- Advertisement -

รู้หรือไม่ ? ร้อง Cover = ละเมิดลิขสิทธิ์ ระวังถูกฟ้องไม่รู้ตัว!! แต่ทำไมเพลง Cover ยังเกลื่อน..?


ณ ปัจจุบัน กระแสที่กำลังฮิตของในโลกออนไลน์อย่างหนึ่ง คือ การคัฟเวอร์เพลง หรือ การนำเพลงของศิลปินมาร้องใหม่ในสไตล์ของตัวเอง อัดคลิป และอัพโหลดลงโซเชียลมีเดียชื่อดัง เช่น YouTube หรือ Facebook กระแสคัฟเวอร์เพลงส่งผลให้คลิปคัฟเวอร์เป็นที่นิยม บางคลิปมียอดวิวสูงกว่ามิวสิกวีดีโอของศิลปิน และยังสร้างชื่อเสียงให้นักร้องคัฟเวอร์คนนั้นเสียด้วย แต่รู้หรือไม่การคัฟเวอร์เพลงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์นะ!

คัฟเวอร์เพลง = ละเมิดลิขสิทธิ์

“เพลง” เป็นงานดนตรีกรรมอันมีลิขสิทธิ์และได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ผู้ใดนำเพลง มาทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่สู่สาธารณะชน ย่อมถือเป็นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์
ดังนั้น การร้องเพลงคัฟเวอร์ ถ่ายวีดีโอ และนำไปเผยแพร่ จึงเป็นทั้งการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่สู่สาธารณะชนซึ่งเพลงอันเป็นลิขสิทธิ์ของศิลปินหรือค่ายเพลง ผู้คัฟเวอร์จึงมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27

คลิปของฉัน ‪‎ลิขสิทธิ์ของฉัน‬
คลิปคัฟเวอร์ที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียมีหลายลักษณะ บางคลิปเป็นการถ่ายวีดีโอขณะตนกำลังเล่นดนตรีและร้องเพลงในห้อง บางคลิปถ่ายในห้องอัดเสียง บางคลิปถ่ายนอกสถานที่ ไล่ระดับไปเรื่อยๆ จนบางคลิปถึงขั้นมีการตัดต่อใส่เรื่องราวคล้ายเป็นมิวสิกวีดีโอขึ้นมาใหม่ ซึ่งทุกๆ คลิป จะมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือ คลิปนั้นๆ ผู้คัฟเวอร์เป็นผู้ขับร้อง ถ่ายทำ รวมถึงตัดต่อขึ้นมาเอง แต่รู้หรือไม่ คลิปนั้นไม่ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้คัฟเวอร์นะ!
เงื่อนไขหนึ่งของการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ คือ การริเริ่มด้วยตนเอง (Originality) ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้ทำหรือก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง โดยไม่ได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงขึ้นมาจากงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น แม้คุณจะขับร้องด้วยเสียงของคุณเอง หรือคุณเป็นผู้เรียบเรียงดนตรีใหม่ ถ่ายทำและตัดต่อคลิปคัฟเวอร์ขึ้นด้วยฝีมือของคุณเอง แต่ในเมื่อเพลงที่นำมาร้องเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่นซึ่งคุณไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาคัฟเวอร์แล้ว คลิปนั้นก็ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของคุณอยู่ดี




คัฟเวอร์เพลงอย่างไรให้ถูกลิขสิทธิ์
การคัฟเวอร์เพลงให้ถูกลิขสิทธิ์ ผู้คัฟเวอร์จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงนั้นๆ ก่อน โดยต้องเข้าทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิพร้อมทั้งจ่ายค่าสิทธิให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งตามนโยบายทั่วไปของค่ายเพลงในประเทศไทย ศิลปินและนักแต่งเพลงจะทำสัญญาโอนลิขสิทธิ์ให้ค่ายเพลงโดยได้รับค่าตอบแทน ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงได้แก่ ค่ายเพลง การคัฟเวอร์เพลงอย่างถูกลิขสิทธิ์จึงเริ่มจากการตรวจสอบว่าเพลงที่ต้องการคัฟเวอร์อยู่ในสังกัดของค่ายเพลงใด จากนั้นให้ติดต่อไปยังค่ายเพลงนั้น สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิและค่าสิทธิ และเข้าทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและชำระค่าสิทธิแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ โดยแต่ละค่ายเพลงก็จะมีนโยบายการอนุญาตให้ใช้สิทธิต่างกันไป

ทำไมคลิปคัฟเวอร์ถึงเพลงยังมีอยู่มากมายบน YouTube
ถึงแม้ว่าการคัฟเวอร์จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของค่ายเพลงหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่คลิปคัฟเวอร์ก็ยังคงปรากฏอยู่มากมายบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเว็บไซต์ YouTube สาเหตุหลักมาจากเหตุผลทางการตลาด การมีผู้คัฟเวอร์เพลงหลายรายบ่งบอกได้ว่าเพลงนั้นเป็นที่นิยมมาก และยิ่งมีคลิปคัฟเวอร์มาก ก็จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์และกระตุ้นยอดขายของค่ายเพลงให้ดีขึ้นได้ด้วย

นอกจากนี้ YouTube มีระบบ Content ID ซึ่งเป็นบริการสำหรับเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเลือกให้จัดการกับวีดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของตน โดยเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถเลือกบล็อกวิดีโอไม่ให้สามารถดูได้ (Block) ปิดเสียงที่ตรงกับดนตรีของเจ้าของลิขสิทธิ์ (Mute) หรือ สร้างรายได้จากวิดีโอโดยการเล่นโฆษณาบนวิดีโอ (Monetize) คลิปคัฟเวอร์จึงเป็นหนทางสร้างรายได้ให้แก่ค่ายเพลงอีกทางหนึ่ง

แม้การคัฟเวอร์จะเป็นผลดีแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ในแง่การตลาดและการสร้างรายได้ค่าโฆษณาผ่านระบบของ YouTube แต่ผู้เขียนย้ำขอให้นักร้องคัฟเวอร์ทั้งหลายอย่างลืมว่า การคัฟเวอร์เพลงยังคงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของสิทธิอยู่เช่นเดิม หากเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการจะฟ้องร้อง เค้าย่อมใช้สิทธิของเค้าได้ ดังนั้น ควรทำให้การคัฟเวอร์ของคุณถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์โดยการขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์


ที่มา: เฟซบุ๊คเพจ CSI ThaiElaws
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -