- Advertisement -

เพิ่งรู้นะเนี้ย!! "โบว์" เคยย้ายที่อยู่เพื่อหนี "ปอ" ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วนับถือน้ำใจเธอจริงๆ!?


จากที่เราได้เห็นกันไปบ้างบางส่วนแล้วว่าแม่โบว์ แวนด้า ได้พาน้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวของพ่อปอ ทฤษฎี ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกเพื่อไปถ่ายแฟชั่นที่เกาะกูด จ.ตราด ให้กับนิตยสารชื่อดัง สุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1 มี.ค. วันนี้เราจึงขอนำภาพสวยๆและบทสัมภาษณ์บางส่วนมาให้เพื่อนๆได้ดูกันเรียกน้ำย่อยก่อน


ทราบว่าปอแอบปิ๊งโบว์มาตั้งแต่สมัยเรียน

เราเจอครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 พี่ปอเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม โบว์เรียนที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ต่างคนต่างเป็นเพื่อนของเพื่อน ตอนเจอกันต่างคนก็ต่างมีแฟน ด้วยความที่เพื่อนของโบว์เป็นรุ่นพี่ถึงสามปี พี่ปอเลยคิดว่าโบว์เป็นรุ่นพี่ ช่วงแรกเขาเรียกพี่โบว์ๆ (ทำหน้าเคืองแบบขำๆ) เจอกันครั้งแรกในลิฟต์ต่างคนต่างมองหน้า ตอนนั้นโบว์แค่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดี ผ่านไปสามปีโบว์เลิกกับแฟน พี่ปอก็โทร.มาคุยด้วย ถามว่าเป็นไงบ้าง โบว์บอกว่าโอเค บางครั้งก็ไปเที่ยวด้วยกันเป็นกลุ่ม แต่ช่วงหลังเวลาโทร.มาเริ่มถามละเอียด มีหยอดนิดๆ หน่อยๆ แต่โบว์ไม่ได้คิดว่าเขาจะจีบ เพราะตอนนั้นเขาเริ่มเข้าวงการแล้ว คิดว่าเดี๋ยวเขาก็เจอคนที่เหมาะสม กว่าจะลงเอยมาได้จนแต่งงานก็ผ่านอะไรมาเยอะ



ทราบว่าเขาตามจีบอยู่นาน ตอนนั้นพระเอกหนุ่มภูธรคนนี้ไม่เข้าตาเลยหรือครับ

โบว์รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับเขา คิดว่าเขาควรได้คนที่ดีกว่า โบว์มองไปถึงคุณพ่อคุณแม่ของพี่ปอด้วยว่าท่านน่าจะได้ลูกสะใภ้ที่เหมาะสมกว่าเรา เลยหนีเขา เคยไปกินข้าวด้วยกันสองครั้ง หลังจากนั้นคิดว่าพอเถอะ เราขอเป็นฝ่ายไป ครั้งหลังโบว์ปิดโทรศัพท์ ย้ายที่อยู่ และตัดขาดการติดต่อทุกทาง ผ่านไปประมาณ 8 เดือน อยู่ๆ เขาก็โผล่มาที่ทำงาน หลังจากนั้นถึงได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง


พอมาใช้ชีวิตคู่กับเขา มีอะไรในตัวเราที่เปลี่ยนไปบ้าง

เปลี่ยนไปหลายอย่างเลยค่ะ จากที่เคยใจร้อนก็ใจเย็นลง เข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น รู้จักเสียสละเพื่อคนอื่น เข้าใจสิ่งที่คนรักกำลังทำ ไม่ใช่เอะอะก็จะไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่หรือเรียกร้องว่าทำไมเธอไม่ว่าง เป็นแบบนี้มาตั้งแต่คบกับพี่ปอ เรียนรู้ว่าเขาทำอะไรแล้วเราก็สนับสนุนและให้กำลังใจ เขาจะได้ไม่เครียดและกังวล เพราะเขาเหนื่อยกับการทำงานมากแล้ว


คิดว่ามะลิส่วนไหนที่คล้ายพี่ปอบ้าง

หลาย-ย-ย...ส่วนเลยค่ะ นิสัย หน้าตา ท่าทาง โดยเฉพาะความลุย เวลาล้มก็ไม่ร้อง ไม่ค่อยงอแง ยกเว้นว่าไปไหนแล้วมีคนมายื้อ เขาจะไม่ชอบ แต่ถ้าอยู่ไกลๆ มองเขาจะมีความสุขและจะเต้นให้ดูเหมือนที่เห็นที่โรงพยาบาลประมาณว่า "อยู่เฉยๆ เดี๋ยวเต้นให้ดูเอง"

ที่เหมือนพี่ปอมากคือชอบแกล้ง ถ้าโบว์บอกว่าอย่าจับ เขาจะมอง แล้วทำท่าเหมือนจะเอื้อมมือไปจับ ทำซ้ำๆ อยู่แบบนั้น เรื่องการเต้นมะลิก็ได้จากพ่อ เพราะพี่ปอเต้นให้โบว์ดูตั้งแต่ท้อง ก่อนเข้านอนก็สามช่าบ้าง โป๊งชึ่งบ้าง จนต้องบอกว่าพอเหอะปอ นอนได้แล้ว ยิ่งมะลิคลอดออกมาแล้วนี่ยิ่งชวนกันเต้นหนัก ตอนพี่ปออยู่โรงพยาบาลก็ได้มะลิที่ทำให้ผ่อนคลาย ออกมาเต้นให้ดูทุกวัน ทำให้แม่และคุณปู่คุณย่ามีรอยยิ้ม รวมถึงพี่ปอก็ยิ้มได้หลายครั้ง เต้นอยู่ข้างเตียง เรียกปอจ๋าๆ คุณพยาบาลก็น่ารักมาก พยายามทำทุกวิถีทางให้พี่ปอได้เห็น มีช่วงหนึ่มที่พี่ปอฟื้น พอเห็นมะลิเต้นพี่ปอก็ยิ้ม พยาบาลเห็นพี่ปอยิ้มก็น้ำตาซึม


แล้วผมสามจุกนี่ได้มาอย่างไร

ได้มาจากพี่ปอค่ะ เขาไม่อยากให้ตัดผมหน้าม้า มองว่าทั้งตัวเขาและเพื่อนๆ สมัยเป็นเด็กก็ต้องตัดแต่หน้าม้ากัน เลยอยากเปลี่ยน เขาบอกว่ามัดไปเลยสามจุก จะเห็นว่ามะลิมัดสามจุกตั้งแต่ยังไม่มีผม


นี่แค่น้ำจิ้มเบาๆ เรียกน้ำย่อยเท่านั้น ถ้าอยากอ่านกันแบบเต็มๆ รีบไปจับจองที่แผงหนังสือทั่วประเทศได้เลย








ที่มา: Matichon
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -