- Advertisement -

ยอมใจเลย!! 10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายและเสี่ยงตายที่สุดในโลก ทำให้รู้ว่าพวกเขาเห็นการศึกษามีค่าแค่ไหน (ชมภาพ)

เชื่อว่าในยุคปัจจุบัน เรื่องที่น่าเบื่อและทรมานใจกับเด็กและผู้ปกครองหลายคนแบบสุดๆเรื่องหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องการเดินทางไปโรงเรียน เพราะพ่อกับแม่บางคนก็ต้องตื่นเช้ามากเพื่อจะมาส่งลูกที่โรงเรียนแล้วค่อยไปทำงาน หรือแม้แต่เด็กที่เดินทางมาโรงเรียนด้วยตัวเอง ก็จะต้องประสบปัญหาที่เหมือนกันคือจะต้องเจอกับรถติด รอรถนาน ซึ่งบางคนนั้นระยะทางระหว่างบ้านไปโรงเรียนนั้นถือว่าไกลเอาเรื่องอาจต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ ทำให้หลายคนเบื่อกับการเดินทางไปโรงเรียนในที่สุด

แต่ใครจะไปรู้ว่านอกจากปัญหารถติดที่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กแล้ว บนโลกนี้ยังมีนักเรียนบางกลุ่มที่จำเป็นจะต้องเดินทางด้วยระยะทางที่ไกลมากรวมไปถึงเส้นทางการเดินทางระหว่างไปโรงเรียนนั้นจะเป็นเส้นทางที่อันตรายเอามากๆ ด้วย แต่ด้วยความมุมานะที่เด็กๆ อยากจะได้ความรู้เลยทำให้พวกเขาตั้งใจเดินทางไปโรงเรียนไม่ว่าเส้นทางจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม และนี่คือ 10 เส้นทางไปโรงเรียนที่อันตรายและเสี่ยงตายที่สุดในโลก ส่วนจะเป็นที่ไหนบ้างนั้น ตามไปดูกัน

1. เดินไต่ไหล่เขาไปโรงเรียน ที่กุ้ยโจว ประเทศจีน



เด็กๆ ชั้นประถมป่านโผ มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน มีเส้นทางการไปโรงเรียนที่นับว่าเสี่ยงอันตรายมากทีเดียว กับการที่พวกเขาจะต้องเดินเลาะภูเขาไปตามทางแคบๆที่มีทางเดินกว้างเพียง 0.5 เมตรเท่านั้น และจะต้องเดินลอดผ่านอุโมงค์ที่มีคนเจาะทะลุชั้นหินเอาไว้เพื่อถึงที่หมาย แต่ที่จริงแล้ว ยังมีเส้นทางที่ปลอดภัยกว่านี้สำหรับการเดินทางไปโรงเรียน แต่มันจะต้องเดินอ้อมเขาไปอีกไกล และใช้เวลาเดินเท้านานกว่า 2 ชั่วโมง ดังนั้นทางโรงเรียนเลยส่งครูมารอรับเด็กๆเพื่อพาพวกเขาขึ้นไปที่โรงเรียนอยู่ทุกวัน


2. ไต่เชือกไปโรงเรียน ที่เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย



โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งบนเกาะ สุมาตรา ประเทศอินโดนิเซีย จะต้องไต่เชือกที่อยู่สูงเหนือลำธารกว่า 10 เมตรสำหรับเอาไว้ข้ามฝั่ง จากนั้นก็ต้องเดินเท้าต่ออีก 11 กิโลเมตรเพื่อเข้าถึงโรงเรียนที่อยู่ในเมืองปาดังที่จริงที่นี่เคยมีสะพานสำหรับข้ามแม่น้ำ แต่สะพานถูกทำลายจากฝนตกหนักเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และยังไม่มีผู้เข้ามาซ่อมแซมด้วย


3. ไต่สะพานพังข้ามฝั่งแม่น้ำไปเรียน ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย



เด็กๆ เหล่านี้อาศัยอยู่ที่ หมู่บ้านซาเฮียงทันจัง ของจังหวัดบันเทน บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย พวกเขาจะต้องทำการเดินข้ามแม่น้ำเพื่อไปโรงเรียนทุกเช้า ซึ่งเด็กน้อยเหล่านี้เลือกจะเกาะไต่ไปตามสะพานแขวนเก่าที่ทรุดพังไปแล้วครึ่งหนึ่งจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2012 แทนที่จะต้องเสียเวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินไปข้ามสะพานอีกแห่งที่อยู่ไกลออกไป

4. ขี่จักรยานบนสะพานส่งน้ำ ที่เกาะชวา อินโดนีเซีย



เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ โรงเรียนที่อยู่ในหมู่บ้าน Suro กับหมู่บ้าน Plempangun บนเกาะชวา ของอินโดนีเซีย ซึ่งโรงเรียนนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับหมู่บ้านที่มีเด็กๆอาศัยอยู่ซึ่งระหว่างการเดินทางไปโรงเดียนนั้น จะมีแม่น้ำขวางเอาไว้และมีเพียงสะพานไม้สำหรับข้ามแม่น้ำ (ทางเดินแคบฉ จะบอกว่ามันสูงมากเลยทีเดียว และถึงแม้จะมีเส้นทางที่ปลอดภัยอยู่ แต่เนื่องจากจะต้องเดินอ้อมไปไกลมาก ระยะทางมากกว่า 6 กิโลเมตรเลยทีเดียว แต่เด็กๆเลือกที่จะเดินทางโดยใช้สะพานๆแคบๆนี้มากกว่าจะเดินอ้อมไป


5. เกาะห่วงยางข้ามแม่น้ำไปโรงเรียน จังหวัด Rizal ประเทศฟิลิปปินส์



นักเรียนตัวน้อย จากหมู่บ้าน Rizal ประเทศฟิลิปปินส์ ต้องเกาะห่วงยางเพื่อข้ามแม่น้ำไปเรียนหนังสือ ทั้งขาไปและกลับ ซึ่งบางครั้งเด็กๆอาจจะต้องแวะพักค้างคืนกับคนรู้จักหรือญาติของพวกเขาถ้าเกิดวันไหนมีฝนตกจนน้ำเชี่ยวกรากทำให้ไม่สามารถเดินทางข้ามแม่น้ำได้ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นออกมาขอร้องให้ทางการช่วยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำที่แข็งแรงและมั่นคงขึ้นมา เพราะอย่างน้อยมันจะได้ทำให้เด็กๆสามารถเดินทางมาโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้


6. เด็กประถมชาวเวียดนามว่ายน้ำข้ามฝั่งไปโรงเรียน


เด็กชั้นประถมในเขตหมินฮ่าว ของเวียดนาม จะใช้วิธีการว่ายน้ำเพื่อไปโรงเรียน อย่างน้อยวันละ 2 รอบ และเพื่อไม่ให้เสื้อและหนังสือกับอุปกรณ์การเรียนของพวกเขาเปียกเด็กๆก็จะเอาชุดนักเรียนพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกที่หนาและซ้อนกันหลายชั้นมัดปากให้แน่น ชูไว้เหนือน้ำในขณะที่ประคองตัวว่ายน้ำไปด้วย ซึ่งความกว้างของแม่น้ำแห่งนี้อยู่ที่ราวๆ 15 เมตร ส่วนพื้นที่น้ำลึกที่สุดอยู่ที่ 20 เมตรเลยทีเดียว

7. เด็กๆ เนปาลโหนสลิงไปโรงเรียน


เด็กๆ ที่เนปาลแห่งนี้ ถ้าจะเดินทางไปโรงเรียนแต่ละครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขามากเลยทีเดียว ด้วยถนนหนทางที่ไม่เพียงพอ ทำให้เด็กๆ ต้องโหนสลิงข้ามแม่น้ำเพื่อจะมาโรงเรียนกันเลยทีเดียว และสลิงเส้นนี้เป็นแบบเส้นเดี่ยวไม่มีอุปกรณ์รองรับความปลอดภัยแต่อย่างใด แต่ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ริเริ่มโครงการสร้างสะพานกับทางเดินข้ามแล้ว


8. เด็กโคลอมเบียโหนสลิงข้ามหุบเขากว่า 800 เมตร เพื่อไปเรียน


กรุงโบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย ออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีผู้คนส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่า แต่ด้วยความที่พวกเขาอยากให้ลูกได้รับการศึกษา เด็กๆเหล่านี้จึงต้องทำการโหนสลิงที่มีระยะทางยาวกว่า 800 เมตร และสูงเหนือแม่น้ำกว่า 400 เมตรอีกด้วย จากในภาพเราจะเห็นเด็กหญิงกำลังโหนสลิง และมีน้องชายวัย 5 ขวบของเธอโดยสารมาด้วยแต่อยู่ในกระสอบถึงแม้ระยะทางจะห่างไกลมาก แต่การเดินทางข้ามแม่น้ำด้วยวิธีนี้กลับใช้เวลาแค่ 1 นาทีเท่านั้น


9. ไต่เลาะภูเขาไปโรงเรียน ที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน



เด็กๆ ของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน เกือบร้อยคน จะต้องเดินทางไปโรงเรียนด้วยเส้นทางที่ยากลำบากและเสี่ยงตายแบบสุดๆ โดยเฉพาะช่วงใกล้ปิดภาคเรียนหน้าหนาว เพราะเด็กๆจะต้องค่อยๆเดินเลาะภูเขาหลายลูก ข้ามแม่น้ำที่เป้นน้ำแข็ง 4 แห่ง และข้ามสะพานอีก 5 แห่ง ระยะทางทั้งหมดไกลกว่า 200 กิโลเมตรและต้องใช้เวลาเดินทางกัน 2 วันเต็มๆเลยทีเดียว


10. ฝ่าดงสงครามไปโรงเรียน ที่แคมป์ผู้อพยพใกล้กรุงเยรูซาเลม


ภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2010 บริเวณแคมป์ผู้อพยพชัวฟัต ใกล้กรุงเยรูซาเลม เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยมีความตั้งใจที่จะเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งด้านหลังของเธอเป็นกองกำลังทหารอิสราเอลที่ถูกส่งเข้ามาดูแลสถานการณ์ และก้อนหินที่เราเห็นเกลื่อนอยู่บนพื้นนั้นมาจากฝีมือการขว้างปาโดยกลุ่มผู้ต่อต้านชาวปาเลสไตน์นั่นเอง

ที่มา: Kapook
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -