- Advertisement -

หนุ่มใหญ่สุดช็อค!! หลังติดเชื้อเอชไอวี ถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน แถมเมียขอหย่า ผ่านไป 8 ปี กลับพบแบบนี้..!?


เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ของจีนนำเรื่องราวของ นายหยาง โฉวฝา เกษตรกรชาวจีนวัย 53 ปี ซึ่งมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานเป็นเวลานานหลังเข้ารับการตรวจเลือดที่ศูนย์ควบคุมโรคเฉินปิง มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2547 และพบว่าติดเชื้อเอชไอวี

รายงานข่าวระบุว่า นายหยางเข้ารับการตรวจพร้อมผู้ป่วยรายอื่นอีก 280,000 คน เมื่อปี 2547 และผลตรวจเลือดออกมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 หยางได้เข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังมีโรคร้ายสารพัดรุมเร้า และแพทย์วินิจฉัยว่านายหยางไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด ทำให้ตอนนี้นายหยาง กำลังหาทางเรียกเงินชดเชยค่าเสียหายจำนวน 2 ล้านหยวน หรือราว 10.9 ล้านบาท


โดยหลังจากแพทย์โรงพยายาลยืนยันว่า ผลตรวจผิดพลาดในปี 2555 ทางศูนย์ควบคุมโรคได้ทำการตรวจตัวอย่างเลือดของนายหยางที่เก็บไว้เมื่อปี 2547 อีกครั้ง และยืนยันตามเดิมว่าติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเรื่องนี้นายวู่ จ้าวฝาง รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคของมลรัฐเฉินปิง เชื่อว่าอาจมีการผสมกันของเลือดตัวอย่าง "อุปกรณ์ทดสอบไม่ได้เสียหาย ฉะนั้นแล้ว อาจมีบางคนนำเลือดของผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายอื่นไปผสมตัวอย่างเลือดของนายหยาง"

ขณะที่นายหยาง ซึ่งเคยขายเลือดในตลาดมืดเมื่อ 2535 เชื่อว่าตอนนั้นผลตรวจเลือดถูกต้อง และรู้สึกกลัวมาก "ผมเคยบริจาคเลือดครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกเป็นไข้หลายครั้ง ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมโรคเฉินปิงบอกว่าผมเป็นเอดส์ ก็เชื่อสนิทใจ และคิดว่าคงเป็นชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว" นายหยางกล่าว และว่า ถึงแม้ว่าผลตรวจเลือดรายปีจะแสดงให้เห็นว่า เซลล์ CD4 T สูงกว่าผู้ป่วยรายอื่น แต่ทั้งนายหยางและแพทย์ยังเชื่อว่า ผลตรวจเลือดเมื่อปี 2547 นั้นถูกต้องจริงๆ

นายหยางเผยอีกว่า ตนรู้สึกเหมือนนักโทษที่รอความตาย ความผิดพลาดดังกล่าวทำให้ตนได้รับผลกระทบรอบด้าน ชาวบ้านเนรเทศออกจากหมู่บ้าน และภรรยาขอหย่าขาด ตนจึงต้องพลัดพรากลูกๆ 3 คน ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อเอดส์และเอชไอวียังถูกตราหน้าเป็นมลทินทางสังคมอยู่

ที่มา: Khaosod
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -