- Advertisement -

ทำไมข้างๆ พีระมิดถึงต้องมีสฟิงซ์อยู่ด้วย ?


ใครๆ ก็คงจะรู้จักกับ "พีระมิด" แห่งอียิปต์ โดย มหาพีระมิดแห่งกิเซ (The Great Pyramid of Giza) ถือเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงสภาพเกือบสมบูรณ์เหมือนในอดีต ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ณ เมืองกีเซ (Giza) ตอนเหนือของกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์

ประกอบไปด้วยพีระมิดใหญ่ 3 องค์ คือ พีระมิดที่บรรจุพระศพของฟาโรห์คีออปส์ (Cheops) ซึ่งเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุด สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 3500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ใช้หินทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านก้อน ใช้แรงงานทาสและกรรมกรในการก่อสร้างประมาณ 100,000 คน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 20 ปี ตามมาด้วย คีเฟรน (Chephren) และไมเซอริมุส (Mycerimus)

สำหรับพีระมิดคีเฟรนหรือพีระมิดรูปสฟิงซ์ซึ่งเป็นคนครึ่งราชสีห์ สลักจากภูเขาหินมีใบหน้าเป็นคนมีตัวเป็นราชสีห์ อยู่ในท่าหมอบเฝ้าหน้าพีระมิดคีออปส์สูงประมาณ 66 ฟุต เชื่อกันว่าเป็นสิ่งซึ่งจะป้องกันวิญญาณและความชั่วร้ายที่อยู่รอบๆ พีระมิดได้ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยใบหน้าเป็นพระพักตร์จำลองของกษัตริย์เชฟเรน (Chephren) ในราชวงศ์อียิปต์ที่ 4

นอกจากสฟิซ์ใหญ่ในเมืองกีเซแล้ว ในประเทศอียิปต์ยังมีสฟิงซ์อีกมากมาย ที่เป็นรูปหน้าของกษัตริย์องค์ต่างๆ ของอียิปต์ เพราะชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่ากษัตริย์เป็นทายาทของเทพเจ้า เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนม์ก็ต้องกลับไปเป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์อีกครั้ง และเชื่อว่าจะกลับไปมีพลังอำนาจเช่นสิงโต ดังนั้นรูปสลักจึงมีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งสิงโต

แต่มีสฟิงซ์อยู่แห่งหนึ่งที่มีรูปหน้าเป็นผู้หญิง ซึ่งสร้างเพื่อราชินีฮัตเชปซุตที่เคยครองบัลลังก์และปกครองอียิปต์ แต่รูปสลักนั้นสลักให้มีเคราด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งเยี่ยงชายของพระนาง

เรียบเรียงโดย: ข่าวเด่น คลิปดัง
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -