- Advertisement -

ดังไปทั่วโลก!! เด็กหญิงชาวไทยวัย 11 ขวบ ได้ขึ้นทำเนียบเป็น “เด็กผู้หญิงที่มีขนดกมากที่สุดในโลก” โดยกินเนสส์บุ๊ค!!


สำนักข่าวเดลิเมล์ ประเทศอังกฤษ รายงานว่า เด็กหญิงสุภัทรา สะสุพันธ์ (น้องแนท) วัย 11 ปี จากโรงเรียนราชบพิตร กรุงเทพมหานคร ได้รับการจดบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ว่าเป็น “เด็กผู้หญิงที่มีขนดกมากที่สุดในโลก” โดยกินเนสส์บุ๊ค ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ด


ถึงแม้จะโดนล้อเรื่องที่มีขนขึ้นตามใบหน้า แต่น้องสุภัทราเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การที่มีชื่อปรากฏอยู่ในกินเนสส์บุ๊คช่วยให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น

“หนูมีความสุขมากๆ ที่ได้รับการจารึกชื่อลงในกินเนสส์บุ๊ค ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ด ที่ผ่านมามีผู้คนตั้งมากมายที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหวังทำลายสถิติโลก แต่หนูตอบคำถามเพียงแค่ไม่กี่ข้อก็ได้สถิติโลกมาครองแล้ว”


น้องสุภัทราเป็นหนึ่งใน 50 รายทั่วโลก (เท่าที่ตรวจพบ) ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการ “แอมบราส ซินโดรม” (เอเอส) หรือมีขนขึ้นมากผิดปกติตามใบหน้าและร่างกาย อันเนื่องมาจากความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งมีหลักฐานการค้นพบผู้ที่มีอาการผิดปกติดังกล่าวมาตั้งแต่ยุคกลาง

ในส่วนของน้องสุภัทรานั้นพบว่า มีขนขึ้นดก (และยาว) ตามใบหน้า หู แขน ขา และหลัง แม้ว่าน้องจะเคยเข้ารับการรักษาด้วยการใช้แสงเลเซอร์ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งอาการดังกล่าวได้


ในขณะที่คนส่วนใหญ่ซึ่งมีอาการเช่นเดียวกันมักพากันเก็บตัว แต่น้องสุภัทรากลับเป็นเด็กร่าเริง สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เพื่อนเยอะ เป็นที่รักของคนในชุมชน และกลายเป็นคนดังไปเสียแล้ว

เธอกล่าวว่า “ที่ผ่านมา เคยมีบางคนล้อหนู แถมยังเรียกหนูว่า ‘หน้าลิง’ แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว”

“หนูชินแล้วที่ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่รำคาญ และไม่รู้สึกว่ามีขนปกคลุมใบหน้าเพราะเป็นอย่างนี้มานานแล้ว แต่บางครั้งเวลาที่ขนยาวมากๆ ก็ทำให้หนูมองอะไรค่อนข้างลำบาก หวังว่าสักวันหนูคงได้ลองดัดขนดูบ้าง”

น้องสุภัทรา กับพี่สาววัย 15 ปี และคุณพ่อคุณแม่

ถึงแม้น้องสุภัทราจะมีใบหน้าแตกต่างจากเพื่อนๆ แต่เธอก็เหมือนเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันที่ชอบกีฬาว่ายน้ำ แดนซ์กระจายเมื่อได้ยินเพลงโปรด และชอบเล่นกับเพื่อนๆ ของเธอ แต่สิ่งที่เธอโปรดปรานมากที่สุดก็คือการนอนดูการ์ตูนที่บ้าน

“หนูชอบดูทีวี จริงๆ แล้วดูได้ทุกอย่าง แต่ที่ชอบมากๆ ก็คือ การ์ตูนบักส์ บันนี่”


ที่น่ายกย่องก็คือ น้องสุภัทรา ไม่ยอมให้ความแตกต่างทางร่างกาย กลายมาเป็นข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตของเธอ

“หนูชอบเรียนวิชาเลข จะได้เก่งๆ แล้วนำมาสอนให้เด็กรุ่นน้องเก่งเหมือนหนูบ้าง”

“หนูอยากเป็นหมอ จะได้รักษาคนไข้เวลาที่เขาเจ็บป่วย หนูอยากช่วยคนเจ็บ คนไม่สบาย และอยากรักษาพวกเขาให้หาย”


ตอนที่ยังเป็นเด็กแรกเกิด น้องสุภัทราต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อช่วยเรื่องการหายใจถึง 2 ครั้ง พ่อของเธอเล่าว่า “เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องมีอาการผิดปกติ เพิ่งมารู้หลังจากคลอดแล้ว”

“ลูกผมเกิดมาไม่ค่อยแข็งแรง ในตอนนั้นทางเดินหายใจของเขากว้างแค่ 1 มิลลิเมตรเท่านั้น ตลอด 3 เดือนแรกหลังคลอด ลูกผมต้องนอนในตู้อบเพื่อช่วยเรื่องการหายใจ รวมระยะเวลาที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 10 เดือนเต็ม”

หลังจากนั้น น้องสุภัทราต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งเมื่ออายุได้เพียง 2 ปี ปัจจุบันนี้ เธอสามารถหายใจได้เป็นปกติเหมือนคนทั่วไปแล้ว แต่ฟันของเธอจะงอกช้ากว่าเด็กปกติ และสายตาก็ไม่ค่อยดีนัก


ตอนที่น้องอายุได้ 2 ขวบ หมอเคยพยายามกำจัดขนบนใบหน้าด้วยการใช้แสงเลเซอร์ แต่ไม่ว่าจะทำสักกี่ครั้ง ขนบนใบหน้าของน้องสุภัทราก็จะกลับมาดกหนาในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้แม่ของน้องต้องคอยเล็มออกให้เป็นประจำ

พ่อของน้องสุภัทรายังกล่าวอีกว่า “ผมหวังว่าสักวันลูกผมจะหาย ครอบครัวของเราจะทำทุกอย่างที่ทำได้ ถ้าทำแล้วช่วยให้ลูกผมหายจากอาการผิดปกติ”


ที่มา: paow007.wordpress
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -