- Advertisement -

แม่จูดธูปบอกลูกสาว 8 ขวบ เหยื่อกรอกยาบ้า-ข่มขืนจนช็อกตาย จนกว่าคนร้ายจะถูกลงโทษ จะไม่ทำสิ่งนี้!!


จากกรณี คนร้ายบุกเข้าบ้านพัก แล้วข่มขืน ด.ญ.เก๋ (นามสมมุติ) วัย 8 ขวบ อย่างทารุณ จนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะหลบหนีไป และภายหลังเด็กหญิงมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต แพทย์ตรวจพบสารเมตแอมเฟตามีนในร่างกาย ซึ่งน้องเก๋ ได้เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ ถูกเพื่อนบ้านชื่อ นายเฟิร์ส บังคับให้กินน้ำอัดลมเข้าไป (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: นรกสั่งมาเกิด!! หนุ่มข้างบ้านบังคับเด็ก 8 ขวบดื่มน้ำผสมยาบ้า ก่อนลงมือข่มขืนจนช็อกตาย)

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวนายเฟิร์สไว้ได้แล้ว แต่ผู้ถูกกล่าวหายังให้การปฏิเสธ โดยให้มารดาและเพื่อนที่บ้านเป็นพยานยืนยันว่าในช่วงเกิดเหตุนายเฟิร์สยังนอนหลับอยู่ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมั่นใจในพยานหลักฐาน และรอผลตรวจดีเอ็นเอ กับผลตรวจชันสูตรศพจาก รพ.สงขลานครินทร์ เพื่อยืนยันความชัดเจนของรูปคดีทั้งหมด ก่อนแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และประทุษร้ายเป็นเหตุให้เสียชีวิต

หลังจากแพทย์ทำการผ่าชันสูตรตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว ได้ให้ญาติรับศพน้องเก๋กลับไปทำพิธีทางศานา ขณะที่มารดาและบิดาของน้องเก๋ ยังคงเศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านญาติๆ ทำอาหารที่น้องเก๋ชอบทาน เช่น แกงจืดหมู ขนมช็อคโกแลต และน้ำแดง เอาไว้หน้าศพ พร้อมจุดธูปอธิษฐานจิต ให้ตำรวจหาหลักฐานมัดตัวคนร้ายให้ได้ และยืนยันจะไม่เผาศพน้องเก๋ จนกว่าจะนำคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้

ทั้งนี้มารดาของน้องเก๋ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน ลูกสาวเคยบ่นมึนหัวอยู่ ตนเข้าใจว่าเกิดจากอากาศร้อน แต่หลังจากถูกคนร้ายก่อเหตุแล้วกลับมีอาการกรีดร้อง โวยวาย แต่ไม่มีไข้ ต่อมาเริ่มมีอาการปวดท้องระหว่างนั่งรถไปหาหมอ เพ้อพูดจาให้พาไปเที่ยวทะเลปากเมง กินน้ำแดงก่อนไปหาหมอ ผิดปกติจากเด็กเรียบร้อย พูดน้อย ไม่เคยอ้อนแม่ ซ้ำยังเรียกแม่และพ่อว่า "พี่ไหม-พี่บ่าว" และยังบอกว่า "พี่เฟิร์ส" มาหาที่บ้าน เอาน้ำอัดลมผสมยานอนหลับให้กิน แต่ตอนนั้นยังไม่เชื่อบุตรสาว คิดว่าเป็นอาการเพ้อ กระทั่งแพทย์ได้ซักถาม น้องเก๋จึงเล่าเรื่องให้แพทย์และพยาบาลฟังอีกรอบ ทำให้ตนแน่ใจว่า นายเฟิร์ส คือคนร้าย จึงเข้าแจ้งความจับกุมดังกล่าว


"อีก 1 อาทิตย์ จะทราบผลการชันสูตรศพเบื้องต้น หมอบอกว่าในเลือดของน้องอาจมีสารพิษ อวัยวะเพศ ทวารหนักฉีกขาด ส่วนการตั้งบำเพ็ญกุศลศพนั้น ยังไม่ได้หารือกับญาติพี่น้องว่าจะเอาอย่างไร แต่ส่วนตัวยืนยันต้องหาหลักฐานมามัดตัวคนร้ายให้ได้ก่อน จุดธูปบอกน้องไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคนร้ายก็สบายใจ ที่ผ่านมา นายเฟิร์ส มาอยู่ที่บ้านเป็นประจำ เข้านอกออกในที่บ้านปกติ มานั่งเล่นกีตาร์กับสามี หลังเกิดเหตุ น้องก็บอกได้ว่าคนนี้เป็นคนทำ น้องยืนยันหลายครั้งกับแม่ หมอและพยาบาลว่าคนนี้เป็นคนทำ ซึ่งตอนที่บอก มีสติดีพูดรู้เรื่อง เคยถามลูกว่าเขาทำกี่คน ลูกบอกว่ามาคนเดียว" มารดาของน้องเก๋ กล่าวอย่างหนักแน่น

นอกจากนี้ มารดาของน้องเก๋ยังเผยอีกว่า ทางฝ่ายครอบครัวผู้ต้องสงสัย หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย ทั้งที่แต่ก่อนมีความใกล้ชิด เพราะเป็นญาติห่างๆ แม้แต่งานศพน้องเก๋ก็ไม่มา จึงฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ ให้กับครอบครัวอื่น ๆ ด้วย

ทางด้านลูกชายคนโต วัย 11 ขวบ และ ลูกสาวคนเล็กวัย 4 ขวบ ยังอยู่ในอาการหวาดผวาไม่หาย มารดาของน้องเก๋ต้องนำทั้งคู่มานอนเฝ้าศพที่วัดด้วยกัน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยมาดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งมารดาของน้องเก๋ ยังเปรยว่า หากคดีจบลงแล้วอาจไม่อยู่ในพื้นที่อีกต่อไป คงกลับไปอยู่บ้านเดิมที่อ.หาดสำราญ

สำหรับ นายเฟิร์ส ผู้ต้องหามีอาการเครียดจัด โดยช่วงที่อยู่ในห้องคุมขัง มีเพียงภรรยาซื้อข้าวมาเยี่ยมเท่านั้น ซึ่งนายเฟิร์สยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนทำ ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดชผบก.ภ.จว.ตรัง เผยว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานบริเวณที่นอนที่เด็กนอนในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งได้พบหลักฐานที่เป็นประโยชน์ เพื่อไปตรวจหาดีเอ็นเอมาเชื่อมโยงกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จาก รพ.สงขลานครินทร์ ซึ่งจะยิ่งเป็นการมัดตัวคนร้ายได้แน่นหนาขึ้น

ที่มา: Keawwhan
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -