- Advertisement -

สุดสลด!! เมื่อพ่อกับแม่ทะเลาะกัน และลูกน้อยวัย 5 ขวบและ 7 ขวบต้องมาเห็นภาพแบบนี้


เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. 58 ร.ต.ท.มนตรี รัตนพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งเหตุแทงกันตายในซอยเปียร์นนท์ หมู่บ้านฉัตรณรงค์ 4 ม.3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น บริเวณประตูหน้าบ้านพบผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย หญิง 1 ราย นอนกอดกันอยู่มีเลือดท่วมตัวทั้ง 2 ราย เป็นหญิงสาวอายุประมาณ 28 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่บริเวณหน้าอก 3 แผล และชายอายุประมาณ 42 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่บริเวณหน้าอก 1 แผลและมีมีดปลายแหลมประมาณ 1 ฟุตเสียบคาอยู่ที่หน้าอก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในบ้านหลังดังกล่าวยังพบลูกของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนร้องไห้อยู่เป็นเด็กผู้ชาย 1 คน อายุ 7 ขวบ และเด็กผู้หญิง 1 คน อายุ 5 ขวบ ทางญาติได้นำตัวเด็กทั้ง 2 คน ออกไปจากที่เกิดเหตุก่อนแล้วเพราะไม่อยากให้เด็กเห็นภาพสะเทือนใจ




สอบถามญาติของผู้ตายทั้ง 2 คน กล่าวว่า ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ผู้ชายทำงานรับจ้างเป็นช่างไฟฟ้า ส่วนผู้หญิงเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงาน ทั้ง 2 คน ชอบทะเลาะกันอยู่บ่อยๆจนเพื่อนบ้านข้างเคียงไม่อยากมีใครสนใจ จนเมื่อช่วงเช้ามีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้บ้านผู้ตายมาบอกว่าทั้ง 2 คนทะเลาะกันและภรรยาวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือแต่สามีวิ่งตามมาและทั้งคู่ก็นอนแน่นิ่งไป ตนจึงรีบวิ่งมาดูเห็นหลานทั้ง 2 คนยืนร้องไห้อยู่จึงนำตัวออกมาก่อนและได้เข้าไปดูทั้ง2 คนปรากฏว่าเสียชีวิตแล้วจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

นางพะเยาว์ คำงาม ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกล่าวว่า ผู้ตายทั้ง 2 คน มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำจนชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่อยากยุ่งเพราะเคยเข้าไปห้ามหลายครั้งแล้วแต่กลับโดนผู้ตายฝ่ายชายด่าว่าออกมาและเมื่อเช้าผู้ตายทั้ง 2คนก็ทะเลาะกันอีกแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วคาดว่าสามีแทงภรรยาเสียชีวิตก่อนจากนั้นจึงแทงตัวเองตายตามส่วนสาเหตุที่สามีลงมือก่อเหตุคาดว่าน่าจะมาจากการหึงหวงเพราะภรรยาอายุน้อยกว่าและมีปากเสียงกันบ่อยและได้เชิญตัวญาติผู้เสียชีวิตไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สภ.คูคต อีกครั้งหนึ่งส่วนผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


ที่มา: Banmuang
แชร์ไปยัง Google Plus
- Advertisement -