- Advertisement -

เปิดตำนานตุ๊กตาผี!! "แอนนาเบล" เรื่องราวสุดสยองที่เกิดขึ้นจริงจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์


แอนนาเบล (Annabell) ตุ๊กตาผี ตำนานความเฮี้ยนของตุ๊กตาแอนนาเบล เรื่องราวความหลอนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งถูกเล่าขานจากปากของคู่สามีภรรยานักปราบผีและผู้ครอบครองตุ๊กตาคนปัจจุบัน ก่อนจะกลายเป็นภาพยนตร์ในปี 2014

แอนนาเบล คือ เจ้าตุ๊กตาผีที่โผล่มาเสริมอรรถรสความเขย่าขวัญใน The Conjuring (2103) และกลายเป็นที่พูดถึง จนได้มีหนังเดี่ยวของตัวเองออกมาในปี 2014 ในชื่อ Annabell ซึ่งเรื่องราวความเฮี้ยนของเจ้าตุ๊กตาผีตัวนี้ ย้อนกลับไปในปี 1970 แอนนาเบล เป็นตุ๊กตาผ้าหน้าตาน่ารักที่คุณแม่รายหนึ่งซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดแก่ดอนนา (Donna) ลูกสาวสุดที่รักที่กำลังจะเรียนจบพยาบาล เธอพักอยู่ที่อพาร์ทเมนท์กับเพื่อนสาวอีกคนชื่อ แองจี้ (Angie)

ดอนนาวางตุ๊กตาตัวนั้นประดับไว้บนเตียงของเธอ มันดูน่ารักและปกติดีทุกประการ จนกระทั่งอีก 3-4 วันให้หลังเธอกับแองจี้ก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ราวกับว่าตุ๊กตาสามารถขยับได้ด้วยตัวเอง ท่าทางของมันตอนที่เธอวางไว้ครั้งสุดท้ายกับตอนที่เห็นมันล่าสุด กลับเป็นคนละท่ากัน แถมต่อมา มันยังถึงขนาดย้ายห้องที่อยู่เองได้ เจ้าตุ๊กตาถูกวางทิ้งไว้บนเก้าอี้ก่อนที่ดอนนาจะออกไปทำงาน แต่เมื่อกลับห้องมาเธอพบกว่ามันได้ย้ายไปอยู่บนเตียงในห้องนอนของเธอ โดยที่เธอมั่นใจว่าได้ปิดประตูห้องนอนเอาไว้เรียบร้อยดีแล้ว


หนึ่งเดือนหลังจากที่ดอนนาได้เจ้าตุ๊กตาผีตัวนี้มา ไม่เพียงการเปลี่ยนท่าทางและการเคลื่อนย้ายตัวเองได้ แต่มันยังเขียนข้อความทิ้งไว้ให้เธอกับแองจี้เห็นด้วย โดยสาวทั้งสองพบกระดาษถูกเขียนด้วยดินสอในลายมือที่ดูเหมือนของเด็กว่า "ช่วยเราด้วย" (Help Us) "ช่วยลูด้วย" (Help Lou) ซึ่งลูเป็นชื่อของเพื่อนชายร่วมอพาร์ทเม้นท์คนหนึ่งของพวกเธอ โดยที่ดอนนาและแองจี้มั่นใจว่าพวกเธอไม่เคยมีกระดาษโน้ตแบบนี้เก็บไว้ในห้องเลยแม้แต่แผ่นเดียว

จนในคืนหนึ่งที่ดอนนากลับมาจากทำงานและพบว่าแอนนาเบลอยู่บนเตียงของเธออีกครั้ง แม้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ครั้งนี้ดอนนากลับรู้สึกว่ามันต่างไปจากทุกครั้ง เธอจึงหยิบเจ้าตุ๊กตาผีขึ้นมาดูใกล้ๆ และความหวาดผวาก็แล่นวาบเข้าสู่สันหลัง เมื่อเธอสังเกตเห็นคราบสีแดงคล้ายรอยเลือดอยู่ที่มือและอกของแอนนาเบล ดอนนากับแองจี้จึงปรึกษากันว่าต้องทำอะไรบางอย่างกับตุ๊กตาผีตัวนี้เสียที พวกเธอจึงติดต่อคนทรงมา และพิธีสื่อสารกับวิญญาณก็เริ่มต้นขึ้น


เรื่องราวต่อมาเป็นคำบอกเล่าจากปากของคนทรงช่างน่าสงสาร แอนนาเบล หรือ แอนนาเบล ฮิกกินส์ (Annabelle Higgins) เป็นชื่อของเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ก่อนที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นมา เธอใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้อย่างมีความสุข จนวันหนึ่งมีคนพบร่างไร้วิญญาณของเด็กหญิงแอนนาเบล วัย 7 ขวบ นอนตายอยู่ในสวน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของอพาร์ทเมนท์แห่งนี้เอง คนทรงยังกล่าวอีกว่า หนูน้อยแอนนาเบลรู้สึกถูกชะตาดอนนากับแองจี้ และอยากจะอาศัยอยู่กับพวกเธอ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วดอนนาก็รู้สึกสงสารและผูกพันกับตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมา  จึงตัดสินใจเก็บตุ๊กตาไว้กับตัวเองต่อไป และตั้งชื่อให้มันว่า แอนนาเบล

หลังจากได้รับรู้เรื่องราวของแอนนาเบลจากคนทรงแล้ว เหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นก็น่าจะจบลงด้วยดี ทว่ามันก็ไม่เป็นอย่างนั้น แอนนาเบลกลับแผลงฤทธิ์ความเฮี้ยนใส่ลู (Lou) อีกด้วย โดยลูเคยเตือนดอนนามานานแล้วว่า เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกี่ยวกับตุ๊กตาตัวนี้และแนะนำให้เธอทิ้งมันไป ซึ่งแน่นอนว่าดอนนาไม่ได้ทำตาม


ในกลางดึกคืนหนึ่งลูนอนกระสับกระส่ายแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา ด้วยฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขามาหลายคืน แต่ครั้งนี้ดูไม่เหมือนเดิม มันเหมือนเขารู้สึกตัวแต่ร่างกายขยับไม่ได้ ลูกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ทุกอย่างยังคงปกติเรียบร้อยดี แต่เมื่อเขามองไปที่ปลายเท้าของตัวเองก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นแอนนาเบลยืนอยู่ตรงนั้น ! ตุ๊กตาผีสุดเฮี้ยนค่อยๆ คืบคลานขึ้นมา มันนั่งคร่อมหน้าอกเขา ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบคอเขาแน่น จนลูหมดสติไปในที่สุด ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอีกครั้งในรุ่งเช้า และมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันแน่ๆ

และนั่นยังไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ลูได้พบกับอิทธิฤทธิ์ความเฮี้ยนของแอนนาเบล ในวันถัดมาที่ลูกับแองจี้กำลังวางแผนเดินทางเพื่อขับรถเที่ยวกัน ทั้งคู่นั่งดูแผนที่อยู่ในห้อง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงกุกกักมาจากห้องนอนเหมือนมีคนพยายามงัดแงะอยู่ ทั้งคู่รอจนเสียงเงียบไป ก่อนที่ลูจะค่อยๆ ย่องออกไปดู ประตูห้องถูกเปิดออก ไฟถูกเปิดสว่าง แต่เขาก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ยกเว้นตุ๊กตาแอนนาเบลที่ล้มอยู่ตรงมุมห้อง!!


ลูค่อยๆ เดินเข้าไปหามัน แต่แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังยืนอยู่ด้านหลัง แต่เมื่อเขาหันไปมอง ก็ไม่พบอะไร แต่พอตอนหันกลับมา ลูก็ถูกอะไรบางอย่างโจมตี เขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือจับหน้าอกตัวเองแน่น พบว่าเสื้อตัวเองเป็นรอยฉีกเล็กๆ 7 รอย เป็นรอยทางขวาง 4 รอย และรอยตามยาวอีก 3 รอย ทุกรอยมีลักษณะเหมือนกับโดนเล็บเล็กๆ ข่วน มีเลือดไหลออกมาซิบๆ นี่นับเป็นการแผลงฤทธิ์ครั้งรุนแรงที่สุดของแอนาเบล แต่อย่างไรก็ตาม อีกสองวันต่อมา บาดแผลนี้ก็ค่อยๆ จางและหายไป

จนถึงตอนนี้ดอนนาเริ่มตระหนักแล้วว่า สิ่งที่ครอบงำตุ๊กตัวนี้อยูไม่น่าใช่ เด็กหญิงวัย 7 ขวบเสียแล้ว แต่น่าจะเป็นอะไรบางอย่างที่ชั่วร้ายกว่านั้น ดอนนาตัดสินใจปรึกษากับบาทหลวงเฮแกน ซึ่งบาทหลวงรับฟังเรื่องราวแล้วก็ตระหนักว่าต้องมีอำนาจชั่วร้ายบางอย่างรังควาญเธออยู่ จึงติดต่อไปยังบาทหลวงคุก ซึ่งมีอำนาจมากกว่า และบาทหลวงคุกนี้เองที่ได้ติดต่อคู่สามีภรรยาวอร์เรน ผู้เชี่ยวชาญในการสืบเสาะและจัดการเรื่องลี้ลับหนือธรรมชาติ ให้เข้าช่วยเหลือดอนนา


เอดและลอเรนให้ความสนใจเรื่องของตุ๊กตาแอนนาเบลมาก และติดต่อกลับไปหาดอนนาทันที หลังจากได้พูดคุยทั้งกับดอนนา แองจี้ และลูแล้ว ทั้งคู่ก็มั่นใจว่า สิ่งที่สิงตุ๊กตาตัวนี้อยู่ไม่ใช่วิญญาณเด็กน้อยแอนนาเบล ฮิกกินส์ แน่ แต่มันถูกบงการด้วยวิญญาณชั่วร้ายของปีศาจซาตานต่างหาก วิญญาณไม่สามารถสิงสิ่งที่ไม่มีชีวิตได้ มันต้องสิงร่างมนุษย์ แต่มันก็สามารถวนเวียนผูกติดอยู่กับสถานที่หรือสิ่งของบางอย่าง และทำให้เกิดเรื่องลี้ลับขึ้นมา ดังเช่นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแอนนาเบล มันพยายามทำให้แอนนาเบลดูเหมือนมีชีวิตเพื่อให้คนรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน

เอดและลอเรนอธิบายว่า หลังจากแสดงความลี้ลับบางอย่างออกมา เจ้าของก็จะร้องขอความช่วยเหลือจากคนทรง ซึ่งจะเป็นโอกาสให้มันได้แกล้งทำเป็นวิญญาณเด็กหญิงที่น่าสงสาร เพื่อให้ดอนนาใจอ่อน และเก็บมันไว้ในอพาร์ทเมนท์ต่อไป ก่อนจะเริ่มสร้างเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือไปจากการย้ายที่อยู่ได้เอง การเขียนโน้ตทิ้งไว้ อย่างเช่น การทำร้ายลู ทิ้งร่องรอยสัญลักษณ์ไว้บนตัวเขา เพื่อให้เหยื่ออย่างดอนนาหวาดกลัว ให้จิตใจมีแต่ความหวาดผวาอ่อนแอ เพื่อที่มันจะได้หาโอกาสเข้าสิงร่างมนุษย์ต่อไป และหากดอนนายังชะล่าใจปล่อยมันไว้อย่างนี้อีกเพียง 2-3 อาทิตย์ละก็ มันคงเข้าครอบงำเธอได้สำเร็จ จนอาจเกิดเหตุทำร้ายหรือแม้แต่ฆ่าผู้อยู่อาศัยในอพาร์ทเมนท์คนอื่นๆ ก็ได้


สองสามีภรรยาตกลงใจที่จะนำแอนนาเบล ตุ๊กตาสุดหลอนตัวนี้กลับไปด้วย และได้ให้บาทหลวงคุกทำพิธีสวดมนต์ชักนำความดีงามทั้งหลายจากพระเจ้า มาแก่ที่พำนักอาศัยแห่งนี้ เพื่อลบล้างความชั่วร้ายที่เคยครอบงำอยู่ และแล้วอพาร์ทเมนท์ที่ดอนนาอาศัยก็หายขาดจาดเรื่องราวความลี้ลับของตุ๊กตา ดังกล่าวไปนับแต่นั้นมา

แต่ความเฮี้ยนจากแอนนาเบลยังคงไม่หมดไป มันยังคงแผลงฤทธิ์ใส่เอดและลอเรนขณะกำลังขับรถเดินทางกลับ รถของพวกเขาหวิดแหกโค้งทุกหัวมุมอันตราย จนในที่สุดเอดต้องตัดสินใจหยุดรถ แล้ะนำน้ำมนต์มาประพรมบนตัวตุ๊กตาเป็นรูปไม้กางเขน จึงสามารถขับรถกลับถึงที่พักได้อย่างปลอดภัย

แต่น้ำมนต์ก็ยับยั้งความเฮี้ยนของแอนนาเบลได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเอดวางมันไว้ที่เก้าอี้้ข้างโต๊ะทำงาน แต่ก็ได้พบว่าบางครั้งมันลอยตัวอยู่เหนือเบาะเก้าอี้ หลายครั้งที่มันย้ายที่ไปอยู่ตามห้องต่างๆ เองตอนที่พวกเขาไม่อยู่บ้าน ทั้งยังคอยจ้องมองคนที่ผ่านไปมาด้วยสายตาเกลียดชัง


นอกจากนี้ แอนนาเบลยังแผลงความเฮี้ยนด้วยการจัดการล้างแค้นใครก็ตาม ที่มาท้าทายมัน หนึ่งในนั้นคือบาทหลวงเจสัน แบรดฟอร์ด ที่แวะมาเยี่ยมเอดและลอเรน แต่ไปพูดใส่แอนนาเบลว่า "เจ้ามันก็แค่ตุ๊กตาผ้า แอนนาเบล แกทำร้ายใครไม่ได้หรอก" หลังจากเอ่ยคำนี้ออกมา เอดก็ติงว่าเขาไม่ควรพูดจาอย่างนั้นเลย ก่อนจะเชิญบาทหลวงกลับและกำชับให้เดินทางระมัดระวัง แต่แล้วในอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลังบาทหลวงเจสันโทรกลับมาบอกว่า เกือบเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งกลางถนน เพราะอยู่ๆ รถก็เกิดเบรคแตกขณะอยู่กลางสี่แยกที่พลุกพล่าน โชคดีที่รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด ไม่อยากจะคิดเลยว่าอุบัตินี้เกิดเพราะแรงอาฆาตของแอนนาเบลจริงหรือไม่

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เอดและลอเรนจึงตัดสินใจสร้างกล่องพิเศษขึ้นสำหรับใส่แอนนาเบลโดยเฉพาะ และสุดท้ายแอนนาเบลก็ยังคงนั่งอยู่ในกล่องนั้น ที่ออคคัลท์ มิวเซียม (Occult Museum) ของเอดและลอเรน วอร์เรน มาจนถึงทุกวันนี้

ตุ๊กตาแอนนาเบลตัวจริง

ในปัจจุบัน แม้ว่าแอนนาเบลจะไม่เคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนอีก และไม่ได้สำแดงอิทธิฤทธิ์ความเฮี้ยนใดๆ อีกแล้ว แต่มันก็ยังได้แสดงอิทธิฤทธิ์หลอนทิ้งท้ายเอาไว้ เมื่อหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ แล้วฝ่ายชายไปเคาะตู้กระจกที่ใส่มันอยู่ และพูดท้าทายด้วยความคึกคะนองว่า "ตุ๊กตาอย่างแกก็ทำได้แค่รอยขีดข่วนเท่านั้นแหละ แน่จริงก็ช่วยมาทำรอยขีดข่วนบนตัวข้าบ้างแล้วกัน"

และในระหว่างเดินทางกลับ หนุ่มสาวคู่นี้ประสบอุบัติเหตุขับมอเตอร์ไซค์พุ่งชนต้นไม้โดย ฝ่ายชายเสียชีวิตคาที่ ส่วนฝ่ายหญิงบาดเจ็บหนักต้องนอนรักษาตัวอยู่เป็นปี เมื่อถูกถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอก็เล่าว่าขณะกำลังหัวเราะขบขันเรื่องของตุ๊กตาผีกันอยู่ จู่ๆ รถก็เกิดบังคับไม่ได้และพุ่งเข้าชนต้นไม้จนยับเยิน

แอนนาเบลตัวจริงในพิพิธภัณฑ์ออคคัลท์

และนั่นคือความเฮี้ยนของแอนนาเบลตามที่เล่าขานกันมาจบลง ซึ่งจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ถ้าหากคุณอยากสัมผัสกับความเฮี้ยนของมันในฉบับภาพยนตร์ ก็สามาถไปหาภาพยนต์เรื่อง "Annabelle ตุ๊กตาผี" มาพิสูจน์กันได้ว่าเรื่องเล่าขานกับภาพยนต์นั้น ฉบับไหนจะหลอนกว่ากัน!!


ที่มา: Yumzaap
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -