- Advertisement -

100 รุม 1! ล่าตัวแก๊งโหด กระบะ 7 คัน ปิดถนน ยำหนุ่มดับคางานวันไหลบางแสน


เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 18 เม.ย. 59 พ.ต.ต.เอกศิษฐ์ วรกิตต์ฐากรณ์ สวป.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ร.ต.อ.พัศวัฒน์ พัตพัน รอง สว.สส.สภ.บางปะกง ชุดสืบสวน สภ.บางปะกง พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายร่างกาย หน้าบริษัท วันศักดิ์ ไม้ลัง จำกัด เลขที่ 37/4 หมู่ 19 ต.บางปะกง ริมถนนบางนา-ตราด กม.49 ช่องคู่ขนาน ขาเข้า กทม. พบร่างของ นายน็อต (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว ต.สองคลอง อ.บางปะกง นอนเสียชีวิตอยู่บนฟุตปาท สภาพศพถูกของมีคมแทงเข้าที่ด้านหลังข้างขวา กะโหลกถูกตีจนยุบ ตามร่างกายมีรอยเขียวช้ำ รอบตัวพบก้อนหินขนาดใหญ่เปื้อนเลือดประมาณ 10 ก้อน ท่อนไม้จำนวนมาก และจอบที่หักแล้วอีก 1 ด้าม เศษขวดกระจายเต็มถนน จึงเก็บทั้งหมดเป็นหลักฐานตรวจสอบลายนิ้วมือ และมีรถกระบะมิตซูบิซิ แอล 200 สีบรอนซ์ ทะเบียน บท 6956 ชลบุรี จอดอยู่

เบื้องต้น เพื่อนผู้ตายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรวมกลุ่มกันเล่นน้ำสงกรานต์ที่บางแสน ประมาณ 30 คน รถกระบะ 3 คัน ต่อมา เกิดมีปากเสียงกับกลุ่มรถกระบะแต่งซิ่ง ชื่อแก๊งใบกล้วย ที่มาด้วยกัน 7 คัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปโดยที่แก๊งใบกล้วย ขับออกมาก่อน กระทั่งช่วงเกือบ 01.00 น. ขับรถกลับโดยใช้เส้นทางบางนา-ตราด เมื่อถึงช่วงกิโลเมตรที่ 52 ช่องทางด่วน หน้าโรงไฟฟ้าบางปะกง พบกแก๊งใบกล้วย พร้อมรถกระบะ 7 คัน จอดปิดถนนช่องทางด่วน ทำให้รถผ่านไปไม่ได้

จากนั้นกระบะ 3 คัน ของกลุ่มผู้ตายขับเบี่ยงออกเลนคู่ขนานเพื่อหนี ซึ่งแก๊งใบกล้วย ขับมาปิดถนนช่วงกิโลเมตรที่ 50 บริเวณหน้าตลาดลาว ก่อนจะถูกวัยรุ่นจำนวนมากปาขวดใส่ และหากเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทสายเก่า จะถูกดักตีอีก ทั้งหมดตัดสินใจวิ่งตรงไป ซึ่งแก๊งดังกล่าวขับรถกระบะทั้งหมดมาปิดช่องทางด่วนอีกครั้ง และปล่อยวัยรุ่นที่นั่งมาหลังกระบะกว่า 100 คน พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งมีด ไม้ ขวด ปืน เดินมาปิดถนนช่องคู่ขนาน ทำให้ทั้งหมดต้องลงประจันหน้ากัน และด้วยความที่มีจำนวนน้อยกว่าจึงต้องหนี ส่วนรถกระบะทั้งหมดต้องขับฝ่าวงล้อมหนีตาย

