้านฝั่งตรงข้ามพระอุโบสถหลังใหม่ ด้านหน้าวัดโสธร เพื่อรับส่วนแบ่งรายได้จากแม่ค้า ร้านขายดอกไม้ธูปเทียน และพวงมาลัย กล่าวว่า ตนได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของคนเพียงคนเดียวอย่างหนัก จนทำกินไม่ได้ และไม่มีอะไรจะกินกันอยู่แล้ว หลังถูกทางเจ้าหน้าที่ไล่จับกุม ไม่ให้เรียกโบกรถ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: เตือนภัย!! ไปวัดหลวงพ่อโสธรฯ เจอคนมาโบกรถอย่าจอด มิฉะนั้นจะปวดใจไปจนวันตาย!!)

ทำไมทางเจ้าหน้าที่จึงไม่ไปตามเอาตัวคนที่โพสต์เฟซบุ๊ก ให้มามีชี้ตัวเลยว่าคนที่ขายดอกไม้ธูปเทียนเครื่องไหว้บูชาหลวงพ่อโสธรคนไหน หรือร้านไหนที่ขายแพงจนถึงชุดละ 340 บาท รวม 2 ชุด 680 บาท ให้เขาชี้เลยว่าเป็นร้านไหนที่ทำแบบนั้น แล้วให้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวไปดำเนินคดีเลย หรือให้เขาเลิกขายไปเลย เพราะทำแบบนี้ชาวบ้านคนที่ค้าขายรายอื่นๆ อีกนับร้อยชีวิต ที่ต้องมาเดือดร้อนกันทั้งหมด จากการกระทำของคนๆ เดียว จึงอยากให้เขาไปพาคนที่ลงในเฟซบุ๊กมาว่า ถูกบังคับขายพวงมาลัยดอกไม้เกินราคานั้นเป็นร้านไหน เพื่อให้เกิดความชัดเจน และดำเนินการไปตามกฎหมาย แค่เพียงรายเดียวไม่ใช่จะมาเหมารวมกันไปทั้งหมดแบบนี้


สำหรับร้านค้าดอกไม้ที่ตนเรียกโบกรถจอด และพาไปซื้อนั้น ขายเครื่องบูชาชุดใหญ่ ซึ่งมีทองจำนวน 15 แผ่น ปิดพระในโบสถ์ชั่วคราวหลังเก่าได้ครบทุกองค์ พร้อมมาลัย 1 พวง และดอกบัวอีก 1 ดอกนั้น ขายเพียงชุดละ 50 บาทเท่านั้น ส่วนชุดเล็กขายราคา 30 บาทมีทอง 5 แผ่น ดอกบัว 1 ดอก ส่วนมาลัยไหว้ขอพรหลวงพ่อจะขายเพียงพวงละ 20 บาท และขายราคาตามป้ายเท่านั้น

ขณะที่ปัจจุบันราคาทองคำเปลวนั้นตกแผ่นละ 3 บาทแล้ว เรียกขายดอกไม้ไปแบ่งรายได้จากร้านค้าเขากินไป ก็แค่ได้กินไปวันๆ เท่านั้น เพราะตนแก่จนป่านนี้แล้ว จะให้ไปทำงานที่ไหนก็คงไม่ได้ และก็คงจะไม่มีใครเขารับเข้าไปทำงาน หรือโรงงานที่ไหนเขาจะรับคนแก่ไปทำงานบ้าง ขณะนี้ตนจึงเดือดร้อนอย่างมาก เพราะไม่มีจะกิน จากที่เคยหากินได้ไปวันๆ วันนี้ทำกินไม่ได้แล้ว แล้วจะให้ไปกินอะไร

"เขาแค่ลงเฟซบุ๊ก แต่เขาฆ่าคนไปเป็นร้อย" ทำให้คนแต่ละคนแต่ละครอบครัวเดือดร้อนไม่มีกิน ไม่มีรายได้เพราะไม่มีงานทำ ทั้งลูกหลานคนในครอบครัว เด็กเล็ก และนักเรียนโรงเรียนก็กำลังจะเปิดเทอมแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ นางบุญช่วย กล่าว

ด้านนางวิภาพร ไทยอมร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ถ.ศรีโสธร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา ผู้มีอาชีพโบกรถบริเวณโค้งหัวตลาดหน้าวัด กล่าวว่า อยากให้ทางเจ้าหน้าที่พาคนโพสต์ลงเฟซบุ๊กมาชี้ตัวเลย ว่าร้านไหน ที่ขายเครื่องบูชาแพงถึง 680 บาท อย่างนี้พอปลาเน่าตัวเดียวก็พลอยเน่าเหม็นกันไปทั้งหมด การกระทำแบบนี้เขารู้บ้างไหมว่ามีคนเดือดร้อนจากการกระทำของเขาอีกนับร้อยชีวิต ไหนลูกก็จะเปิดเทอมที่จะต้องใช้จ่าย ไหนจะหาเงินเลี้ยงครอบครัว พอทหารไม่ให้เราทำกินแบบนี้ก็ไม่มีรายได้

นอกจากตนที่ต้องมาลำบากทำกินกันไม่ได้แล้ว ยังมีลูกๆ อีก 4 คน ที่ยังต้องรอกินอยู่ จะให้เอาอะไรกินกัน จะให้เราไปทำกินอะไร จะไปเข้าโรงงานก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครเขาจะรับทำงานแล้ว เราขายของเราก็บอกราคาเขาก่อนอยู่แล้ว ไม่ใช่เราไม่ได้บอกราคาเขา จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย "ซวย" ตามกันไปด้วย ขอให้เห็นใจพวกตนด้วย เพราะโรงงานเขาก็ไม่รับทำงานจึงอยากขอความเห็นใจบ้าง นางวิภาพร กล่าว

ที่มา: 77Jowo
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -