- Advertisement -

โหด!! คุยกันอยู่ดีๆ โจ๋วัย 19 แทงสาววัย 38 ดับ ส่วนตัวเองถูกยิงด้วยปืนลูกซอง สาเหตุมาจากเรื่องแค่นี้เอง!?


เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 5 เม.ย.59 ร.ต.อ.โชคดี เพชรด้วง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส มารักษาตัวที่โรงพยาบาลทุ่งตะโก จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ อิ่มใจธรรม ผกก.สภ.ทุ่งตะโก และ พ.ต.ท.เฉลิมพร แฝงจันทร์ รอง ผกก. สอบสวน พบนายจักรพงษ์ เพ็ชรแก้ว อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/3 หมู่ 10 ตำบลตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองที่ต้นขาด้านซ้าย 5 รู กลางอก 1 รู หัวไหล่ซ้าย 2 รู และที่ชายโครงด้านขวาถูกแทงด้วยของมีคม 1 แผล ส่วนที่บริเวณศีรษะมีแผลถูกตีด้วยของแข็งจำนวน 2 แผล อาการสาหัส แพทย์จึงส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลังสวนว่ามี น.ส.รัตนาภรณ์ คงหินมะดัน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ที่ 10 ตำบลตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หลังด้านซ้าย 1 แผล อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงไปตรวจสอบ คาดเป็นเหตุการณ์เดียวกัน พร้อมลงพื้นที่จุดเกิดเหตุซึ่งเป็นถนนลูกรังในหมู่บ้าน หมู่ที่ 10 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก บริเวณสามแยกห่างจากบ้านผู้ตายและผู้ได้รับบาดเจ็บ ประมาณ 2 กม. พบมีดปลายแหลมยาวเกือบ 1 ฟุต ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 อัน และรองเท้าอีก 3 คู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน


สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.รัตนาภรณ์ และญาติๆ ได้ขับกระบะกลับมาจากทำธุระที่ชายทะเลปากน้ำตะโก มุ่งหน้ากลับบ้าน และได้พบกับนายจักรพงษ์ ซึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อจะไปซื้อของที่ร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ โดยทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกัน กระทั่งเกิดการทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือทำให้ น.ส.รัตนาภรณ์ ถูกแทง ถูกนำส่งโรงพยาบาลหลังสวน ส่วนนายจักรพงษ์ถูกยิงและแทง ได้วิ่งขอความช่วยเหลือกับชาวบ้าน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พุ่งเป้าในเรื่องส่วนตัวของทั้งสองครอบครัว ที่ น.ส.รัตนาภรณ์ กล่าวหาว่าบิดาของนายจักรพงษ์ไปขูดสีรถยนต์ ได้รับความเสียหาย แต่บิดานายจักรพงษ์ให้การปฏิเสธ และกำลังต่อสู้คดีกันในชั้นศาล ส่วนมือปืนที่ยิงนายจักรพงษ์ คาดเป็นคนในครอบครัว น.ส.รัตนาภรณ์ ซึ่งจะติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ที่มา: Thairath
Google Plus
- Advertisement -