- Advertisement -

"3 Guys 1 Hammer" หนังเล่นจริง ฆ่าจริง โดยกลุ่มวัยรุ่นโรคจิตที่อายุเพียง 19 ปีเท่านั้น!!

เรื่อง ที่นำเสนอต่อไปนี้ อาจจะยาวไปซะหน่อย แต่อยากจะนำเสนอถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ทำกับเพื่อน ร่วมโลกทุกชนิด ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ด้วยกัน เพียงเพื่อสนองความบันเทิงให้แก่ตนเอง

ในปี 2007 ได้เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้นที่เมืองเดอโพรเพตรอฟสค์ (Dnepropetrovsk) เมืองอุตสาหกรรมใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศยูเครน เมื่อมีวัยรุ่นสามคนที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า ผู้บ้าคลั่งแห่งเดอโพรเพตรอฟสค์ (Dnepropetrovsk Maniacs) พวกเขาได้ฆ่าคนจำนวน 21 ราย ในช่วงเวลาเพียง 3 สัปดาห์ แต่ที่น่าตกใจ พวกเขาได้ถ่ายภาพวินาทีสังหารโหดเหยื่อรายหนึ่งลงในเทปวีดีโอเพื่อเก็บไปที่ระลึก และมีความคิดจะนำไปขาย ต่อมาเทปดังกล่าวถูกมือดีแอบไปโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตในชื่อ “3 Guys 1 Hammer" จนโด่งดังไปทั่วโลก

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2007 เหยื่อรายแรกเป็นหญิงท้องถิ่นอายุ 33 ปี ชื่ออีคาเทริน่า อิลเช็งโก (Ekaterina Ilchenko) ที่กำลังออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปอพาร์ทเมนท์เพื่อนของเธอ ระหว่างทางเธอก็ถูกกลุ่มคนร้ายดักทำร้ายโดยใช้ค้อนทุบเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรง เธอล้มลงและถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ ก่อนที่จะถูกพบเป็นศพในตอนเช้าวันถัดไป

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหลังจากสังหารเหยื่อครั้งแรก กลุ่มฆาตกรก็ลงมือฆ่าเหยื่อรายต่อไปอย่างรวดเร็ว โรมัน ทาทาเรวิช (Roman Tatarevich) กำลังนอนหลับอยู่บนม้านั่งในบริเวณที่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งแรก จากนั้นเขาก็ถูกทุบด้วยค้อนที่ศีรษะหลายครั้ง ศพของเขาถูกพบในสภาพตายคาม้านั่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่น

ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกันก็มีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มเติมคือ อีฟจีนิยา กริซเช็งโก (Evgeniya Grischenko) และนิโคไล เซอร์ชัค (Nikolai Serchuk) โดยจุดที่เกิดเหตุอยู่ในเมืองใกล้เคียงกับเดอโพรเพตรอฟสค์

ต่อมาในคืนวันที่ 6 กรกฎาคม มีเหยื่อเพิ่มสามคนซ้อน รายแรกคืออีกอร์ เนคโวโลด้า (Egor Nechvoloda) ทหารใหม่ที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลมาหมาดๆถูกกระบองตีที่ศีรษะขณะเดินออกจากไนต์คลับ ก่อนศพจะถูกพบตอนเช้า รายที่สอง เอลินา ชราม (Elena Shram) ยามอายุ 25 ถูกฆาตกรรมที่มุมถนนโคซิโอร่า (Kosiora) และผู้หญิงชื่อวาเล็นทิน่า ฮานซา (Valentina Hanzha) ก็ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ไม่กี่วันต่อมา เด็กชายสองคนอายุ 14 ปีจากหมู่บ้านโพดโกรอดนอย (Podgorodnoye) ถูกทำร้ายตอนกำลังไปตกปลาทั้งที่เป็นตอนกลางวันแสกๆ เด็กชายคนหนึ่งถูกฆ่า ในขณะที่อีกคนสามารถหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้สเก็ตช์ภาพฆาตกรตามคำบอกเล่าของเด็กชายที่รอดชีวิตเอาไว้

หลังจากนั้นก็มีคดีฆาตกรรมตามมาต่อเนื่องอีก 14 รายและคดีทำร้ายร่างกายหลายราย จากการวิเคราะห์รูปแบบการฆาตกรรมต่อเนื่องรายนี้ก็พบว่า กลุ่มฆาตกรเลือกเหยื่อแบบสุ่ม อย่างเลือดเย็น และไร้ความปรานี เหยื่อมีหลายช่วงอายุ โดยไม่สนว่าเป็น เด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ ขี้เมา ขอทาน หากเหยื่อเปิดช่วงโหว่เมื่อไหร่ฆาตกรจะจู่โจมทันทีด้วยวัตถุหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นค้อน หรือท่อนเหล็ก เหยื่อหลายรายถูกทรมาน เช่น ถูกทิ่มดวงตา หวดที่ศีรษะหรือใบหน้า เอาสิ่วเจาะลำตัวในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ตกเป็นเหยื่อรายหนึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์ได้ถูกตัดมดลูกออก แต่กระนั้นไม่มีรายงานว่าเหยื่อถูกทำร้ายทางเพศแต่อย่างใด

ส่วนใหญ่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทรัพย์สินส่วนตัวจะยังอยู่ครบ แสดงให้เห็นว่าฆาตกรไม่ได้ฆ่าคนเพื่อขโมยของมีค่า แม้บางรายจะมีทรัพย์สินหายไปบ้าง เช่น โทรศัพท์มือถือ แต่กระนั้นของที่หายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามพบในร้านค้ามือสองใกล้จุดที่เกิดเหตุ ซึ่งฆาตกรนำของมาขาย และสุดท้ายพื้นที่การก่อเหตุของฆาตกรก็กระจายเป็นวงกว้าง นอกเหนือจากตัวเมืองเดอโพรเพตรอฟสค์แล้วยังเกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองทำให้ทางการยากที่จะรับมือและป้องกัน ในช่วงเวลานั้นชาวบ้านต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่กล้าออกไปข้างนอกเพราะกลัวเป็นเหยื่อของฆาตกร

สาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มฆาตกรกลุ่มเดอโพรเพตรอฟสค์ยังคงลอยนวล คือในตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อว่าฆาตกรที่เกิดขึ้นในพื้นที่เดอโพรเพตรอฟสค์ เป็นฝีมือกลุ่มฆาตกรกลุ่มเดียวกัน ทำให้แต่ละคดีไม่มีการเชื่อมโยง อีกทั้งการสอบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ ตอนแรกถูกเก็บความลับเอาไว้ ไม่มีการเผยแพร่ความคืบหน้าให้คนในท้องถิ่นทราบ จนกระทั้งในวันที่ 14 กรกฎาคม ผู้หญิงอายุ 45 ปีคนหนึ่งชื่อนาตาเลีย มามาร์ชัค (Natalia Mamarchuk) ได้ขี่สกูตเตอร์ของเธอในหมู่บ้านดิโยว์ค (Diyovk) ในขณะที่เธอผ่านพื้นที่ป่า จู่ๆ ก็มีชายวัยรุ่นสองคนวิ่งเข้ามาผลักเธอล้มลงจนนอนกับพื้น พวกเขาหยิบค้อน ท่อแป๊ปเหล็ก และกระบองมากระหน่ำตีเพื่อที่จะฆ่าเธอ หากแต่กลุ่มฆาตกรยังไม่ทันที่จะทำอะไรมากนักเพราะชาวบ้านละแวกนั้นเกิดมาเสียก่อน ทำให้ชายสองคนหนีหายไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีการสเก็ตช์ภาพคนร้าย ปรากฏว่าหนึ่งในนั้นตรงกับภาพสเก็ตช์คนร้ายของเด็กชายที่รอดชีวิตก่อนหน้านี้ไม่มีผิด ทำให้การสืบสวนคดีฆาตกรรมคืบหน้ามากขึ้น และเริ่มมีกระจายการสืบสวนเป็นวงกว้าง เพื่อสอบปากคำพยานกว่า 2,000 ปาก

ภาพทีถูกบันทึกไว้ขณะกลุ่มเด็กนรกนี้ทำร้ายเหยื่อที่ปั่นจักรยานอยู่

ในเวลาต่อมาการสืบสวนตำรวจเริ่มเข้าใกล้ตัวกลุ่มฆาตกร เมื่อพวกเขาพบรายการทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปในโรงรับจำนำท้องถิ่น ซึ่งเมื่อมีการนำภาพสเก็ตช์คนร้ายมาให้คนในโรงรับจำนำก็พบว่าเป็นคนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชื่อผู้ต้องหาที่คาดว่าเป็นกลุ่มฆาตกรทั้งหมดสามคน แต่ที่น่าตกตะลึงคือผู้ต้องหาดังกล่าวนั้นเป็นเด็กวัยรุ่นอายุเพียง 19 ปี ประกอบด้วย วิคเตอร์ ซาเยนโก (Viktor Sayenko) อิกอร์ ซูพรันยัค (Igor Suprunyuck) และ อเล็กซานเดอร์ ฮานซา (Alexander Hanzha) ทั้งหมดเป็นเพื่อนกัน เรียนอยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน ครอบครัวของทั้งสามมีฐานะร่ำรวย และมีความสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลทางกฎหมายในท้องถิ่น

วันที่ 23 กรกฎาคม 2007 เด็กวัยรุ่นทั้งสามคนก็ถูกจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามรอยจากมือถือของเหยื่อที่นำมาจำนำ อีกอร์และวิคเตอร์ถูกจับในร้านค้า ส่วนอเล็กซานเดอร์ถูกจับที่บ้าน หลังจากสอบสวนอย่างหนักฆาตกรทั้งสามคนก็ได้รับสารภาพอย่างรวดเร็ว

จากซ้ายไปขวา อิกอร์ ซูพรันยัซค์ อเล็กซานเดอร์ ฮานซา วิคเตอร์ ซาเยนโก

วิคเตอร์ได้เล่าย้อนไปถึงมูลเหตุที่ทำให้ทั้งสามก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องว่า “ทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเพราะความกลัว ผมกับอิกอร์ทั้งคู่เป็นโรคกลัวความสูง และพวกเรากลัวที่จะโดนพวกนักเลงตีศีรษะ อีกอร์เลยเสนอวิธีการกำจัดความกลัวนี้ว่า เราสองคนควรไปยืนระเบียงชั้นที่ 14 ของอพาร์ทเมนท์หลายชั่วโมง โดยให้พวกเราแขวนอยู่เหนือราวบันได ซึ่งปรากฏว่าวิธีดังกล่าวเป็นผลดีในการรักษาความกลัว ส่งผลทำให้พวกเรา เยือกเย็น และต่างฝ่ายต่างเชื่อใจกันมากขึ้น”

ต่อมาอเล็กซานเดอร์เพื่อนของทั้งสองบอกว่าเขาเป็นโรคกลัวเลือด จะคลื่นไส้เมื่อเห็นเลือด อีกทั้งยังปฏิเสธที่จะอาบน้ำให้ลูกแมว เพราะว่าเขากลัวน้ำร้อนลวก อีกอร์เลยเสนอการแก้ปัญหานี้ด้วยการทรมาน และฆ่าสัตว์ ทั้งสามช่วยกันจับสุนัข หรือแมวจรจัดในพื้นที่ป่าใกล้บ้าน จัดการแขวนคอมันจากต้นไม้แล้วคว้านไส้พุงออกมา ก่อนที่พวกเขาก็ไปยืนถ่ายภาพข้างศพเป็นที่ระลึกมากมายหลายภาพ โดยมีใบหน้าสมาชิกกลุ่มติดมาด้วย นอกจากนั้นบางครั้งพวกเขายังทำสัญลักษณ์แปลกๆ มากมาย เช่น ใช้เลือดสัตว์วาดเครื่องหมายสวัสดิกะของพรรคนาซี หรือเอาเลือดมาระบายเป็นหนวดของอดอลฟ์ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) และทำความเคารพแบบนาซี (อิกอร์เกิดวันที่ 20 เมษายน วันเดียวกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์) นอกจากนั้นพวกเขายังถ่ายวีดีโอยาวหลายนาทีในคราวที่จับลูกแมวไปทรมาน พวกเขาทรมานมันที่โรงจอดรถในบ้านโดยใช้เทปกาวปิดปากกันเสียงร้อง จากนั้นก็ใช้ไม้ตี และถอดเล็บมันออก ก่อนจะยิงมันด้วยปืนสองนัด



วิคเตอร์ ซาเยนโก และอิกอร์ ซูพรันยัซค์ กับแมวที่พวกเขาฆ่า
(ภาพถ่ายดังกล่าวถูกนำไปใช้อ้างอิงในชั้นศาลเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2009)

พูดง่ายๆ เด็กวัยรุ่นสามคนเป็นเด็กนรกหนักสังคมอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งสามร่วมกันก่อกรรมบ้าๆ หลายครั้ง โดยครั้งหนึ่งอีกอร์เคยขโมยรถจักรยานของเด็กท้องถิ่นไปขายแต่เรื่องเกิดแดงเสียก่อน ทั้งสองเลยถูกจับกุมแต่ไม่ได้ติดคุก เพราะอายุของพวกเขายังเป็นเยาวชนอยู่ (พวกเขาอายุ 17 ปี ตอนนั้น)

เมื่อวัยรุ่นทั้งสามจบจากโรงเรียนมัธยม อเล็กซานเดอร์ทำตัวไร้แก่นสาร เริ่มก่อคดีเล็กๆน้อยๆ วิคเตอร์ทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ส่วนอิกอร์ประกอบอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ไม่มีใบอนุญาต (รถคันดังกล่าวได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อแม่) ซึ่งต่อมาแท็กซี่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นพาหนะในการไล่ล่าฆ่าเหยื่อของทั้งสาม โดยจากคำรับสารภาพพบว่า เหยื่อส่วนใหญ่ของพวกเขาจะเป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการรถแท็กซี่นั่นเอง

หลังจากถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการค้นบ้านของผู้ต้องหาทั้งสามเพื่อหาหลักฐาน แล้วก็พบสิ่งที่น่าตกตะลึงจนคดีโด่งดังไปทั่วโลก มีการพบภาพถ่ายและวีดีโอในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เต็มไปด้วยการทรมานสัตว์อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต นอกจากนี้ยังมีการบันทึกภาพการสังหารชายวัยกลางคนหนึ่ง ชื่อเซอร์ไก ยัทเซ็นโก (Sergei Yatzenko) ซึ่งเขาตกเป็นเหยื่อของกลุ่มวัยรุ่นทั้งสามเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2007 และศพของเขาถูกพบเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม

 อีกอร์ขณะสังหารเซอร์ไกในคลิป “3 Guys 1 Hammer"

เซอร์ไก ยัทเซ็นโก ตอนที่ถูกฆาตกรรมนั้นเขาอายุ 48 ปี พึ่งลาออกจากราชการเนื่องจากเป็นมะเร็งเนื้องอกในลำคอ หลังออกจากงานเขายังคงหางานทำรอบๆ หมู่บ้าน โดยทำงานก่อสร้างขนาดเล็ก ซ่อมรถยนต์ สานตะกร้า และทำอาหาร

เวลาประมาณ 02.30 น. เป็นวันที่เซอร์ไกถูกฆ่า เขาได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมหลาน หากแต่ปรากฏว่าเขาไปไม่ถึงที่หมายหายตัวไประหว่างทาง โทรศัพท์มือถือถูกปิด จนกระทั้งตอนเช้าภรรยาของเขาและเพื่อนได้เดินตามหารอบหมู่บ้าน แต่กระนั้นพวกเขาไม่สามารถแจ้งคนหายต่อทางการได้ เนื่องจากทางการยูเครนมีกฎหมายห้ามแจ้งประกาศคนหายจนกว่าเวลาจะผ่าน 72 ชั่วโมง จนต่อมาความช่วยเหลือของทางการก็มาถึงทำให้การกระจายกันค้นหาเป็นวงกว้างยิ่งขึ้น สี่วันต่อมามีพลเมืองดีคนหนึ่งออกมาให้เบาะแสว่าเห็นจักรยานยนต์ของเซอร์ไกถูกทิ้งในพื้นที่รกร้าง และเมื่อทำทำการค้นหาบริเวณดังกล่าวก็พบศพของเซอร์ไก ในสภาพที่ถูกตีกระหน่ำด้วยค้อน และถูกแทงด้วยไขควงจนตายอย่างทรมาน

ภาพนิ่งจากวีดีโอจากโทรศัพท์มือถือ อีกอร์รออยู่ริมถนนก่อนสังหารเซอร์ไก เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม 2007
ถุงพลาสติกสีเหลืองที่เขาถืออยู่คือที่ซ่อนค้อนของเขา และภาพดังกล่าวถูกใช้ในศาลเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2009 ถ่ายโดยวิคเตอร์

แต่สิ่งอันน่าตกตะลึงที่ทำให้คดีของเซอร์ไกมีความแตกต่างจากคดีอื่นๆ ก็คือ ฆาตกรได้จับภาพในช่วงนาทีการสังหารเขาลงไปด้วย ความจริงวิดีโอดังกล่าวยังไม่ได้เผยแพร่สู่สายตาสาธารณชน หากแต่ เมื่อวิดีโอภาพถูกนำไปเปิดในชั้นศาลร่วมกับหลักฐานภาพถ่ายอื่น ๆ กว่า 300 ภาพ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2008 ซึ่งวีดีโอดังกล่าวไม่มีการตัดต่อหรือเซ็นเซอร์ใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อให้แสดงให้เห็นว่าวิดีโอดังกล่าวเป็นของแท้ ที่ไม่ได้ถูกปลอมแปลง ดัดแปลงแก้ไข คนในศาลในวันนั้นรู้สึกช็อกกับสิ่งที่กลุ่มวัยรุ่นทั้งสามทำกับเหยื่อ

รายละเอียดของเทปวีดีโอดังกล่าวมีความยาวประมาณ 7 นาที แม้คุณภาพของกล้องและเสียงจะไม่ชัด และสั่นไปมา แต่ก็ทำหลายคนรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อภาพแรกปรากฏออกมาก็พบว่าเป็นภาพอีกอร์ และวิคเตอร์กำลังรุมฆ่าเซอร์ไก อย่างเลือดเย็นในป่าละเมาะจุดเดียวกับที่พบศพ (ส่วนอเล็กซานเดอร์เป็นคนจับภาพอยู่เบื้องหลัง)

ภาพเซอร์ไกหลังจากถูกสังหาร

“ตายห่า! บอกแล้วไง ให้ระวังเลือด” ทั้งสามคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน ราวกับว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องตลก เซอร์ไกถูกตีซ้ำๆ บนใบหน้า และดวงตาด้วยค้อนที่ห่อหุ้มถุงพลาสติก จากนั้นก็ใช้ไขควงแทงซ้ำที่ท้อง ระหว่างนั้นมุมกล้องก็ซูมไปที่อีกอร์ที่ถือค้อนอยู่ และซูมไปที่หน้าของเหยื่อที่เต็มไปด้วยเลือด หายใจรวยระรินอย่างน่าเวทนา

“เขายังมีชีวิตอยู่เหรอ?” คนแทงอุทาน ก่อนที่จะพูดคำหยาบ แสดงความไม่พอใจที่เหยื่อยังมีลมหายใจ อีกอร์ และวิคเตอร์ถกเถียงกันว่าทำไมเหยื่อไม่ตาย ก่อนที่จะเรื่องจบลงโดยวิคเตอร์ตีซ้ำ ด้วยค้อนอีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าเขาตายแล้ว การฆาตกรรมดังกล่าวกินเวลาประมาณสี่นาที หลังจากนั้นอีกอร์ และวิคเตอร์ยิ้มมาทางกล้อง แล้วเดินกลับมาที่รถที่นั่งกันมา เพื่อแสดงให้เห็นว่าการฆาตกรรมเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ฟุตห่างจากถนน จากนั้นพวกเขาทำการล้างมือและค้อนด้วยน้ำจากขวดน้ำ หารือเกี่ยวกับการฆาตกรรมครั้งนี้อย่างเลือดเย็น และแสดงท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่เหยื่อของพวกเขายังคงมีลมหายใจอยู่ทั้งที่ทุบและแทงไปแล้ว ก่อนปิดท้ายด้วยการหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สมในสิ่งที่พวกตนได้กระทำ

ภรรยาหม้ายของเซอร์ไกและรูปถ่ายสามีของเธอ

บางคนเชื่อว่า สาเหตุที่ทั้งสามก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องแล้วบันทึกภาพเอาไว้ มาจากทั้งสามมีความคิดเอาวีดีโอดังกล่าวไปทำสารคดีสนัฟฟ์ฟิล์ม (Snuff film) เพื่อขายแก่หมู่นักสะสมโรคจิต โดยมีข่าวลื่อว่าอีกอร์ได้ติดต่อกับคนรวยจากนอกประเทศเพื่อขายเทปวีดีโอดังกล่าวจำนวนสี่สิบชุด เพื่อแลกกับเงินก้อนโตที่ทั้งสามจะได้รับ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ออกมาปฏิเสธว่าข่าวลือดังกล่าวนี้ไม่เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ฆาตกรทั้งสามก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคือเพื่อเป็นความทรงจำอันล้ำค่าของพวกตนเท่านั้น

หลังจากเทปดังกล่าวถูกเปิดในชั้นศาล และด้วยวิธีการใดไม่ทราบ วีดีโอดังกล่าวเกิดรั่วไหลออกสู่โลกภายนอก เทปถูกมือดีนำไปโพสต์ลงเว็บไซต์แนว “ช็อค” ชื่อดังในอเมริกา และแพร่กระจายไปตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่างเว็บยูทูบ (YouTube) ซึ่งคนใหญ่โตในยูเครนออกมาแถลงข่าวว่าเป็นความผิดของกระทรวงมหาดไทยที่ปล่อยให้เกิดการรั่วไหลของเทปดังกล่าว ต่อมาวีดีโอนี้ได้รับเรียกขานในชื่อ “3 Guys 1 Hammer”

เหล่าสมาชิกเดอโพรเพตรอฟสค์ มานิแอคส์ในชั้นศาล

สมาชิกกลุ่มเดอโพรเพตรอฟสค์ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาทั้งหมด 29 คดี แบ่งเป็นคดีฆาตกรรม 21 คดี และทำร้ายร่างกาย 8 คดี แม้ว่าในภายหลังอีกอร์จะกลับคำรับสารภาพ และทนายของสามผู้ต้องหาได้ใช้อาการทางจิตมาเป็นเครื่องต่อรองลดโทษ การต่อสู้ของคดีในศาลดำเนินมาจนกระทั้งถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2009 ผลการตัดสินของศาลออกมาปรากฏว่าวัยรุ่นทั้งสามมีความผิดจริง หากแต่ประเทศยูเครนไม่มีโทษประหาร ทำให้วิคเตอร์ และอีกอร์ได้รับโทษแค่ถูกจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าและทารุณสัตว์ ส่วนอเล็กซานเดอร์ถูกจำคุก 9 ปีในข้อหาสมรู้ร่วมคิดและปล้นทรัพย์สิน ตลอดการพิจารณาคดีวัยรุ่นทั้งสามเกือบจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เกี่ยวกับการตายของเหยื่อออกมาเลย แม้แต่ขณะที่ฉายหลักฐานชิ้นสำคัญในศาล แสดงถึงสภาวะจิตใจที่ขาดสามัญสำนึกอย่างรุนแรงไม่รู้ดีรู้ชั่วในสิ่งที่ตนทำลงไป

ฝ่ายผู้ปกครองยังคงยึดมั่นว่าพวกลูกชายของตนเป็นผู้บริสุทธิ์แม้ว่าศาลจะตัดสินไปแล้วก็ตาม โดยเชื่อว่าทั้งสามถูกบังคับให้สารภาพเพื่อเป็นแพะรับบาป ซึ่งปัจจุบันทนายของทั้งสามพยายามยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาของยูเครนและศาลสิทธิมนุษย์ชนของยุโรปเพื่อลดโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตามเมื่อมีการออกแบบสอบถามความคิดเห็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเดอโพรเพตรอฟสค์ ผลปรากฏว่า 50.3% เชื่อว่าการตัดสินนี้เป็นธรรม และ 48.6% ควรตัดสินโทษให้หนักมากขึ้น ในเดือนเมษายน 2011 มีการสำรวจความคิดอีกครั้งปรากฏว่าเกือบ 60% ของประชาชนชาวยูเครนอยากให้มีการลงโทษประหารฆาตกรต่อเนื่องในคดีดังกล่าว

ปัจจุบันเราสามารถหาคลิป “3 Guys 1 Hammer” ได้ตามเว็บไซต์ทั่วไป แม้ว่าหลายฝ่ายจะมีความพยายามที่จะลบคลิปดังกล่าวให้หมดไปจากโลกอินเตอร์เน็ตก็ตาม
Google Plus
- Advertisement -