- Advertisement -

เหลือเชื่อ!! สุนัขหายจากบ้านไป 10 ปี จนเจ้าของคิดว่าตายไปแล้ว แต่กลับได้พบกันอีกครั้งเพราะสิ่งนี้!!


เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 59 สำนักข่าวเอพีรายงานเรื่องราวน่ายินดีของสาวอเมริกันที่ชื่อ เทรซี โดฟ หลังจากเธอได้พบกับสุนัขที่หายไปนานถึง 10 ปี โดยที่ตัวเธอเองทำใจแล้วว่ามันคงตายจากไปแล้ว แต่ปรากฏว่า มันกลับยังมีชีวิตอยู่ที่คลีนิกสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองบริวตัน รัฐแอลาบามา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเธอไปถึง 400 กม.

สุนัขตัวดังกล่าวชื่อเจ้าชาร์ลี พันธุ์เยอรมัน ชอร์ตแฮร์ พอยเตอร์ เป็นพันธุ์ที่เหล่าพรานมักเลี้ยงไว้เป็นผู้ช่วยไปล่าสัตว์ เจ้าชาร์ลีหายไปจากบ้านในเมืองคัลล์แมน ในรัฐแอลาบามา ตอนอายุเพียง 1 ปี ในปี 2549 เจ้านายคิดว่ามันคงถูกขโมยไป เพราะมันเป็นสุนัขพันธุ์ราคาแพง แต่บ้านของโดฟเลี้ยงมันไว้เสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว

หลังจากเจ้าชาร์ลีหายไป โดฟพยายามตามหาด้วยการค้นข้อมูลทางออนไลน์เสมอ เผื่อจะได้ข่าวคราวจากการที่ฝังไมโครชิพไว้ที่ตัวชาร์ลี แต่กลับไม่มีร่องรอยเลย กระทั่ง 10 ปีผ่านไป ในสัปดาห์นี้ มีคนเห็นเจ้าชาร์ลีนอนอยู่ที่บันไดโบสถ์เมืองบริวตัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงสุนัข เมื่ออาสาสมัครพามันไปตรวจที่สปริงฮอลล์ แอนิมอล คลินิก จึงพบไมโครชิพในตัวมันและติดต่อเจ้าของได้ในที่สุด

"ฉันตกใจมาก ดีใจจนร้องไห้ออกมา มันมหัศจรรรย์จริง" โดฟกล่าว แม้ว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าชาร์ลีไปอยู่ที่ไหนมาในระยะเวลานับสิบปี แต่ว่าตอนนี้เจ้าชาร์ลีสุขภาพไม่ดีนัก และยังป่วยเป็นเนื้องอกมะเร็งที่หน้าอก ซึ่งจะต้องรีบทำการผ่าตัดทันทีที่มันแข็งแรงดี มันจึงจะกลับบ้านได้ และโดฟยังคงตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อจะพามันกลับมายังบ้านที่แท้จริงของมันให้เร็วที่สุด


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก: AP
Google Plus
- Advertisement -