- Advertisement -

เฮลั่น!! หมอย้ำ "กัญชา" รักษามะเร็งได้ หายใน 6 เดือน!!


จากกรณีนพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือ “กัญชาคือยารักษามะเร็ง” ซึ่งก่อนหน้านี้ออกมาให้ข่าว และล่าสุดเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายแพทย์รายนี้ ได้แชร์คลิปวีดีโอผู้ป่วยหญิงชาวออสเตเรีย ใช้กัญชารักษามะเร็งปอดระยะสุดท้าย จนสามารถหายจากโรคได้ภายใน 6 เดือน ยิ่งตอกย้ำว่ากัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น

วันที่ 17 พ.ค.นายแพทย์สมยศ เปิดเผยว่า ในต่างประเทศกัญชาถูกสกัดขายในรูปแบบของยาสมุนไพร ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต้องซื้อมาปรุงเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีต้มหรือสูบ แต่สำหรับประเทศไทยไม่มีจำหน่าย เพราะตามกฎหมายยังถือว่าเป็นสารเสพติดให้โทษอยู่ ซึ่งในต่างประเทศมีการแก้กฎหมายหลายประเทศแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน เยอรมัน และเนเธอร์แลนด์


โดยล่าสุดประเทศออสเตเรีย เพิ่งประกาศแก้กฎหมายไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเริ่มมีการปลูกกัญชากันแล้วด้วย ส่งผลให้มีผู้ป่วยหญิงชาวออสเตเรียที่แอบใช้กัญชารักษาโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายด้วยตัวเอง กล้าออกมาแชร์คลิปบนยูทูป โดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มลับๆ ที่มีการวิจัยยาสมุนไพรชนิดนี้ จนกระทั่งหายจากโรคภายใน 6 เดือน พร้อมกับโชว์ผลการตรวจด้วยวิธี Pet Scan มายืนยันว่า เชื้อมะเร็งได้หายไปจากร่างกายแล้วจริงๆ


ขณะที่ก่อนหน้านี้ ภส.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาเปิดเผยต่อกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่มียาจากกัญชาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา เนื่องจากไม่มีข้อมูลศึกษาวิจัยทางคลินิกในคนเพียงพอ ที่จะยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้รักษาโรคมะเร็ง ซึ่งในประเทศไทยกัญชาจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ


“มีการใช้กัญชาทางการแพทย์ในต่างประเทศ บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยโรคเอดส์ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่มีการรับรองให้มีการนำพืชกัญชามาใช้รักษาโรคมะเร็ง อย.ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของกัญชาในการนำมาใช้บำบัดรักษาทางการแพทย์ จึงได้ส่งร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษที่มีการแก้ไขให้ ป.ป.ส. เพื่อประกอบการจัดทำร่างประมวลกฎหมาย ซึ่งร่างประมวลกฎหมายนี้คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกับหลักการของร่างฯ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และอย.ไม่เคยปิดกั้นความก้าวหน้าทางวิชาการแต่อย่างใด” รักษาราชการแทนรองเลขาธิการ อย. ระบุ

เช่นเดียวกับ ศ.เกียรติคุณ พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์ เผยข้อมูลว่า ปัจจุบันการใช้กัญชาทางการแพทย์ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย รวมทั้งในประเทศไทย ยกเว้นบางรัฐในสหรัฐอเมริกา และในแคนาดา ซึ่งทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ ในการบำบัดรักษาเพื่อประคับประคองตามอาการในผู้ป่วยโรคมะเร็ง นอกจากนี้การเสพกัญชาต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด และมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอได้.

ที่มา: Dailynews
Google Plus
- Advertisement -