ทั้งนี้ นายน็อต มีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบ ขณะวิ่งหนีสะดุดหินล้มทำให้หนีไม่ทัน ถูกวัยรุ่นกว่า 100 คน รุมทำร้ายจนแน่นิ่ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายอนันต์ หลำเจริญ อายุ 27 ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา มาตรวจสอบเหตุ แต่ในขณะจอดรถพร้อมทีมจะลงไปช่วยคนเจ็บกลับถูกแก๊งใบกล้วย ล้อมไว้ไม่ให้ช่วย ทำให้ต้องรีบขับรถออกจากจุดดังกล่าว อีกทั้ง ยังขับไล่ล่ารถกู้ภัยจนไปถึงกิโลเมตรที่ 23 พื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีสะพานกลับรถทำให้หนีรอดออกมาได้ ส่วนตำรวจมีการวิทยุสกัดจับรถกระบะที่ก่อเหตุทั้ง 7 คัน แต่ไร้วี่แวว และกำลังเร่งล่ากลุ่มดังกล่าวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี

นางกมล ฤทธิเดช อายุ 38 ปี อาของผู้ตาย เล่าว่า หลานชายได้มาขออนุญาตไปเที่ยวบางแสนกับเพื่อน โดยมีการห้ามปรามแล้ว เพราะผู้ตายนั้นเป็นโรคหอบ กลัวว่าจะเป็นอันตราย จนมาทราบข่าวว่าหลานถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิตก็รู้สึกเสียใจ

ขณะเดียวกัน ได้มีกู้ภัยฯ มอบคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ขณะหลบหนีแก๊งใบกล้วย โดยรถของกู้ภัยขับอยู่เลนคู่ขนาน มีรถกระบะแต่งซิ่ง 5 คันขับติดตาม โดยได้ถ่ายภาพของรถกระบะ เชฟโรเล็ต แต่งซิ่ง สีเขียว ขณะขับหลบหนีช่องทางด่วนมุ่งหน้าเข้า กทม. โดยใช้ความเร็ว ก่อนคลิปจะถูกตัดไปเพราะถูกกลุ่มรถกระบะแต่งซิ่งไล่ตามติดจนต้องหนีกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย


ขณะหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราได้นำศพมามาที่วัดบางเกลือ ต.บางเกลือ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีนางอรุณรุ่ง บุญเลี้ยง อายุ 35 ปี มารดาของนายเชิดศักดิ์ เดินทางมาจาก จ.ลพบุรี วิ่งเข้าไปกอดศพลูกชายร้องไห้จนเป็นลมไป ทำให้ญาติต้องหามออกไปพัก ส่วนทางคดีล่าสุด ร.ต.อ.พัศวัฒน์ พัตพัน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง ได้เรียกตัวเพื่อนของนายเชิดศักดิ์ ผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมชี้รูปให้ปรถที่ก่อเหตุ หลังจากได้มาจากใน เพจ Baikluay Club Thailand โดยตอนนี้ตำรวจรู้ทะเบียนรถที่ก่อเหตุเกือบทั้งหมดแล้ว

ต่อมาทาง พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาติดตามคดีดังกล่าวพร้อมนำกำลังชุดสืบสวนจังหวัดฉะเชิงเทรา ชุดปฏิบัติการพิเศษ กำลังกว่า 20 นาย ลงพื้นที่ประสานชุดสืบสวน สภ.บางปะกง และชุดปราบปรามยาเสพติด เพื่อขอข้อมูลวางแผนเข้าจับกุมกลุ่มคนร้ายซึ่งอยู่ในพื้นที่บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผกก.สภ.บางปะกง ได้ประสานกับทางสถานีตำรวจในพื้นที่สมุทรปราการในการเข้าพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดเพื่อง่ายต่อการตรวจค้นติดตามตัวคนร้าย

ทั้งนี้ ท้องที่ 2 จังหวัดใช้กำลังเกือบ 70 นาย โดยพบว่าแก๊งใบกล้วยเป็นแก๊งรถซิ่งที่ชอบปิดถนนแข่งรถบนถนนบางนา-ตราด เป็นหลัก และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมานานแช้ว ขณะนี้มีสมาชิกประมาณ 300 คัน แม้ว่าเพจของกลุ่มมีการลบรูปออกไปหมดแล้ว แต่ทางตำรวจก็ยังสามารถติดตามตัวสมาชิกคนอื่นได้อยู่ดี เนื่องจากมีพลเมืองดีโทรแจ้งเบาะแสตลอดเวลา
ที่มา: Thairath
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -