- Advertisement -

สะเทือนใจ!! สาวทั้งรักทั้งเกลียดพ่อมาก แต่ผู้คนกลับเห็นใจถ้าได้รู้เหตุผล!!


เป็นเรื่องราวที่เรียกว่าสะเทือนใจไม่น้อยเลยสำหรับปัญหาครอบครัวที่ทำให้เด็กสาวถึงขั้นเกลียดพ่อตัวเองจนแทบไม่อยากจะมองหน้าและไม่อยากจะเรียกว่าพ่ออีก กับสิ่งที่เธออึดอัดและต้องทนอยู่มานานแสนนาน จนต้องมาตั้งกระทู้ในเว็บพันทิปชื่อกระทู้ว่า "ฮีโร่นอกบ้าน คือยักษ์ในบ้าน" ตั้งโดยคุณ สมาชิกหมายเลข 2020444 โดยเรื่องราวของเธอนี่ได้รับความสนใจและเห็นใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมากเลย ไปดูกันว่าเธอต้องเผชิญกับเรื่องอะไรทำไมถึงมีความคิดเกลียดพ่อแบบนี้...


สวัสดีค่ะ ปกติไม่ได้เล่นพันทิพย์นะคะ อ่านอย่างเดียว แต่วันนี้มีเรื่องอัดอั้นตันใจ อยากจะมาเล่าให้โลกใบนี้รับรู้จริงๆ เริ่มเลยละกันค่ะ คือตั้งแต่เราจำความได้ตั้งแต่เด็กๆ ก็คือ พ่อกับแม่จะทะเลาะกันมาตลอด พ่อจะเป็นคนที่โหดร้ายและน่ากลัวมาก พูดอะไรผิดหูแค่นิดเดียว ก็จะตบตี ไม่ใช่แค่ครั้ง สองครั้ง หรือสิบครั้ง แต่ต้องเรียกว่านับไม่ถ้วนเลยดีกว่า เวลาเค้าอารมณ์ดี ก็จะดีใจหาย แต่ก็มีไม่มากหรอกที่จะอารมณ์ดี พ่อเรารับราชการ ตอนนี้ซี 9 ละ เป็นหัวหน้าฝ่าย...อยู่เขตๆ หนึ่ง ภายนอกดูเป็นคนจิตใจดีมากกกก มีเมตตากับลูกน้อง ใจบุญขยันทำงาน แต่ข้างในอ่ะหรอ ทั้งตบตี กระทืบ ขู่ฆ่าลูกกับเมียสารพัดเรานี่โตมาด้วยความหวาดกลัว

จะเล่าคร่าวๆถึงเรื่องที่จำได้แล้วกันนะคะ ว่ามันเป็นยังไงขอไล่ตั้งแต่เด็กที่สุดไปจนปัจจุบันนะคะมีครั้งนึง ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด แม่เราก็จะแพ็คกระเป๋า มีน้ำ ขนม ใส่กระติกไปกินบนรถ จัดเสื้อผ้าอย่างดีไปถึงระหว่างทาง พ่อขับรถไวมาก ประมาณ 120-140 ได้ แม่เราก็เลยบอก "พ่อ ขับเบาๆ หน่อย" แค่เนี้ย คือเชื่อมั้ย เค้าเบรคเอี๊ยด หันมาตบหน้าแม่ แล้วบอก "ลงไปเลย"


คือเค้าไล่แม่เราลงจากรถ แต่แม่เราก็แบบ โอเค แม่ขอโทษ เค้าก็ตบหน้าแม่อีก บอกให้แม่เราเงียบปาก แล้วเค้าก็ขับรถต่อ คือขับไวกว่าเดิม น่ากลัวมาก คือสรุปไปเที่ยวต่อแต่เราจำเรื่องเที่ยวไม่ได้เลยจริงๆ มันไม่สนุก มันมีแต่ความทุกข์ ความกลัวซึ่งตอนนั้นเราน่าจะอยู่ประมาณประถมต้นๆ


ตอนเช้าๆ ก่อนไปโรงเรียน แม่เราจะตื่นก่อน ขึ้นมาทำกับข้าวให้เรากับน้องชายแล้วก็พ่อได้กินก่อนออกจากบ้าน แล้วก็จะมีข้าวกล่องให้เรากับน้องไปกินตอนเที่ยง คือเรากับน้องชอบข้าวกล่องมากๆ บางทีแม่ก็ทำเผื่อเพื่อนๆ ที่ชอบมาขอกินข้าวที่แม่ทำ


เชื่อมั้ยคะ ด้วยความที่พ่อเราต้องไปส่งเรากะน้องก่อนไปทำงาน บางวันเค้าก็ทิ้งเรากับน้องไว้กลางทาง ให้ขึ้นรถเมล์ เรากับน้องก็ไม่ได้อะไรนะ แต่ทุกวันกลับมาบ้าน แม่ก็จะถาม ที่รร. เป็นไงบ้าง พอแม่รู้ว่าพ่อปล่อยให้เรากับน้องต้องขึ้นรถเมล์ แม่เราก็โกรธพ่อมาก ตอนนั้นเรา ป.3-4 นี่แหละ พอแม่ถามพ่อว่าทำไมปล่อยลูกกลางทาง แม่เราก็จะโดนทำร้ายร่างกาย ทำร้ายนี่ไม่ใช่ธรรมดานะ อยู่ที่ว่าเค้าโมโหระดับไหน ถ้าแค่เบาๆ แบบบอกให้ขับรถช้าๆ ก็แค่โดนตบ โดนตะคอก กู แต่ถ้ามากหน่อย ก็จะโดนต่อย เตะ แรงมากๆ ถ้าล้มก็จิกหัวขึ้นมากระทืบต่อ ลากแม่เราลงบันไดบ้างล่ะ เสื้อนี้ขาดไปหมด ช้ำไปทั้งตัว

บางวัน เช้าๆ ก่อนเราไปโรงเรียน พ่อกับแม่มีปากเสียงกัน (ส่วนมากก็จะเพราะเรื่องที่พ่อเรา ปลุกเรากับน้องตั้งแต่ตี 4 บางทีก็ตี3ครึ่ง เรามักจะไปถึง รร. ไม่เกินตี 5 ไปนั่งรอประตู รร. เปิด ) ถ้าวันไหนมีปากเสียงกัน วันนั้นจะไม่ได้กินข้าวกล่องแม่ ไม่ใช่ว่าแม่ไม่ทำให้กินนะ แต่พ่อบอกให้เททิ้ง ไม่เททิ้ง โดนกระทืบ (ขอโทษที่หยาบคายนะคะ แต่เป็นแบบนี้จริงๆ) ไม่ทิ้งคือโดนตบ

พ่อเราเป็นคนเจ้าชู้ แต่คือ เค้าจะปฏิเสธตลอด แต่แม่เราก็จับได้เรื่อยๆ ตอนช่วง ป.3-4 นี่แหละ มีวันนึง แม่ทำกับข้าวอยู่ พ่อเราเดินมาในครัว ลากแม่เรามาตบ เตะ กระทืบ เพราะแม่เราถามพ่อเรื่องผู้หญิง

มีครั้งนึงมันรุนแรงมากจริงๆ เค้าทำร้ายแม่เราในห้อง เราก็จำได้ไม่หมดว่ามันเป็นเรื่องอะไร พ่อเราทำแม่แรงมาก เตะอัดเข้าทีสีข้าง ตบหน้าแม่ ซ้ายที ขวาที ต่อย จิกผม บีบคอ เรากลัวแต่ก็กลัวแม่จะตาย เราก็ไปห้าม ขอ คุณพ่อ หนูขอเถอะนะ อย่าทำคุณแม่เลย เค้าไม่ฟัง เค้าแทบไม่สนด้วยซ้ำว่าเราอยู่ตรงนั้น บอกแค่ว่า ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูจะทำให้หนักกว่านี้อีก ละก็ทำร้ายหนักขึ้น เราก็ทั้งร้องไห้ อ้อนวอน ก็ไม่เป็นผล เค้ายิ่งทำหนักขึ้น เราเลยยอมวิ่งออกจากห้อง แม่เราตอนนั้นสะบักสะบอมมาก เอื้อมมือมาเกาะขาเรา บอกว่า ...อย่าไปนะลูก แล้วพ่อเราก็ถีบเราออกมา

มันเจ็บปวดอ่ะ ช่วยแม่ก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากฟัง หรือดูแม่โดนทำร้าย เวลานอนไม่เคยนี่ต้องเงี่ยหูคอยฟังว่า คืนนี้เค้าตีกันหรือเปล่า คุณปู่คุณย่าต้องลงมาห้ามตลอด แต่ถ้าวันไหนปู่ย่าไปทำบุญ(ไปเป็นทัวร์) ที่ต่างจังหวัดนะ วันนั้นแหละ บ้านพัง อ้อ ลืมบอกค่ะ ว่าพอพ่อเราทำร้ายจนสาแก่ใจ ผ่านไปซักวันสองวัน เค้าก็จะมาขอโทษ มาทำตัวตรงข้ามกับที่ตบตีไปเมื่อวันก่อน แม่เราก็อภัย วนไปวนมา ซ้ำไปซ้ำมาจนเราโต เพ่อเราทำร้ายมาตลอด เรากับน้องชายก็โดนตบตี โดนกระทืบมาตลอด แต่หน้าที่การงานเค้า ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จาก 5 ขึ้นไป 6 จาก 6 ไป7 ที่ทำงานมีแต่คนรัก ผู้หญิงคนอื่นๆ มีแต่คนอิจฉาแม่เรา ที่ได้พ่อเป็นสามี เพราะในที่ทำงาน พ่อเราเป็นคนโอบอ้อมอารี รักลูกน้อง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และที่สำคัญขยันทำงานมาก หาเงินเลี้ยงครอบครัว อ้อ ลืมบอกไป แม่เราก็ทำงานนะคะ รับราชการเหมือนกัน แต่ไม่ได้ก้าวหน้าเหมือนพ่อ แม่ทำงานทั้งในบ้าน นอกบ้าน แต่พ่อเรา ไม่เคยแตะงานบ้านเลยแม้แต่นิดเดียว





ช่วงม. ต้นเราเริ่มติดเพื่อน เริ่มไม่อยากอยู่บ้านละ บางวันก็จะขอไปนอนบ้านเพื่อนสนิท ตอนนั้นเริ่มไม่อยากอยู่บ้านละ เพราะมันมีแต่บรรยากาศที่อึดอัด และหวาดกลัว พ่อเราก็ยังทำร้ายแม่เรา เรากับน้องก็โดนเหมือนเดิม

เราเริ่มอยากสวย เห็นเพื่อนเจาะหู ก็เลยอยากเจาะบ้าง ก็เลยเจาะหูใส่ต่างหู พอพ่อเราเห็น ตอนนั้นไปกินข้าวนอกบ้านกัน แล้วเค้ากินเบียร์ คือพ่อเราเป็นประเภท เหล้าเข้าปากไม่ได้ ดื่มแอลกฮอล์ไม่ได้เลยนะ เค้าจะนักเลงมาก วันนั้นเค้าเห็นต่างหูที่หูเรา เค้าก็ถามเราว่า อยากหาผัวหรอ เจาะหู สั่งให้เราถอดต่างหู เราก็ถอด อายญาติๆ ก็อาย ขับรถกลับบ้านปาดไปปาดมา เพราะเมา ทุกคนได้แต่เงียบ ถ้าใครพูดอะไรออกมานะ โดนตบแน่ เรานี่เริ่มชินกับสันดานของพ่อ ตอนนั้นคิดในใจ ถ้ารถคว่ำตาย ก็ตายด้วยกัน ช่างมัน

พ่อเราเป็นคนอุทิศชีวิตให้กับหน้าที่การงานมาก เค้าทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน (รับราชการนะ) คือจะหยุดแค่วะนเสาร์ แต่บางเสาร์เค้าก็ไปทำงานนะ มีครั้งนึง แม่โทรไปที่ทำงานพ่อ แต่พ่อไม่ได้ไป พอเค้ารู้ว่าแม่โทรไป ก็เข้าอีหรอบเดิมคือ ตบตี เตะ กระทืบ บีบคอ เราบอกให้แม่เลิกกับพ่อเถอะ แต่เค้าก็ดีกันทุกครั้ง เห้อ

จนเราขึ้นม. 5 จำได้เลย ตอนนั้นเรามีแฟนคนแรก คบกันตามภาษาวัยรุ่นทั่วไป พอถึงวันสงกรานต์ เราก็อยากไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ คือเราติดเพื่อน พ่อเราอ่ะ ไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก วันสำคัญไหนๆ ก็จะมีแต่แม่จนเราชินแล้ว พ่อเราอ่ะ ออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่ตี 4 เลิกงานสามสี่ทุ่ม เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะพ่อก็ไม่เคยมาสนใจว่าเราจะอยู่จะกิน จะเลือกเรียนสายไหน อะไรยังไง เราก็ขออนุญาตแม่ หนูขอไปเล่นน้ำกับเพื่อนนะ แม่ก็ไม่ว่า เราก็รอเพื่อนมาหาที่บ้าน แล้วบังเอิญพ่อเราก็มา ถามว่าจะไปไหน เราก็บอก ว่าจะไปเล่นน้ำกับแอม (ชื่อเพื่อนเรา ไม่ใช่นามสมมติค่ะ ชื่อของเพื่อนเลย) พ่อเราไม่ให้ไป เค้ารู้ว่าเรามีแฟน เค้าว่าเราว่าจะไปหาผัว เราก็บอกว่าเราไปกับเพื่อนจริงๆนะ เดี๋ยวแอมมาหาที่บ้าน เท่านั้นแหละ พ่อเราต่อยเราที่หน้าหนึ่งที แรงมาก เราก็เงยหน้ามามองพ่อ ถามว่าคุณพ่อต่อยหนูทำไม เค้าก็ต่อยเราอีก เราเจ็บมาก โมโหด้วย เราเลยบอก เอาอีกสิ (ไปท้าเค้าอีกนะ - -" ตอนนั้นมันเหมือนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ) เค้าก็เลยต่อยเรารัวๆเลย สรุปวันนั้นไม่ได้ไปเล่นน้ำกับเพื่อน แต่ไปคลินิคแทน หน้าเขียวช้ำ โชคดีนะที่เป็นปิดเทอม ไม่งั้นไม่รู้จะบอกครูกับเพื่อนที่รร. ว่ายังไง

ช่วงม.5-6นี่แหละ ที่เราเริ่มอดทนกับสันดารของพ่อไม่ไหว เราเริ่มย้อน เริ่มมีปากมีเสียง เริ่มไม่ยอมให้เค้าทำรุนแรงแบบไม่มีเหตุผลอีก วันนั้นเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ แต่งตัวจะไปเรียน ตอนนั้นเราอยู่ม.6 กำลังต้องเตรียมตัวสอบ O-Net A-Net เราเองไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร มีอะไรก็สอบหมด ความถนัดวิศวกรรม กสพท. ทีนี้ เราบอกแม่ว่ามันต้องจ่ายค่าสอบ กสพท ด้วยอ่ะ เราก็จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ คือเค้าก็ให้เราเปิดเว็บให้ดูแล้วในเว็บมันใกล้จะปิดแล้ว แต่คือที่รร. เราครูบอกว่ายังสมัครได้ แต่พ่อเราหาว่าเราโกหก เค้าปาถุงเท้ามาใส่จานเรา พูดกับเราว่า คิดว่ากูโง่หรอ เราก็ไม่อยากมีเรื่องนะ เราเลยบอกพ่อว่า ถ้าคุณพ่อไม่เชื่อ หนูไม่สอบแล้วก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร เค้าก็บอกว่าเราจองหอง ทำเป็นเก่งไรเงี้ย คือไม่ได้อะไรนะคะ เราอะพูดจาดีมาก คือเราหลีกเลี่ยงบรรยากาศแบบเดิมๆ เราไม่กล้าหือกับเค้าหรอก แต่ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าจะดีแค่ไหนก็โดนตบ ตอนนั้นเราโกรธมาก มันไร้เหตุผลมาก นี่คือขอเงินไปจ่ายค่าสมัครสอบ ไม่เชื่อ ไม่ให้ก็ไม่เอา แล้วมาตบเราทำไม เราเดินออกจากห้องเลย เค้ารีบตามมา เรียก อี(ชื่อเรา) จะไปไหน เราทนไม่ไหวแล้ว กรี๊ดแบบดังที่สุด กะให้ข้างบ้านได้ยินให้หมด แล้ววิ่งหนีออกจากบ้านเลย เราใส่ชุดนักเรียน ไม่ใส่รองเท้า วิ่งออกมา พ่อเราก็ตามมา เราไม่รู้จะหนีไปไหน เค้าสตาร์ทรถจะขับตามเรา เราเห็นประตูบ้านเพื่อนในซอยมันเปิดพอดี

เราวิ่งเข้าบ้านเพื่อนเลย เพื่อนเราก็งง ว่ามีอะไร เราบอกจุๆ ขอแอบหน่อยนะ เราหนีพ่ออยู่ นั่นเป็นครั้งแรกที่คนอื่นเริ่มรับรู้ว่าบ้านเราไม่ได้อบอุ่นเหมือนภายนอกที่เห็น พ่อขับรถไวมาก แต่หาเราไม่เจอหรอก เราไม่ได้วิ่งเข้าซอยนี่นา เรามาแอบในบ้านเพื่อน พอเค้าขับเลยไป เรารีบวิ่งเข้าบ้าน จะไปเอารองเท้า เราคิดนะ เราไม่อยู่ละบ้านนี้ เราจะไป ไปไหนก็ได้ เราทนไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ทันไร พ่อเราดันวนรถกลับมา เรากลัวมาก กลัวตาย วิ่งขึ้นไปหาปู่ย่า ที่ชั้นสาม แต่เค้าดันไปทำบุญ เค้าไม่อยู่ TT แต่ยังมีความโชคดีอยู่ คือพ่อเราไม่เคยสนใจปู่ย่า พ่อเราเลยไม่รู้ว่าปู่ย่าไม่อยู่ เค้าเลยไม่เดินขึ้นมา เราก็แอบอยู่ข้างบน รอนานมาก จนเค้าออกไปทำงาน เราก็เก็บข้าวของไม่ไปละ รร. กลัวพ่อไปดักรอ แม่บอกให้ไปนอนบ้านเพื่อรก่อน...


คือจะบอกว่า ตลอดเหตุการณ์ แม่เราห้ามพ่อนะ แต่พ่อเราเป็นคนไม่ฟังใคร ไม่ควบคุมอารมณ์ ไม่มีสติเลย ตอนนั้นเราเลยต้องไปอยู่กับเพื่อนอยู่พักนึง ตลอดระยะเวลาจนถึงปัจจุบัน พ่อเราทำร้ายแม่มาตลอด แต่มาน้อยลงช่วงเราขึ้นมหาลัย แต่ก็แค่น้อยลงนะ แต่ยังทำอยู่ จนเมื่อปีที่แล้ว เราท้อง เรายังไม่ได้แต่งงานกับแฟน พอรู้ว่าเราท้อง แฟนเราก็ให้ที่บ้านไปขอ แต่พ่อเราไม่คุย ไม่ให้แต่งงาน เค้าบอกให้เราไปทำแท้ง เค้าบอกว่าเค้าอยากเห็นเราประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่มาท้องก่อนแต่ง เค้าแนะนำที่เสร็จสรรพ ตอนนั้นเราท้องได้เดือนกว่าๆ เอง เค้าบอกเราว่า มีเวลาถึงหกเดือน คลินิคที่เค้าบอกให้ไปทำเป็นคลินิคถูกกฎหมาย ไม่อันตราย เราเครียดมาก ทำแท้งมันไม่อยู่ในหัวเราเลย แฟนเรา บ้านของแฟนเรา บอกเราว่าห้ามทำนะ แต่พ่อเราจะพาเราไปทำ เค้าบอกว่าบ้านแฟนเราอ่ะ ไม่ใช่คนดีหรอก แฟนเราด้วย เด็กกว่าเรา 4ปี เดี๋ยวแก่ไปมันก็มีใหม่ พวกผู้หญิงมีผัวเด็กอ่ะ ผัวนอกใจทุกคนแหละ ไม่มีใครชอบผู้หญิงแก่กว่าหรอก พูดกับเรานะ รู้มั้ย นมผง แพมเพิส ราคาเท่าไหร่ มีปัญญาเลี้ยงหรอ (เราคิดในใจนะ นี่หรอคือความคิดผู้ที่ทำงานรับราชการระดับ9 ผู้เป็นที่รักของคนในที่ทำงาน ที่แลฃลสนโอบอ้อมอารี มีเมตตา) แฟนเราบอกว่า ไม่ต้องไปคุยกับที่บ้านละ ให้เราอยู่กับเขา เราไม่มีใครก็ยังมีเค้า TT ส่วนแม่เรากำลังมาถึงขั้นแตกหักกับพ่อ เค้าหย่ากันตอนเราท้องประมาณสามเดือน ตอนนี้เราไม่กล้ากลับบ้าน เรากลัวพ่อจะทำเราแท้ง

มีวันนึง ตอนนั้นท้องเริ่มโตละ พ่อเรากระทืบแม่เราอีก แรงมาก เขียวช้ำไปหมด เราต้องกลับไปห้าม ดีที่เราไปถึงมันจบพอดี แต่ครั้งนั้นทำให้พวกเรา สามคนแม่ลูกหมดความอดทนจริงๆ อีกต่อไป พ่อเรานี่ตีแม่ตั้งแต่เราจำความได้ยันเรามีลูกอ่ะ หลังจากนั้น เราคลอดลูก เหมือนอะไรจะดีขึ้นมานิดนึง แต่ก็แค่แปปเดียว

พ่อกับแม่เราหย่ากันเพราะที่เค้ากระทืบแม่เราครั้งล่าสุดนี่แหละ และเวลาก็ผ่านมาจนมาถึงเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2558 หรือก็คือเมื่อวานนี่เอง เรามีปากเสียงกับคนใช้ที่บ้าน คือขอพูดแบบรวบรัดเลยว่า มันขี้เกียจ และทำตัวมีพิรุธหลายอย่าง และที่รับไม่ได้เลยคือปากมาก วันๆเอาแต่ร่อนไปร่อนมา งานการไม่ค่อยเสร็จหรอก แต่มันเป็นคนพูดจาดีมากนะ พูดหวานพูดเพราะ ขี้ประจบ ดูภายนอกเหมือนคนดี แก่กว่าแม่เรา 6-7 ปี ที่เราไปว่ามัน เพราะมันขึ้นเสียง เถียงแม่ เราก็บอกถ้าอยู่กันไม่ได้ก็ออกไปเหอะ คือง่ายๆว่าไล่ออก แล้วแม่เราก็มาปรามให้เราใจเย็นๆ หลังจากนั้น เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เราไม่รู้ว่าคนใช้ไปพูดอะไร แต่ที่พ่อเราทำคือ เดินเข้ามาในบ้านหลังที่เปิดร้านเกมส์ ซึ่งแม่เรานั่งอยู่ในร้าน ถือปืนมาจ่อแม่เรา คนในร้านตกใจกันหมด บางคนที่ไม่ได้สังเกตก็นั่งเล่นเกมส์ต่อ แต่คนที่เห็นก็ลุกออกจากร้าน แม่เราหนีขึ้นชั้นสอง ขึ้นไปบนห้องล็อคประตู พ่อเราตามขึ้นไป ถีบประตู น้องชายเราวิ่งมาห้ามพ่อ พ่อหันมาเอาปืนจ่อหัวน้องแล้วขึ้นไก น้องเราพูดขอชีวิต เค้าไล่น้องเราออกจากห้อง ถีบประตูปิด หันปืนไปจ่อหัวแม่น้องเราก็ไม่ยอม เปิดประตูเข้าไป แม่เราก็ร้องขอชีวิต จนมันยอมลดปืนลง พร้อมด่า ไล่แม่เรา ข่มขู่แม่เรา บอกให้โทรเรียกเรามา จะยิงแม่ให้ตายต่อหน้าเรา แต่แปลกมาก คือตอนนั้น อยู่ดีๆก็โทรหากันไม่ได้ น้องเราเกลี้ยกล่อม จนพ่อเรายอมกลับบ้านอีกหลังไป (บ้านอยู่ติดกัน) มีคนโทรแจ้ง ตร. เมื่อคืนไปกันเยอะมาก แต่แม่เรายังไม่ดำเนินคดี คือยังไม่รู้จะเอายังไง ถ้าดำเนินคดีไป เค้าจะตามมาฆ่าแม่เรามั้ย หน้าที่การงานเค้าก็ใหญ่โต รู้จัก ตร. ชั้นผู้ใหญ่มากมาย ตัวเค้าเองก็ซี9 ตอนนี้แม่เราไปอยู่ต่างจังหวัด ส่วนเราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะตามมายิงวันไหน

เมื่อเช้าวันนี้ ก่อนที่เราจะมานั่งพิมพ์ พ่อเราโทรมาหาเรา ข่มขู่ ขู่ฆ่า บอกจะตามฆ่าแม่เรา ตามฆ่าเรา จะพังร้านเกมส์ของเรา(ที่บ้านแฟนลงทุนให้ เพิ่งเปิด) ถ้าเจอเราจะเอาคัตเตอร์กรีดหน้า พูดด่าเราสารพัด เราทำไป ทุกอย่างที่เราทำ คือเราปกป้องแม่ แต่เค้ากลับบอกว่าเราเนรคุณต่อเค้า อยากรู้ว่าแม่เราจะมุดอยู่ในรูได้นานแค่ไหน คลิปวีดิโอตอนเค้าโทรมาขู่ฆ่า เราก็อัดไว้หมด มีครบทุกอย่าง แต่ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงเลยจริงๆ ดำเนินคดีก็กลัวเค้าออกจากงานแล้วจะว่าง มาตามฆ่าแม่เรากับเราอีก ลูกเราก็เพิ่งจะ 6 เดือน

ตอนเราท้อง ช่วงท้องแก่เราไม่กลับบ้านเลยนะคะ เค้าก็บอกนะ เหมือนเค้าไปคิดได้ เค้าบอกว่าไม่เอาออกก็ไม่เป็นไร หลานคนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้ พอวันเราคลอด เค้ารู้ข่าว ก็โอนเงินมาให้เรา สองหมื่น คือความดีของพ่อก็มีนะคะ แต่เวลาเค้าโมโห เค้าไม่ฟังใคร เค้าสนแต่จะระบายอารมณ์ ทำร้ายทุกคนแล้วมาขอโทษ มันทำให้ทั้งรักทั้งเกลียด ไม่อยากให้พ่อติดคุก ไม่อยากให้เดือดร้อน แต่ก็กลัวจะถูกทำร้าย แค่อยากไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกันก็พอใจแล้ว ตอนนี้มีหน่วยงานติดต่อมาสอบถามแล้วค่ะ แต่พอดีอยู่ข้างนอก เลยยังไม่สะดวกคุยรายละเอียด





ที่มา: Teenee
Google Plus
- Advertisement -